close sticky

มรดกเลือด! พ่อแฉลูกถูกฆ่าต่อหน้าเมีย แม่ส่งคนดักซุ่ม ปมที่ดินตระกูล (คลิป)

4
22 พ.ย. 61
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 61 เวลา 21.30 น. ตำรวจ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่บ้านช้างหาร ม.8 ต.ห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ที่เกิดเหตุพบศพนายกนกพล รัตนพันธุ์ อายุ 31 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง และศีรษะ จำนวนหลายนัด นอนเสียชีวิตข้างกอกล้วยข้างบ้าน

นางสาววิภาวดี ชัยเพชร ภรรยาของผู้ตาย


วันที่ 22 พ.ย. 61 นางสาววิภาวดี ชัยเพชร อายุ 33 ปี ภรรยาของผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลังกินข้าวเสร็จ ตนกับสามีออกมานั่งหน้าบ้าน ซึ่งสามีก็บ่นบอกกับตนว่ารู้สึกใจคอไม่ดี "ถ้ากูตายขอให้รู้ไว้นะว่า ไม่เกี่ยวกับยาบ้า" และยังบอกกับเมียว่า กูมีดวงตายโหง หลังจากนั้นได้ยินเสียงสุนัขส่งเสียงเห่ามาจากไกล และเข้ามาใกล้บ้านเรื่อย ๆ สามีซึ่งรู้สึกไม่ได้ จึงพากันเดินเข้าบ้านและปิดประตู และจากนั้นได้ยินเสียงปืนดังมาจากไกล 2 นัด จึงเงี่ยหูฟังว่าเสียงปืนจากไหน สามีก็ส่องดูตามช่องข้างบ้านก็ไม่เห็นใคร

ภาพจำลองเหตุการณ์ จากคำบอกเล่าของนางสาววิภาวดี (1)


ต่อมาเมื่อเสียงเงียบ และได้ยินรถยนต์ของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักเข้าบ้านผู้ใหญ่ ก็เข้าใจว่าผู้ใหญ่บ้านกลับมา และคนมาแล้วคงไม่มีอะไรแล้ว จึงพากันเปิดประตูออกมานอกบ้าน และรู้สึกเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากเสียงปืนมาจากฝั่งบ้านผู้ใหญ่บ้าน จึงชวนกันนำไฟฉายออกไปว่าจะไปดู แต่พอไปแล้วก็แอบฟังไม่เห็นอะไร ก็พากันเดินกลับมา แต่สามีหันไปเห็นมีคนแอบอยู่ตรงพุ่มไม้หลังบ้าน

ภาพจำลองเหตุการณ์ จากคำบอกเล่าของนางสาววิภาวดี (2)


จากนั้นสามีของตนได้ตะโกนสั่งให้ตนเองวิ่งหนี ตนเองตกใจจึงวิ่งหนี แต่ไปติดข้างบ้าน ขณะที่สามีก็กระโดดไปอีกฝั่ง คนร้ายยิงใส่ 2 นัด และหันกระบอกปืนมาจะยิงตน สามีเห็นจึงหันวิ่งกลับมาช่วยตน และถูกยิงจนล้มลง ส่วนคนร้ายก็ตามมาจ่อยิงซ้ำ จนเสียชีวิต ตนเองวิ่งหนีเข้าบ้านไปกอดลูก 3 คน โดยคนร้ายหลังก่อเหตุก็ตะโกนเสียงบอกเพื่อนว่าไป ๆ แล้วทั้งหมดก็วิ่งหนี และรัวยิงปืนไปตลอดทางสักระยะหนึ่งด้วย เมื่อออกมาเห็น ก็พบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว

ตำรวจเข้าตรวจสอบ และหาหลักฐานเพิ่มเติม


เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุเชษฐ์ แก้วขาว ผกก.สภ.ห้วยยอด และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ห้วยยอด เข้าตรวจสอบและหาหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณพื้นที่เกิดเหตุคดี โดยตอนนี้ตั้งประเด็นสังหารประเด็นเดียวคือ ปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวเกี่ยวกับในเรื่องที่ดิน ที่ผู้ตายมีปัญหากับครอบครัว ส่วนคนร้ายคาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 คน ซึ่งตอนนี้ยังคงอยู่ในระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนหาหลักฐานต่อไป

