
จากกรณีที่รองสารวัตรปราบปราม สภ.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เครียดป่วยเป็นโรคซึมเศร้าใ ช้อาวุธปืนจ่อยิงเมียเสียชีวิต แล้วจ่อยิงขมับตัวเองเสียชีวิต คาบ้านพักหลัง สภ.ไทรย้อย


วันที่ 2 ส.ค. 65 พ.ต.อ.รัง ดาวดึงษ์ ผู้กำกับ สภ.ไทรย้อย ให้ข้อมูลว่า สาเหตุการก่อเหตุเนื่องจาก ร.ต.ท.สมศักดิ์ ตากลม ผู้ก่อเหตุ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามา 2 ปีแล้ว แต่หยุดกินยาไปเมื่อ 2 เดือนก่อน เพราะคิดว่าตัวเองหายแล้ว จึงเป็นต้นเหตุให้ก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะที่ผ่าน ร.ต.ท.สมศักดิ์ กับนางนงลักษ์ ภรรยา ก็ยังรักกันดี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทั้งคู่มาวิ่งออกกำลังกายด้วยกันหน้าโรงพัก ไม่มีท่าทีว่ามีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันรุนแรง

ซึ่งทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 24 ปี ไปเรียนอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลก อาศัยอยู่บ้านอีกหลังของครอบครัวเพียงคนเดียว ช่วงหลังมานี้ ด้วยความเป็นห่วงลูกชายว่าอยู่คนเดียว นางนงลักษ์จึงเดินทางไปดูแลลูกชายที่บ้านหลังดังกล่าว ความห่างเหิน อาจทำให้ ร.ต.ท.สมศักดิ์ เกิดความหึงหวงภรรยา ประกอบกับอาการของโรคซึมเศร้ากำเริบขึ้นมาเนื่องจากขาดยาจึงขาดสติคิดสั้น ก่อเหตุยิงภรรยา และยิงตัวเองเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับ ร.ต.ท.สมศักดิ์ ตากลม รับราชการ 30 กว่าปีแล้ว เป็นคนดี ตั้งใจ ทำงานดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร เป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูดกับใคร เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน ช่วงเย็นของทุกวัน ร.ต.ท.สมศักดิ์ จะมาวิ่งออกกำลังกายหน้าโรงพัก คอยให้อาหารไก่พระราชทานที่ทางโรงพักเลี้ยงไว้ นอกจากนี้ทำหน้าเป็นครูแดร์ สอนให้นักเรียนห่างไกลจากยาเสพติด ที่โรงเรียนบ้านไทรดงยั้ง ทำงานชุมชนเข้ากับชาวบ้านได้ดีมาก ถือว่าการก่อเหตุครั้งนี้ทำให้สูญเสียบุคลากรที่ดีขององค์กรไป

นายพิชัย สุขพิทักษ์ อายุ 77 ปี และนางประจวบ สุขพิทักษ์ 72 ปี เป็นพ่อและแม่ ของนางนงรักค์ ตากลม ผู้เสียชีวิต บอกว่านาง นงลักษ์แต่งงานอยู่กินกับ ร.ต.ท. สมศักดิ์ มาได้ 24 ปีแล้ว มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 24 ปี นางนงลักษ์จะโทรมาคุยด้วยทุกวัน เพราะเป็นคนรักพ่อแม่มาก ตั้งแต่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมา ไม่เคยเห็นทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ลูกเขยก็เป็นตำรวจน้ำดีของที่นี่ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เที่ยว ได้เลื่อนขั้น 2 ขั้นทุกปี

