close sticky

เถียงสนั่น รพ. พ่อโวยยามฉกศพลูก กู้ภัยบุกดูงงศพซุกถุง “หมอ”แจงหยิบละลายน้ำแข็ง (คลิป)

22 มิ.ย. 65

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ระบุข้อความว่า "ขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยาออกมาชี้แจง ว่า มีบุคคลในคลิปวิดีโอทำการขโมยศพเด็กออกจากโรงพยาบาลจริงหรือไม่"

คลิปวิดีโอนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงคำถ่ายไว้ขณะที่กำลังเดินทางไปรับศพทารกเสียชีวิต หลังจากญาติติดต่อให้ไปรับศพ ไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่กลับไม่พบศพอยู่ในตู้แช่เย็น ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาล และพยายามเดินค้นหาทั่วบริเวณห้องดับจิต ก็ไม่พบ เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ รปภ. บอกว่าได้ติดต่อให้สัปเหร่อมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว อ้างว่าได้ประสานผ่านพ่อของเด็กไว้

439077

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยโทรศัพท์ไปตามพ่อมาดู เพราะเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เช็กกับทุกวัดในพื้นที่แล้ว ไม่มีการแจ้งฌาปนกิจศพเด็กสักคน ทำให้ความแตก แต่เมื่อพ่อของเด็กเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ รปภ.อ้างว่า ได้นำศพเด็กมาวางไว้จุดใกล้กับห้องเก็บศพ ให้สัปเหร่อมาเอาแล้ว แค่สัปเหร่อยังไม่มาเอา และทิ้งศพเด็กไว้นอกตู้แช่ถึง 14 ชั่วโมง ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม

147610

เด็กหญิงทารกชื่อ น้องปุ๊บปั๊ป เสียชีวิตเนื่องจากแม่ของเด็กติดโควิด-19 ระหว่างตั้งครรภ์น้องได้ 5 เดือน ซึ่งเชื้อโควิดได้ลงปอด ทำให้น้องมีร่างกายไม่สมบูรณ์ เมื่อคลอดออกมาไม่มีปอดทั้ง 2 ข้าง ร่างกายมีอาการผิดปกติ และเสียชีวิตเมื่อ 19.20 น. ของวันที่ 19 มิ.ย. 65 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างของน้องไปเก็บที่ตู้แช่ห้องดับจิต ช่วง 3 ทุ่ม

486479

ล่าสุดวันที่ 22 มิ.ย. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปพูดคุยกับนายธีรพงษ์ เนินวิเชียร หรือ ท็อป อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงคำ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ช่วงเช้าวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ครอบครัวเด็กประสานให้ตนเองจัดการดูแลศพ เพราะเขาไม่มีเงินมาจัดการ มูลนิธิอาสาจัดการดูแลศพทั้งหมดให้ฟรี จึงเดินทางไปรับศพเด็กที่ห้องดับจิตโรงพยาบาล

แต่พอไปถึงเจ้าหน้าที่ห้องเก็บศพ บอกว่าไม่มีศพเด็กเข้ามา จากนั้นจึงตรวจดูบริเวณตู้แช่ศพทุกตู้ และเดินดูทั่วห้องเก็บศพ ก็ไม่พบ ก่อนจะมาดูสมุดบันทึกการนำศพเข้าออก พบว่ามีการเขียนบันทึกส่งร่างทารกเข้าห้องเก็บศพแล้ว ในเวลา 3 ทุ่ม แต่ไม่มีคนเขียนชื่อเพื่อรับศพออก และในสมุดบันทึกมีการระบุว่า มีนายคำนึง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงพยาบาลเวรดึกที่ดูแลความปลอดภัยของห้องดับจิตโรงพยาบาลเป็นคนเซ็นชื่อเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้นำศพเข้าตู้แช่เอง

กู้ภัยจึงสงสัยว่าศพหายไปไหน ก่อนจะกลับมาสอบถามพ่อผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าลูกเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจริง และมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมาประสานจัดการศพให้อีกครั้ง โดยมีค่าใช้จ่าย 2,500 บาท ตอนนั้นพ่อผู้เสียชีวิตนึกว่าเป็นกู้ภัยที่ติดต่อไว้ก่อนหน้านี้ จึงตกลงและจ่ายเงินให้ ทำให้กู้ภัยจึงรู้สึกผิดสังเกต

กระทั่งช่วงประมาณ 21.00 น. จึงพาพ่อของเด็กที่เสียชีวิตกลับไปที่ห้องเก็บศพอีกครั้ง และได้เจอกับ รปภ. ที่ห้องเก็บศพ จึงได้สอบถาม รปภ. ว่าศพของเด็กอยู่ที่ไหน รปภ. มีสีหน้าที่ตกใจ และพูดอ้ำอึ้งบอกว่าคาดว่าสัปเหร่อมารับศพไปประกอบพิธีกรรมแล้ว ตนเองก็ถาม รปภ.ต่อว่าไปไว้ที่วัดไหน เผาที่ไหน แต่ รปภ. ไม่ตอบพยายามเปลี่ยนเรื่อง พอผ่านไปประมาณ 30 นาที รปภ.คนดังกล่าวได้โทรศัพท์หาเพื่อน รปภ.อีกคน จากนั้น รปภ. อีกคนก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์นำร่างของเด็กทารก ซึ่งไม่รู้ว่าเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน เอามาวางคืนไว้ พยายามพูดแก้ตัวว่าได้วางไว้บนกรงนก ใกล้กับห้องดับจิตตั้งแต่เช้าแล้ว เพื่อให้สัปเหร่อนำไปเผาแต่ไม่คิดว่ายังไม่มีใครเอาเด็กไป ทำให้ทิ้งอยู่ตรงนั้น 14 ชั่วโมง

