close sticky

เจ้าหนี้เปิดหน้าชนสาวกู้ 5 พันยอดพุ่ง 1.9 ล้าน โต้เก็บดอกโหดยันช่วยเพราะสงสาร (คลิป)

5 พ.ย. 64

จากกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้เสียหาย "น.ส.ใบเฟิร์น" อายุ 19 ปี พร้อมด้วยผู้ปกครอง นำข้อมูลและเอกสารเข้าขอความช่วยเหลือที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยเหตุการณ์เบื้องต้นเริ่มจากที่ช่วงปิดเทอมอยากมีรายได้เสริม ตัดสินใจกู้ยืมเงินนอกระบบจากคนที่รู้จักในเฟซบุ๊ก จำนวน 5,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 เพื่อนำมาเป็นทุนในการซื้อหมูสดมาขาย ให้เวลาชำระคืนภายใน 5 วัน แต่สุดท้ายเจ้าหนี้แนะนำให้กู้เจ้าหนี้รายต่อ ๆ ไป เพื่อนำมาโปะสุดท้ายยืมไปยืมมาจนหนี้ทบต้นท่วมเป็นเงินจำนวนเกือบ 2 ล้านบาท จากเจ้าหนี้จำนวน 15 ราย ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนกว่า


957260


ซึ่งทาง น.ส.เฟิร์น เองหลังจากที่ไม่มีเงินหมุนจ่ายทำให้เจ้าตัวถูกเจ้าหนี้รายหนึ่งทวงหนี้ โดยผ่านการโพสต์ประจานในกลุ่มแฟนเพจทางเฟซบุ๊ก พร้อมมีรางวัลนำจับจำนวน 10,000 บาท ตลอดจนยังโดนข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย จนน.ส.เฟิร์น ต้องหนีมาหาแม่ให้ช่วยหวังจะได้กลับไปในพื้นที่ที่จังหวัดสกลนคร เพื่อเรียนหนังสือต่อ โดยที่เจ้าตัวเองยินดีประนอมหนี้ชดใช้ให้เจ้าหนี้ทุกรายแต่ขอโอกาสหาเงิน


270242


ล่าสุด วันที่ 5 พ.ย. 64 น.ส.เฟิร์น อายุ 19 ปี เปิดใจว่า ลักษณะการกู้ยืมเงินช่วงประมาณต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนอยากจะหาเงินทุนมาซื้อหมูสดขายที่บ้าน ตัดสินใจทักเฟซบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่มีการประกาศปล่อยเงินกู้รายวัน เลยตัดสินใจทักไปครั้งแรกข่วงประมาณวันที่ 2 ส.ค. ตนเลยตัดสินใจทักหญิงสาวรายดังกล่าวไปเพื่อกู้ยืมเงินจำนวน 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 30 กำหนดคืนภายใน 5 วัน เป็นเงิน 6,000 บาท ตลอดจนหากผู้กู้ผิดสัญญาทางผู้ให้กู้เองสามารถโพสต์ตามยอด และโพสต์ข้อความเตือนภัยผ่านทางโลกออนไลน์ได้ รวมไปถึงเจ้าหนี้เองมีอำนาจที่จะยึดทรัพย์และของมีค่าที่มีอยู่แทนจำนวนยอดที่ยืม อีกทั้งยังสามารถดำเนินคดีได้ทุกกรณี


ช่วงเวลาเริ่มต้นที่เริ่มกู้ จะเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคมเป็นเงิน 5,000 บาท หลังจากนั้นพอครบตามกำหนด 5 วัน ตนต้องนำเงินไปคืนเจ้าหนี้รายเเรก 6,000 บาท แต่เมื่อครบกำหนด ตนยังไม่มีเงินคืน ทางเจ้าหนี้รายแรกเลยแนะนำให้ไปหากู้ยืมเจ้าหนี้คนที่ 2 ในยอด 6,000 บาทเพื่อมาปิดหนี้ โดยที่เงื่อนไขเจ้าหนี้คนที่ 2 อาจจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 30 เป็นระยะเวลา 3 วัน และต้องคืนมากกว่า 6,000 บาท พอถึงเวลาตนไม่มีเงิน เลยค้องไปหาเจ้าหนี้คนที่ 3 มาปิดเจ้าหนี้คนที่ 2 ปิดยอดได้ตนก็ต้องหาเงินมาคืนเจ้าหนี้คนที่ 3 เลยต้องวนกลับไปหาเจ้าหนี้คนที่ 1 อีกครั้ง เป็นวงจรแบบนี้ กู้มาเรื่อย ๆ จนเจ้าหนี้กว่า 16 คน ตนมีแต่กู้มาเสียดอกเบี้ย


788598912176617956


เจ้าหนี้แต่ละรายกำหนดกฎเกณฑ์เงินกู้ไม่เหมือนกัน บางรายคิดดอกเบี้ยลอย เช่นกู้มา 2,000 บาท ดอกเบี้ยรายวันวัยละ 100 บาท จ่ายเรื่อย ๆ จนกว่าจะคืนต้น รวมไปถึงบางคนมีดอกเบี้ยรายชั่วโมง แบบ 3 ชั่วโมงก็มี ซึ่งพอวนไปวนมามันก็เหมือนการต่อความยาวสาวความยืด ไม่จบไม่สิ้น ผ่านไป 3 เดือนกว่าจากยอดที่เริ่มต้น 5,000 บาท จนกลายเป็น 500,000 บาท ไม่รวมดอกเบี้ยที่พุ่งสูงเป็นล้านบาท


