close sticky

สาวแฉ ตร.เก๊สั่งเลิกผัวลวงรักสูญ 2 แสน เจ้าตัวโผล่ยันถูกปลอมแชตตัวจริงขับแท็กซี่ (คลิป)

0
25 พ.ย. 64

กรณีนางสาวแมว (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เดินทางเข้าพบกับตำรวจ สภ.บ้านไผ่ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีถูกชายหญิงคู่หนึ่ง อ้างว่าเป็นตำรวจชุดสืบสวน หลอกให้โอนเงินจนหมดตัว และที่สำคัญล่อลวงให้บอกเลิกสามี จึงทำให้เป็นหนี้สินหลายแสนบาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น 


413707


ล่าสุดวันที่ 25 พ.ย.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุยกับนางสาวแมว (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ชาวอำเภอบ้านไผ่ ในฐานะผู้เสียหายที่ถูกตำรวจเก๊หลอกให้โอนเงินและซื้อทองคำ รวมแล้วประมาณ 1 แสนบาท เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนางสาวหญิง อ้างตัวว่าเป็นตำรวจชุดสืบสวนมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาสืบคดีในพื้นที่อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงเดือนเม.ย.64 โดยการทำงานของนางสาวหญิง ก็ทำงานคล้ายกับตำรวจ มีการทำงานร่วมกับชาวบ้าน และบางครั้งถึงขั้นอยู่กินกับชาวบ้าน จึงได้รู้จักและสนิทสนมกับนางสาวหญิงมากยิ่งขึ้น


กระทั่งวันหนึ่งช่วงประมาณเดือน พ.ค.64 นางสาวหญิง ออกอุบายว่า “พี่ชายที่เป็นดาบตำรวจ ตอนนี้สถานะโสด สนใจอยากจะพูดคุยกันไหม” ตอนนั้นตนก็เพิ่งจะทะเลาะและมีปัญหากับแฟนหนุ่ม จึงไม่ได้คิดอะไรก็ตอบตกลงนางสาวหญิงเพื่อคุยกับพี่ชายของเขาแก้เหงา โดยนางสาวหญิงได้เอาโทรศัพท์มือถือของตนไปแอดไอดี LINE ปรากฏชื่อว่า “นักสู้” ซึ่งภาพโพรไฟล์ของชายที่ปรากฏก็มีตัวตนอยู่จริง ตนจึงได้พูดคุยกันนับตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค.64 รวมแล้ว 4 เดือน


แต่ว่าตลอดระยะเวลาที่มีการพูดคุยทางไลน์ ตนก็ไม่เคยวิดีโอคอล หรือเปิดกล้องคุยกัน เพราะทุกครั้งเวลาที่ขอเปิดกล้อง ฝ่ายชายก็จะอ้างว่าติดงานราชการ หรือโทรศัพท์มีปัญหา กระทั่งเดือน ส.ค.64 ที่ผ่านมา เป็นการเจอกันครั้งแรก ระหว่างตนกับดาบตำรวจป๋อง ซึ่งการเจอกันครั้งนั้นก็ไม่ได้ดูอะไรผิดปกติ เพราะตอนที่มีการนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ดาบตำรวจป๋อง ก็ยังมีการแกะกุ้ง หรือหยิบจับของกินบนโต๊ะมาให้ทาน เหมือนคนที่เป็นแฟนกัน แต่สิ่งที่ผิดปกติคือเวลาที่ตนถามข้อมูลลึก ๆ หรือต้องการอยากจะรู้อะไรบางอย่าง เช่น เวลางาน รูปแบบการทำงาน หรือแม้แต่ทำไมถึงเปิดกล้องคุยกันไม่ได้ ฝ่ายชายก็จะลุกหนีทันที ซึ่งตนก็ไม่รู้เจตนาว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร


913152


จากนั้น หลังจากที่มีการเจอกัน ดาบตำรวจป๋องกลับไปแล้ว ก็ยังมีการสายสัมพันธ์กันต่อ โดยมีวันหนึ่งได้พูดถึงกองทุนสวัสดิการ ซึ่งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ของตำรวจ เขาอ้างว่าสามารถนำเครือญาตหรือคนในครอบครัวเข้าร่วมได้ เพราะจะได้รับเงินปันผลเดือนละประมาณ 5,000 บาท แต่จะต้องฝากเงินเข้าร่วมกองทุน ประมาณ 50,000 บาท ตอนนั้นตนก็ตกลงกับฝ่ายชายคนละครึ่ง แต่ตนเริ่มเอะใจว่า ทำไมบัญชีที่โอนไปเป็นชื่อของนางสาวหญิง ไม่ใช่ชื่อของดาบตำรวจป๋อง โดยที่นางสาวหญิง ให้เหตุผลแทนว่า บัญชีของดาบตำรวจป๋องมีปัญหา จึงฝากโอนเข้าบัญชีของนางสาวหญิง


"หลังจากนั้นเขาก็ยังมีการพูดถึงเงินจำนวน 20,000 บาท อ้างว่าลูกชายของดาบตำรวจป๋องประสบอุบัติเหตุ ก็โอนเงินไปช่วยค่ารักษา จริง ๆ หยิบยืมคนอื่นมาให้ด้วย และก็ยังโอนไปให้ใช้ส่วนตัวอีกเดือนละประมาณ 10,000 บาท ชื่อบัญชีก็ยังเป็นของนางสาวหญิงเหมือนเดิม รวมถึงสร้อยทองก็มีการหยิบยืมด้วย ตอนนั้นคิดเพียงอย่างเดียวว่าให้ไปเพราะคนคบหากันและมีใจให้กัน มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน" ผู้เสียหาย กล่าว 