ตอนนั้นตนเองได้ฟังเหตุผลแล้วไม่เชื่อแน่นอน เนื่องจากตนเองช่วงเช้าตอนที่เดินทางมารับศพตอนแรกได้หาละเอียดแล้วไม่พบเด็กถูกวางไว้จุดที่ รปภ.คนดังกล่าวบอก และสภาพของน้องตอนที่ รปภ.เอาร่างต้องมาคืน ตัวน้องยังนิ่ม และเย็นอยู่ ถุงห่อศพก็มีน้ำเกาะ คล้ายกับนำไปแช่ถังน้ำแข็ง หรือตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่ถึงไว้ก่อน ซึ่งตนเองไม่เชื่อแน่นอนว่า 14 ชม. น้องถูกทิ้งไว้นอกตู้แช่สภาพอากาศที่ร้อน ศพของน้องต้องเน่าและมีกลิ่นแล้ว แต่ศพของน้องยังปกติ ตนเองอยากให้ รปภ.ออกมาพูดความจริง โรงพยาบาลต้องออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองเชื่อว่าเคสนี้ไม่ใช่เคสแรก เท่าที่รู้มาและจริง ๆ แล้ว รปภ.ก็ไม่ได้มีหน้าที่นำศพออกและเรียกเก็บเงินจากญาติคนตายด้วย ใบสมุดบันทึกก็ไม่มีญาติเซ็นเอาศพออก รปภ. นำศพออกไปได้อย่างไร

สิ่งที่ รปภ.ทำนั้นเก็บเงินจากญาติคนตาย แต่ไม่เอาไปเผาจริง ๆ ตั้งใจเอาศพเด็กไปทำอะไร มีเจตนาไม่ดีหรือไม่ ตนเองขออย่าเอาศพคนตายมาหากินเลย แค่นี้ญาติคนตายก็เสียใจพอแล้ว

707727

นายโต้ง (นามสมติ) อายุ 27 ปี พ่อของน้องปุ๊บปั๊บ เด็กที่เสียชีวิต บอกว่า ลูกสาวของตนเองเสียชีวิตเนื่องจากร่างกายผิดปกติ ไม่มีปอดทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากภรรยาติดโควิดระหว่างตั้งท้อง และเชื้อโควิดลงปอด เมื่อคลอดออกมาทำให้น้องอยู่ได้เพียง 3 ชั่วโมงก่อนจะเสียชีวิต ภรรยาคลอดวลา 16.29 น. วันที่ 19 มิ.ย. 65 ต่อมาน้องเสียเวลา 19.20 น. และนำน้องเอาเข้าห้องเย็น 21.30 น. โดยมี รปภ.คนดังกล่าว บอกว่าจะอาสาจัดการทำศพให้

231802

กระทั่งช่วง 06.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. 65 ได้เรียกเงินจำนวน 3,500 บาท อ้างว่าเป็นค่าจัดการเผาศพ และค่าสังฆทานให้ลูกสาว ตนเองต่อรอง จบลงที่ 2,500 บาท ซึ่งตอนแรกก็งง เพราะเท่าที่คุยบอกว่ากู้ภัยจะทำศพให้ฟรี ตนเองก็เข้าใจว่า รปภ.คงเป็นทีมเดียวกันและไม่คิดมาก จึงโอนเงินให้ ทาง รปภ. ยังบอกตนเองอีกว่า "พ่อไม่ต้องห่วง ผมจัดการให้ทั้งหมด ผมไม่กลัวหรอกผี มีสัปเหร่อทำพิธีให้อย่างดี และพ่อไม่ต้องมาดูการเผาศพลูกสาวก็ได้ เพราะเดี๋ยวดวงวิญญาณลูกสาวจะตามกลับมา ไม่หมดห่วงสักที" ทำให้ตนเองจึงหลงเชื่อ และคิดว่าจะนำลูกสาวไปเผาให้จริง พอมีรู้ว่าศพลูกสาวยังไม่มีการนำไปเผา ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ตนเองโกรธและโมโหมากที่ รปภ. เอาเงินไปแล้วและทำกับครอบครัวตนเองแบบนี้

312769

ทางด้านแพทย์หญิงลดาวรรณ หาญไพโรจน์ ผอ.รพ.เชียงคำ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดการเข้าใจผิดกันในด้านของการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เก็บรักษาศพ และมีการนำไปละลายน้ำแข็ง จากนี้ต่อไปจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง พร้อมสรุปเรื่องดังกล่าวให้กับทาง สสจ.พะเยา อีกทีคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วัน

ส่วนเรื่องเงินที่ ครอบครัวจ่ายมาให้กับ รปภ. 2,500 บาท ล่าสุดมีการโอนเงินคืนแล้ว ทางโรงพยาบาลตอนนี้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่