close sticky

พนักงานเก็บขยะช้ำ ถูกกระบะชนสาหัส ประกันชั้นหนึ่งชดใช้วันละ 500 บาท

14 พ.ค. 65

พนักงานเก็บขยะถูกกระบะหลับในชนอาการสาหัส เสียค่ารักษากว่าแสน ประกันชั้นหนึ่งชดใช้วันละ 500 บาท ถามชีวิตมีค่าแค่นี้หรือ


จากกรณี เพจอีซ้อขยี้ข่าว โพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ว่า "หนุ่มผู้เคราะห์ร้ายกำลังยืนเก็บขยะอยู่ริมถนน เกิดมีรถกระบะคันนึงพุ่งเข้ามาชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางคนขับรถกระบะยอมรับว่าตัวเองหลับใน อุบัติเหตุครั้งนี้พนักงานเก็บขยะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นตรวจพบว่ามีเลือดออกในสมอง กระดูกขาหักต้องใส่เหล็ก ทางคู่กรณีชดเชยค่าเสียหายให้ 500 บาทที่ได้รับมาจากประกันภัย ส่วนค่าทำขวัญเป็นคำพูดของคู่กรณีที่บอกกับคนในครอบครัวว่า "ดีแค่ไหนที่เค้าลืมตาตื่นขึ้นมาทัน เพราะถ้าไม่หักหลบอาจมีคนต้องตายในหน้าที่" ส่วนทางต้นสังกัดช่วยได้ในเบื้องต้นเท่านั้น เรื่องราวของคนเก็บขยะกับเสาหลักที่มีลูกเล็กอีก 3 คนที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ฝากสื่อและพี่ๆ นักข่าวช่วยด้วยค่ะ...จ.นนทบุรี


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านเลขที่ 75/12 หมู่ 11 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรีพบกับนายสมศักดิ์ มงคลแท้ อายุ 39 ปี และนางสาวประภัสสร มานิคำ อายุ 38 ปี ภรรยา ทั้งสองคนเป็นลูกจ้างเก็บขยะชั่วคราวเทศบาลตำบลบางเลนอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยนางสาวประภัสสร กำลังเช็ดตัวและทำความสะอาดร่างกายให้กับนายสมศักดิ์ผู้เป็นสามีอยู่บนที่นอนภายในห้องเล็กๆ ของบ้านหลังดังกล่าว โดยนายสมศักดิ์ยังมีบาดแผลที่ขาขวาหลังจากเกิดอุบัติเหตุถูกรถปิคอัพพุ่งชนขณะทำงานเก็บขยะอยู่กับลูกเมียเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 พฤษภาคม 65 เวลา 05.30 น.ที่ผ่านมา


นางสาวประภัสสรผู้เป็นภรรยาเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนพร้อมด้วยสามีและลูกชายคือนายธันวา มงคลแท้ อายุ 22 ปีกำลังช่วยกันเก็บขยะอยู่ริมถนนบริเวณก่อนถึงวัดสวนแก้ว ขณะนั้นได้มีรถปิคอัพ Isuzu สีเทา ตอนเดียว หมายเลขทะเบียน 3ฒท-2562 กรุงเทพฯ ขับโดยนายจิรภาส ไพรวงศ์ ซึ่งหลับในเสียหลักหักหลบทำให้ด้านข้างของตัวรถฝั่งคนนั่งฟาดเข้ากับร่างของสามีจนล้มคว่ำนอนหงายอยู่ริมถนน พวกตนช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์และต้องเย็บบาดแผลที่ขาที่ลึกเห็นกระดูก รวมทั้งต้องรอผลเอกซเรย์ทางสมองว่ามีเลือดคั่งหรือไม่ สามีรักษาตัวอยู่จนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม จึงกลับมาพักฟื้นที่บ้านและรอดูอาการทางสมอง


ส่วนคนขับรถก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนเนื่องจากรถเขามีประกันชั้น1 อีกทั้งยังได้แสดงน้ำใจช่วยเหลือเยียวยามาบ้างเป็นบางส่วนแม้จำนวนเงินเพียงไม่กี่พัน ภรรยาเขาก็ป่วยเป็นมะเร็งต้องหาเช้ากินค่ำเลี้ยงครอบครัวตนเองก็ไม่ติดใจ ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลของสามีนั้นหมดไปเป็นจำนวนเงินกว่าแสนบาทแล้ว ทางบริษัทประกันภัยรับภาระจ่ายให้และยืนยันว่าจะชดเชยค่าเสียหายให้วันละ 500 บาทเป็นจำนวน 3 เดือนหรือ 90 วันซึ่งตนเองได้ขอความเห็นใจจากบริษัทประกัน เนื่องจากต้องพาสามีไปโรงพยาบาลทุกวันต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จึงเรียกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทไปจำนวน 300,000 บาทและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีหรือเอาเรื่อง แต่ทางบริษัทโดยพนักงานที่ทำเรื่องบอกว่าต้องเสนอเรื่องนี้ให้กับทางผู้ใหญ่ของบริษัทว่าจะอนุมัติให้ตามคำข้อเรียกร้องของครอบครัวหรือไม่ ซึ่งการที่ตนเรียกเงินจำนวนดังกล่าวหากสามีต้องรักษามากกว่าเงินจำนวนนี้ครอบครัวตนเองก็ยินดียอมรับภาระที่จะออกค่ารักษาเอง แต่การที่จะมาให้เป็นวันวันละ 500 บาทเป็นเวลา 90 วันนั้นตนมองว่าเหมือนเป็นการตีราคาชีวิตสามีตนเพียงแค่นี้เองหรือก็อยากให้บริษัทประกันภัยซึ่งเป็นบริษัทใหญ่มีชื่อเสียงเห็นใจและช่วยเหลือครอบครัวตนเองตรงจุดนี้บ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่