ตนยอมรับว่าตอนแรกคิดว่าจะปรึกษาทางคุณพ่อและคุณแม่ แต่คิดไปคิดมาตนเองอยากจะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้เรื่องบานปลายแบบนี้ ยืนยันว่าเงินก้อนแรกที่บอกว่า 5,000 บาท ตนเองเอาไปซื้อหมูสดมาขายจริง


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองก็รู้สึกกลัว หลังมีการส่งข้อความมาข่มขู่ หลังจากที่ตนไม่มีทางออกในการหาเงินไปคืนเขา ก็มีเจ้าหนี้บางรายที่ติดต่อมาพูดคุยหลังเกิดเรื่องว่าไม่ต้องคืนดอกเบี้ยแล้วคืนแค่เงินต้นก็พอ ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนในการใช้ชีวิต หลังจากนี้สัญญาว่าตนจะไม่ทำอีกต่อไป พร้อมจะรับผิดชอบคืนเงินให้กับทางเจ้าหนี้


708280


นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ พร้อมด้วยกลุ่มเจ้าหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้ข้อมูลว่าด้านตัวแทนเจ้าหนี้ได้หอบเอกสารทั้งทางไลน์และเฟซบุ๊กที่พูดคุยยืมเงินกัน เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมสกลนคร เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเจ้าหนี้ที่ให้ยืมเงินนั้นไม่ใช่นายทุนงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด และทำเป็นกระบวนการแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะการตกลงใจทั้งสองฝ่าย


368889


ที่ลูกหนี้เป็นคนเสนอดอกเบี้ย เพื่อนำเงินไปลงทุนเลี้ยงหมูปรากฏว่ามีพฤติกรรมที่น่าสัยอย่างมาก โดยพฤติกรรมที่ติดต่อทางโซเชียลไปยืมเงินให้เจ้าหนี้หลายคนมีพฤติกรรม การพูดคุยเป็นรูปแบบเดียวกัน คือกู้เงินด่วนเพื่อนำไปลงทุนเลี้ยงหมูในช่วงสถานการณ์
โควิด-19 และโน้มน้าวออดอ้อนเจ้าหนี้แต่ละคน ด้วยความสงสารและดูมีที่ไปที่มาจากที่เขาคุยรวมถึงคลิปเลี้ยงหมูเจ้าปัญหาที่ส่งให้กับเจ้าหนี้ทุกคน รวมถึงดอกเบี้ยที่ได้เสนอมาอย่างงาม แล้วแต่เจ้าหนี้จะเอา ก็ตกลงใจกันทำสัญญาส่งกันทางไลน์หรือเฟซบุ๊ก จนมีการโอนเงินให้ เริ่มจากกู้น้อย ๆ ทยอยเป็นงวดจากหลักพันเป็น หลักแสนบาท เขาก็รับปากว่าคืนเงินได้ และไม่ได้กู้ไปจ่ายเจ้าหนี้รายใด ๆ ก็เลยตัดสินใจให้กู้ รวมทั้งบางเจ้าเห็นว่าเครดิตดี กู้แล้วคืนในยอดต่ำ แต่ยอดสูงก็หายไปไม่ส่งเงินตามสัญญา


ทั้งนี้ เมื่อเป็นข่าวทุกคนถึงกับอึ้งว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับการถูกร้องเรียน และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะฟังความข้างเดียว จึงโพสต์ลงโซเชียลลงว่ามีใครบ้างที่โดนบ้าง ก็รวบรวมกันมีประมาณ 10 รายในพื้นที่ จ.สกลนคร จึงได้ติดต่อทนายเพื่อขอคำปรึกษา
ในเรื่องนี้ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าโดนกันตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท เจ้าหนี้บางคนต้องไปยืมเงินเพื่อนมาปล่อยกู้ บางคนต้องนำรถไปเข้าธนาคารเพื่อไปปิดยอดหนี้จากเงินที่ให้กู้ ส่วนบางรายหนักหน่อยโดนไปถึง 5 แสนบาท ยืนยันไม่ใช่นายทุนเงินกู้
หน้าเลือดตามที่ถูกกล่าวอ้าง แต่ด้วยลูกหนี้มาขอยืมเงินเองเพื่อไปลงทุน และตอนนี้คาดว่าน่าจะไม่ได้มีแค่เพียงประมาณ 10 รายที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้น่าจะมีอีกหลายราย


107567


การที่ทนายความมาวันนี้ไม่ได้ต้องการให้มีการสนับสนุนให้มีการปล่อยดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหนี้ด้วย เพราะสังคมตราหน้าแล้วว่าพวกเขาเหล่านี้ใจร้ายเหลือเกิน แต่ต้องฟังข้อเท็จจริงอีกด้านว่าสิ่งที่เขาร้องเรียนนั้นไม่ได้มีข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วนในการดำเนินการต้องตรวจสอบโดยละเอียดว่าเข้าข่ายลักษณะฉ้อโกงหรือไม่


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่