อย่างไรก็ตาม ตนเริ่มสืบประวัติและหาข้อมูล จนทราบว่าดาบตำรวจป๋อง ที่จริงแล้วคือนายชนะศึก ซึ่งไม่ใช่ตำรวจจริง แต่เป็นเพียงแค่คนขับรถของนางสาวหญิง ที่อาจจะแต่งกายเลียนแบบตำรวจ หรือแอบอ้างว่าเป็นตำรวจ เพราะภาพโพรไฟล์ก็มีการถ่ายภาพใส่ชุดตำรวจส่งมาให้ตนดู หลังจากที่ตนเริ่มรู้ว่าถูกหลอก ก็ได้ไปแจ้งความเพื่อที่จะเอาผิดกับเครือข่ายตำรวจปลอม ตนไม่รู้ว่านางสาวหญิงคิดเองทั้งหมด หรือดาบตำรวจป๋องตัวปลอม มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นด้วยหรือไม่ หากในวันนี้นางสาวหญิงหรือดาบตำรวจป๋อง นำเงินมาคืนให้ตนครบตามจำนวน พร้อมกับทองคำที่เอาไป ตนก็จะไม่เอาความ แต่หากยืนยันว่าไม่คืนเงิน ตนก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


813609


ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่รามคำแหง 112 ซอย 18 เพื่อพูดคุยกับนายชนะศึก อัครภักดีกุล หรือ ป๋อง อายุ 53 ปี ชายที่ถูกอ้างว่าเป็นด.ต.ชนะศึก เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวแล้ว และเคยเห็นคนชื่อ น.ส.แมว เนื่องจากตนเป็นครูมวย และประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ สำหรับนางสาวหญิง เป็นลูกค้าของตนเมื่อประมาณ5-6 ปีที่แล้ว จากนั้นด้วยความเป็นคนอีสานเหมือนกันคุยถูกคอจึงคบเป็นเพื่อนเรื่อยมา


กระทั่งเดือนมีนาคม 64 นางสาวหญิงว่าจ้างให้ตนขับรถพาไปที่บ้านโนนสิงห์ทอง จ.ขอนแก่น ทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกเดินทางไปเดือนมีนาคม 64 จ้างวันละ 1,000 บาท ทั้งหมด 3 วัน ส่วนครั้งที่ 2 เดือนสิงหาคม 64 โดยที่ตนไม่รู้เหตุผลว่าจ้างให้ไปขอนแก่นทำไม ตนรู้แค่มีหน้าที่ขับรถไปส่งเท่านั้น ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าเคยเจอ น.ส.แมว ทั้ง 2 ครั้งที่ไปขอนแก่นจริง แต่ไม่เคยรู้จักกันส่วนตัว ไม่เคยพูดคุยกันสองต่อสอง ไม่เคยแชตไลน์หากัน เพราะไม่มีไลน์ของน.ส.แมว ไม่เคยคุยผ่านโทรศัพท์ และไลน์ที่น.ส.แมวอ้างว่าคุยกับผู้ใช้ชื่อ “นักสู้” และแอบอ้างใช้รูปของตน ก็ไม่ใช่ไลน์ของตน เพราะตนมีเพียงไลน์เดียวใช้ชื่อว่า “เชาว์ พระสมเด็จ”


433482


ส่วนกรณีที่น.ส.แมว ผู้เสียหาย อ้างว่าเลิกกับสามีและมาคบกันตนนั้น ตนไม่รู้และไม่เคยใช้ไลน์ติดต่อกัน เงินที่น.ส.แมว อ้างว่าโอนมาให้ตนเป็นหลักหมื่นบาทและมีหลักฐานนั้น ตนก็อยากเห็นว่าโอนไปบัญชีใคร ชื่ออะไร เพราะตนไม่เคยได้รับเงินดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้ตนจะไปแจ้งความเพราะมีคนนำรูปตนไปแอบอ้างใช้ไลน์แชตจีบสาว และหลอกโอนเงิน และอยากให้น.ส.แมว นำข้อมูลหลักฐานการโอนเงินมาให้ตำรวจตรวจสอบ


"ตอนนี้ผมโดนกล่าวหาและได้รับความเดือดร้อน เรื่องจะเอาเปรียบคนผมไม่ทำอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่นิสัย ผมเป็นคนตรง ๆ มีครอบครัวอยู่แล้ว มีภรรยา มีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 26 คนเล็กอายุ 23 ทางครอบครัวก็ไม่สบายใจ และอยากให้ผู้ที่เสียหายช่วยนำข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้ตำรวจตามหาคนร้ายต่อไป เพราะผมไม่ใช่ผู้กระทำผิดและยืนยันว่าผมบริสุทธิ์" นายชนะศึก กล่าวชี้แจง


อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ทีมข่าวโทรศัพท์ติดต่อนางสาวหญิง ซึ่งเป็นผู้ที่ติดต่อให้นายชนะศึก รู้จักกับน.ส.แมว นางสาวหญิงกลับไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์และให้ข้อมูลในวันนี้ แต่จะขอให้ข้อมูลกับสื่อพร้อมทนายในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ย.64) 



ข่าวยอดนิยม