advertisement

อึ้งแก๊งเงินกู้บีบสาวฆ่าตัวสวมบัตรปลอมลวงเหยื่อ หนุ่มเข้าเว็บพนันหวิดซวย (คลิป)

4 ม.ค. 65

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เกิดเหตุหญิงผูกคอตาย ที่อาคารพาณิชย์สองชั้นครึ่ง ย่านการเคหะทุ่งสองห้อง โดยชื่อผู้ตายคือ น.ส.สุชาริณี อายุ 27 ปี โดยเจ้าตัวได้มีการเขียนจดหมายร่ำลาก่อนคิดสั้นผูกคอตาย หลังจากที่พยายามจะกู้เงิน 100,000 บาท แต่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินผ่านแอปฯ รวมทั้งสิ้น 38,200 บาท ปลายทางชื่อผู้รับเงินมี 4 รายนั้น

596287

ล่าสุด วันที่ 4 มกราคม 2565 ทีมข่าวอมรินทร์ เดินทางไปยังบ้านของ 1 ใน 4 รายชื่อเจ้าของบัญชีที่ผู้ตายโอนเงินไป คือบ้านของ "นายชาตรี" อายุ 33 ปี หมู่ 2 ต.ชะไว ต.ไชโย จ.อ่างทอง ตามบัตรประจำตัวประชาชนที่ทางแอปฯ แจ้งไว้กับผู้กู้

555790

ทีมข่าวตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านของ นายนที มีสวัสดิ์ อายุ 64 ปี บอกว่า ไม่รู้จักคนชื่อชาตรี แต่ที่อยู่ที่ปรากฎเป็นที่นี่จริง และใบหน้าคนในรูปคือนายวิรัช หรือ ฟารุค อายุ 33 ปี หลานของตน ซึ่งในอดีตเคยอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ปัจจุบันออกไปอยู่บ้านเมียที่ต่างหมู่บ้าน ปกติแล้วหลานเป็นคนนิสัยดี ขยันทำงาน แต่เจ้าชู้ แต่งงานมาแล้วประมาณ 5 คน อยู่กินกันคนละ 3-5 ปี แล้วก็เลิกราหมด เพราะมีหญิงอื่น ไม่เคยมีลูกด้วยกัน เพราะหลานเป็นหมัน คนปัจจุบันที่อยู่ด้วยกันก็เป็นเมียคนที่ 5 ไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้านเมียกับบ้านหลังนี้

298528

ที่ผ่านมาหลานเคยเอาสมุดทะเบียนบ้านไปทำธุรกรรมบ่อย ๆ บางครั้งก็เอาไปซื้อรถจักรยานยนต์ แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจ ทเพราะไม่เคยมีเรื่องราวเดือดร้อนสร้างความเสื่อมเสียมาถึงบ้าน เจอกันครั้งล่าสุดคือเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2565 หลานยังเอาขนมมาสวัสดีปีใหม่ ตนสังเกตดูก็ยังเหมือนเดิม เป็นคนธรรมดา ไม่ได้มีเงินทองอู้ฟู่ ไม่ได้ขับรถหรูหรือใส่เครื่องประดับ หนำซ้ำยังขอเงินตนไปอีก 20 บาทด้วย

เรื่องเกี่ยวกับแอปฯเงินกู้ ตนไม่รู้เลยว่าหลานไปทำจริงหรือเปล่า แต่ในอดีตเมื่อประมาณ 15 ปี ก่อนอาจจะมีบ้างที่เขาเคยโดนจับเพราะเล่นไพ่ ซึ่งตนก็ประกันตัวไป ไม่ได้โดนจำคุก ดังนั้น ส่วนตัวไม่ได้กังวลว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตามมาที่บ้านหรือมีใครเข้ามาบุกรุกเพราะตนบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และถ้าหลานทำผิดจริงก็ต้องรับโทษตามกฎหมายไป

745705

เพื่อเป็นการยืนยันตามคำบอกเล่าของญาติ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปพบกับนายฟารุค ที่บ้านเมีย เจ้าตัวยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ชื่อ "ชาตรี" พร้อมกับแสดงความบริสุทธิ์ใจ โชว์บัตรประจำตัวประชาชน ชื่อปรากฏนายวิรัช กิมเล่วจิว