ทั้งนี้ นางนงลักษ์ไปดูแลลูกชายวัย 24 ปีที่อาศัยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง และเรียนอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกตัวคนเดียว ห่างกันกับรองสมศักดิ์ แต่ช่วงนี้ลูกสาวกลับมาอยู่ที่บ้านพักของรองสมศักดิ์ เนื่องจากว่ามีอาการป่วย ซึ่งรองสมศักดิ์ก็ได้พาภรรยาไปหาหมอ ไหว้พระไปเที่ยวอยู่บ่อย ๆ ซึ่งไม่มีอะไรสะกิดใจผู้เป็นพ่อและแม่เลยว่าจะเกิดเหตุสลดขึ้น งหนึ่งวันก่อนที่จะเกิด รองสมศักดิ์ลูกเขยและภรรยาได้เดินทางมาหาที่บ้าน ซึ่งในวันนั้นลูกเขยได้เข้ามากอดนางประจวบ แม่ยาย พร้อมกับพูดว่า "ผมรักแม่นะ รักผู้หญิงคนนี้รักสุด ๆ เลย"

ส่วนนางนงลักษ์ ลูกสาวก็เป็นคนดีมากคอยดูแลพ่อแม่ ซื้ออะไรมาจะถึงพ่อแม่หมด เขาเองเป็นลูกคนสุดท้องที่คอยดูแลพ่อแม่ เพราะบรรดาพี่น้องก็อยู่ต่างประเทศและค้าขายอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลก ครอบครัวก็หวังไว้กับนางนงลักษ์ว่าจะเป็นคนคอยดูแลพ่อแม่
หลัง 2 ปีมานี้รองสมศักดิ์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ตอนหลังคิดว่าหายแล้วจึงหยุดทานยามาได้ 2 เดือน เมื่อวานนี้ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้หายไปไม่โทรมา ซึ่งผิดปกติทั้ง 2 คนก็แปลกใจ ช่วงเวลา 18.30 น. จึงได้โทรหาลูกสาว แต่ไม่มีคนรับสาย โทรอย่างไรก็ไม่มีคนรับ เวลา 19.00 น. ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินทางไปหาลูกสาวที่แฟลตตำรวจของรองสมศักดิ์ ก็พบว่าประตูบ้านปิดอยู่หน้าบ้านก็ไม่มีใครปิดประตูเงียบกันหมด เมื่อเปิดประตูเข้าก็พบว่าสามีภรรยาเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก ซึ่งพวกตนเป็นผู้พบศพคนแรก จึงแจ้งให้เรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ทั้งนี้ตำรวจที่พักอยู่บ้านพักหลังติดกันก็ไม่ได้ยินเสียงปืนหรือเหตุการทะเลาะวิวาทอะไร สาเหตุน่าจะมาจากปืนที่ใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มม. เมื่อยิงแล้วจะเสียงไม่ดัง สภาพศพนางนงลักษ์นอนหงายอยู่บนพื้นห้อง มีบาดแผลถูกยิงที่ใบหน้า หน้าอก และแขน ส่วนศพของ ร.ต.ท.สมศักดิ์ ถูกยิงที่ขมับขวา นอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาภายในห้องพัก พบอาวุธปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ปลอกกระสุนปืน 7 นัด

บรรยากาศงานศพที่วัดไทรย้อยเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผู้เป็นแม่ได้เข้าไปจับโลงศพพร้อมกับร้องไห้ ขณะที่ลูกชายวัย 24 ปีของผู้ตาย ทรุดลงกับพื้นและร้องไห้ จนญาติต้องเข้ามาปลอบใจ หลังจากนั้นจึงได้เข้ามารดน้ำศพผู้เป็นแม่พร้อมกับกราบเท้าแม่เป็นครั้งสุดท้าย

ขณะที่นางสุกัญญา สุขพิทักษ์ อายุ 54 ปี พี่สาวของนางนงลักษ์ ผู้เสียชีวิต เล่าว่าก่อนเกิดเหตุน้องสาวได้โทรมาหาพร้อมกับน้ำเสียงตกใจแล้วบอกว่า "มาช่วยหนูด้วย พี่สมศักดิ์จะฆ่าตัวตาย ให้มาช่วยห้าม" แล้วตอนนั้นน้องสาวติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ ขณะนั้นก็เป็นห่วงพี่สมศักดิ์ และไม่คิดว่าพี่สมศักดิ์จะก่อเหตุยิงน้องสาวของตนจนเสียชีวิต และยิงตัวตายตาม หลังจากได้รับโทรศัพท์ก็ได้รีบโทรแจ้งให้ทางครอบครัวรีบเดินทางไปหาน้องสาวที่อยู่ในบ้านพักตำรวจ

