
เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 9 มิ.ย. 69 ศูนย์วิทยุ สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม ลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณริมถนนโรงเรียนบ้านปูลัย หมู่ที่ 6 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา จุดเกิดเหตุห่างจาก รร.ประมาน 100 เมตร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และรถยนต์ราชการได้รับความเสียหายพังยับเยิน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา 12 (มว.ฉก.นปพ.ยะลา 12 รามัน) กำลังนำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจ ลาดตระเวนเส้นทางและอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ในช่วงเช้าของการเปิดเรียนตามมาตรการคุ้มครองครูและสถานศึกษา
เมื่อรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณใกล้กับหน้าโรงเรียนบ้านปูลัย คนร้ายที่แฝงตัวอยู่ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และทำให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่เสียหลักพลิกคว่ำ สภาพพังเสียหายอย่างหนัก สะเก็ดระเบิดยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ. จำนวน 2 นาย และประชาชนในพื้นที่ซึ่งกำลังสัญจรผ่านไปมาอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ช่วยกันเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
1.ด.ต.รณชัย นุ่นยัง (บาดเจ็บเล็กน้อย)
2.ส.ต.อ.วิทยา อยู่เย็น (บาดเจ็บเล็กน้อย)
3.นาย สะการียา ลาโฮะยา (บาดเจ็บโดนสะเก็ดเล็กน้อย)
ตอนนี้ผู้บาดเจ็บ อยู่ รพ.รามัน 1 ราย (ชาวบ้าน) ชื่อ นาย สะการียา ลาโฮะยา อายุ 37 ปี
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผกก.สภ.รามัน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้รีบเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ปิดกั้นพื้นที่ (Seal) โดยรอบ เพื่อป้องกันเหตุระเบิดซ้ำซ้อน และให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ชิ้นส่วนระเบิด และตรวจสอบรูปแบบการก่อเหตุอย่างละเอียด เพื่อสืบหาความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มนี้
สำหรับการก่อเหตุในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่เป้าหมายอ่อนแอ (Soft Target) โดยเฉพาะบริเวณหน้าสถานศึกษาในช่วงเวลาที่มีนักเรียนและครูพลุกพล่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาและความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้านหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดยะลาได้สั่งการยกระดับ มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทั่วทุกจุดเสี่ยง โดยเฉพาะเส้นทางครู และบริเวณรอบสถานศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
Advertisement