ตนยอมรับว่าเมื่อหลายปีก่อนเคยถ่ายบัตรให้กับพวกเว็บพนันออนไลน์ 3-4 เว็บ จำได้ว่าไม่ได้เซ็นเซอร์เลขบัตรและที่อยู่ แล้วตอนนั้นทางเว็บให้ตนโอนเงินเข้าไปประมาณ 350 บาท ตัวเองไม่มีเงินก็เลยไม่ได้โอน ทำให้ไม่ได้เล่นการพนัน และหลังจากนั้นก็ไม่เคยส่งให้ใครอีกเลย ทั้งนี้ ตนก็ไม่เคยเปลี่ยนชื่อ และไม่รู้จักกับคนชื่อ "ชาตรี" มาก่อน ไม่เคยมีชื่อนี้เข้ามาในชีวิต เพราะฉะนั้นยืนยันได้เลยว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มมิจฉาชีพแน่นอน ยอมรับว่าหลังทราบเรื่องก็ตกใจและโกรธ เนื่องจากที่ผ่านมาตนก็ทำงานรับจ้างด้วยความสุจริต ไม่เคยคดโกงใคร และไม่ได้มีหน่วยงานไหนติดต่อเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

ดังนั้นยิ่งมีคนเอาใบหน้าตนไปโพสต์ลงโซเชียลฯ ก็เกรงว่าจะสร้างความเสื่อมเสีย ความเดือดร้อนมาถึงตัว วันนี้ก็จะเดินทางเข้าแจ้งความไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และการหางานทำในอนาคต

749246

เวลา 15.00 น. นายฟารุค เดินทางไปยัง สภ.ไชโย จ.อ่างทอง มีเพื่อนและทีมข่าวเดินทางไปติดตามความคืบหน้าด้วย ได้ยื่นเรื่องและหลักฐาน ทั้งโพสต์ที่มีคนเอารูปใบหน้าไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ซึ่งปรากฏทั้งที่อยู่และเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมแสดงบัตรประชาชนตัวจริง เทียบกับบัตรที่ทางมิจฉาชีพปลอมแปลงขึ้นมาเป็นหลักฐาน

603009

พ.ต.อ.ขวัญชัย บุญเพ็ชร ผกก.สภ.ไชโย จ.อ่างทอง ออกมารับเรื่องต่อด้วยตัวเอง มีการตรวจสอบชื่อของนายวิรัชในทะเบียนราษฎร์ก็พบว่าไม่มีประวัติการเปลี่ยนชื่อ ไม่มีประวัติอาชญากรรม ตรวจสอบชื่อ "ชาตรี" ผู้รับเงินโอนจากผู้ตาย ในทะเบียนราษฎร์ก็ไม่พบว่ามีชื่อนี้ปรากฎอยู่ สันนิษฐานว่าอาจเป็นไปได้ที่จะถูกปลอมแปลงชื่อในบัตรประจำตัวประชาชน หลังจากนี้จะมีการเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ชัดว่าที่ผ่านมาเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับชื่อ "ชาตรี แจ้งสว่าง" ในลักษณะอื่นหรือไม่

พร้อมจะมีการทำเอกสารไปยังธนาคารที่ปรากฏในหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่ามีชื่อนี้มาเปิดบัญชีหรือไม่ หากมีก็จะตรวจสอบต่อว่า พนักงานที่เปิดบัญชีให้เป็นใคร และทำไมถึงเปิดบัญชีให้ ในเมื่อชื่อไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์

สำหรับกรณีในลักษณะนี้เห็นได้ตามข่าวบ่อยมาก ดังนั้นจึงขอฝากเตือนประชาชนว่าอย่าไปหลงเชื่อแก๊งเงินกู้ที่บอกให้ผู้กู้โอนเงินตัวเองไปก่อนเด็ดขาด หรือหากต้องการความมั่นใจ สามารถขอชื่อ-สกุลหรือเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ให้กู้มา แล้วเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีใกล้บ้านตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ก่อน ว่าชื่อดังกล่าวมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ ป้องกันการโดนหลอก

ส่วนรายชื่ออีก 3 ชื่อ เป็นบัญชีปลายทางที่ผู้เสียชีวิตโอนไปนั้น ทางญาติผู้เสียชีวิตต้องเดินทางไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุตรวจสอบให้ เนื่องจากพื้นที่ตนตรวจสอบให้ไม่ได้เพราะไม่มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ 3 รายชื่อนั้น

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

advertisement

ข่าวยอดนิยม