สาเหตุก็น่าจะมาจากโรคซึมเศร้าที่พี่สมศักดิ์เป็นอยู่ ผู้ก่อเหตุอาจจะเครียดเนื่องจากน้องสาวของตนต้องเดินทางไปดูแลลูกที่อยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกเพราะลูกกำลังจะเรียนจบจึงรู้สึกเหงาอาจจะทำให้เครียดแล้วรู้สึกว่าถูกภรรยาทอดทิ้ง เรื่องอื่นก็ไม่มีอะไร ส่วนน้องของตนเป็นคนน่ารัก เสียใจและช็อกมาก เข้าใจว่าตอนแรกเป็นการห้ามกันมากกว่า เพราะทั้ง 2 คนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะอะไรกันมาก่อน ตนก็งงเหมือนกันว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร ซึ่งผู้ก่อเหตุเคยพยายามจะฆ่าตัวตายมาแล้ว 1-2 ครั้ง เรื่องนี้หลานเป็นคนเล่าให้ฟัง ช่วงนี้ที่น้องสาวเดินทางมาอยู่กับพี่สมศักดิ์เนื่องจากว่าน้องสาวป่วย เป็นรองช้ำเท้าเดินแล้วเจ็บ จึงหยุดงานทั้งหมดแล้วมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพี่สมศักดิ์ ก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วันพี่สมศักดิ์ยังพาน้องสาวไปเดินออกกำลังกายหน้าโรงพักเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และพาไปไหว้พระที่วัดใหญ่ ซึ่งทั้งคู่ก็ดูรักกันดีไม่มีปัญหาอะไร ปัญหาเรื่องเงินก็ไม่มี
ตนอโหสิกรรมให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยอมรับตรง ๆ ว่าโกรธน้องเป็นเด็กดี คนในครอบครัวสมบูรณ์ทุกคน ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา ใครกันบ้างไม่โกรธ ญาติที่อยู่ในต่างประเทศก็โทรมาร้องไห้กันยกใหญ่ ทุกคนรักน้องสาวคนนี้หมดเพราะหวังว่าน้องคนนี้จะเป็นคนคอยดูแลคุณพ่อคุณแม่
โดยนางสุกัญญา ได้พูดคุยกับทางครอบครัวของร้อยตำรวจโทสมศักดิ์ ก็ได้ขอโทษแล้วผ่านทางโทรศัพท์พร้อมกับบอกว่า "ลูกกูโง่ โง่ที่ทำแบบนี้ มันไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาเลย"

นายสุนทร ตากลม อายุ 77 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า ตัวเองไม่รู้ปมที่แท้จริงว่าลูกชายก่อเหตุเพราะอะไร ที่ผ่านมาลูกชายก็มีอาการปกติ ส่วนเรื่องที่ลูกชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และพยายามจะฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง ตัวเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ และไม่เคยทราบมาก่อน ว่าลูกป่วยซึมเศร้า
ตัวเองเจอลูกชายครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยลูกชายมาที่บ้าน พร้อมกับภรรยาของเขา แล้วลูกชายมาบอกกับครอบครัวว่าเหนื่อยเรื่องงาน แล้วก็เข้าไปจับมือผู้เป็นแม่ ก่อนที่จะกราบเท้าพวกตัวเองแล้วเดินทางกลับ จ.พิษณุโลก ลูกชายไม่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน ส่วนปัญหาครอบครัวและเรื่องชู้สาว ก็พอมีอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทะเลาะกับภรรยารุนแรง ตัวเองอยากให้ลูกชายไปสู่สุคติ และก็ให้อภัยลูกชายที่เขาก่อเหตุแบบนี้ ส่วนหลานชายวัย 24 ปี ญาติฝั่งลูกสะไภ้ ก็จะเป็นคนเลี้ยงดูแลต่อไป
Advertisement