พิธีสวดอภิธรรมศพของนายนายกนกพล รัตนพันธ์ หรือ บีม


ต่อมา ทีมข่าวเดินทางมาที่วัดควนไม้แดง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยครอบครัวได้นำร่างของนายกนกพล รัตนพันธ์ หรือ บีม อายุ 33 ปี มาตั้งสวดอภิธรรมศพ ซึ่งบรรยากาศงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีเพียงภรรยา และบรรดาญาติคนสนิทที่มาร่วมงานเท่านั้น โดยช่วงเวลา 20.00 น. ได้เริ่มทำการสวดอภิธรรม โดยมีพ่อของผู้เสียชีวิตเป็นประธานในพิธี โดยในงานดังกล่าวไม่พบญาติฝ่ายแม่ของผู้เสียชีวิตมาร่วมงานแต่อย่างใด

นายศักดิ์ (นามสมมติ) พ่อของผู้ตาย


ด้าน นายศักดิ์ (นามสมมติ) พ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ลูกชายตนเป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงไป แต่ตนไม่เคยเห็นเขามีปากเสียงกับคนอื่น นอกจากแม่ของเขาค่อนข้างบ่อยครั้ง โดยลูกชายมักโทรศัพท์มาพูดคุย ทั้งยังเคยบอกตนว่า เขาเคยมีปัญหากับแม่ถึงขั้นที่แม่ตัดไฟ ไม่ให้ใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตนจึงเตือนไปบอกลูกว่าถ้าอึดอัดก็มาอยู่กับพ่อ แต่ลูกปฏิเสธว่าพ่อมีครอบครัวใหม่แล้ว อีกทั้งตนก็สร้างบ้านที่นี่ ก็ไม่ได้อยากจะย้ายไปไหน จึงต้องอยู่ดูแลครอบครัว

ส่วนบรรดาญาติพี่น้อง ตนไม่ค่อยเห็นลูกคลุกคลีกับใคร เพราะเขาจะตั้งใจทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวเขา ขยันทำมาหากิน ส่วนเรื่องที่แม่เขาแจ้งความจับลูกตัวเอง ตนก็ทราบมาบ้าง แล้วตนก็เคยไปประกันตัวลูกชายในคดียาเสพติดเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งสำหรับกรณีเรื่องสารเสพติด ตนไม่เชื่อว่าลูกมีความเกี่ยวข้องขัดแย้ง จนถึงขั้นถูกฆ่า

ขณะนี้ตนรู้สึกติดใจประเด็นเรื่องที่ดิน ซึ่งคาดว่ามีความขัดแย้งกับแม่ของผู้ตายค่อนข้างหนัก จนถึงขนาดที่แม่หนีไปอยู่ที่อื่นประมาณ 2 เดือน จากนั้นลูกก็โดนยิง แต่ตนไม่รู้รายละเอียดว่ามีปัญหาอย่างไรกับแม่เขา ตนอาจจะไม่รู้อะไรมาก แต่เชื่อว่าเขามีปัญหาขัดแย้งกัน

นายศักดิ์ คาดการณ์ว่าบรรดาญาติฝั่งแม่ก็อาจมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกชายตน ซึ่งตนเห็นว่าทั้งสองฝ่ายไม่ถูกกันมานานหลายปีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน

ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่าการตายของลูกชายตนคือปัญหาในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่มีพิรุธ เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ญาติฝั่งแม่ ได้แก่น้าเขยและน้า พาชายต้องสงสัยมาอยู่ที่บ้านของแม่ผู้ตาย จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นหลังที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านของผู้ตายนัก และกลุ่มชายคนดังกล่าวก็ได้มาถ่ายรูปบ้านของผู้ไว้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามคนก่อเหตุมาได้โดยเร็ว เพราะจุดเกิดเหตุตอนนั้น แม่และญาติที่มีปัญหากับผู้ตายก็อยู่ตรงนั้น ตอนนี้ที่ตนห่วงมากที่สุดก็คือหลานทั้ง 3 คนที่ยังอยู่กับอีกฝ่าย


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่