บลูบิค กรุ๊ป ชี้ ดิจิทัล ดิสรัปชั่น ดันธุรกิจที่ปรึกษาโต 20%

บลูบิค กรุ๊ป ชี้ดิจิทัล ดิสรัปชั่น ดันธุรกิจที่ปรึกษาโต 20% ชูจุดแข็งเข้าใจเทคโนโลยีเชิงลึกผ่านการลงทุนสตาร์ทอัพ สร้างนวัตกรรมใหม่ตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1 ใน 5 ปี

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในทุกภาคธุรกิจได้ถูกท้าทายด้วย Digital Disruption นั่นคือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคต้องการได้รับบริการที่รวดเร็วแบบเรียลไทม์ ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลต่าง ๆ ทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจเดิมอย่างรุนแรง และการอยู่รอดของธุรกิจในยุคนี้ไม่ใช่การปฏิเสธหรือใช้กลยุทธ์ธุรกิจแบบเดิม แต่เป็นการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี และเหนือไปกว่านั้นคือการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิผลสูงสุด เพื่อนำมาซึ่งบริการที่สามารถตอบโจทย์ยุคใหม่ได้ตรงใจและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้วยเทคโนโลยีส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเร่งวางกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนองค์กร ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เหมาะสม โดยไม่มีเวลาลองผิดลองถูกด้วยตนเอง เพราะโลกดิจิทัลเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การปรับตัวช้าจะส่งผลต่อธุรกิจอย่างมหาศาล ธุรกิจที่ปรึกษาจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำพาองค์กรให้สามารถแข่งขันได้ในยุค 4.0 โดยในปีที่ผ่านมาธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีในประเทศมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20%  โดยธุรกิจที่ปรึกษาด้านที่เติบโตประกอบไปด้วยที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ดิจิทัล (Digital strategy) ที่ปรึกษาด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และที่ปรึกษาด้านการบริหารแบบคล่องตัวสูง (Agile management)

ทั้งนี้ การก้าวผ่านดิจิทัล ดิสรัปชั่น ในประเทศไทย แม้จะมีทางออกด้วยการเลือกบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญการมาเป็นตัวช่วย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการเข้าใจวัฒนธรรม รวมถึงเอกลักษณ์ที่เด่นชัดขององค์กรและผู้บริโภคไทย ประกอบกับการมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มโอกาสในการแข่งขันไม่เพียงพออีกต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับองค์กรสมัยใหม่คือ มองหาแผนธุรกิจที่ชาญฉลาดกว่า ด้วยการวาง  กลยุทธ์และการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เข้ามาเติมเต็มและเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคยุค 4.0

“องค์กรแต่ละแห่งมีความถนัดในการทำธุรกิจเป็นอย่างดี การจะดึงเอาคนขององค์กรมาเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีควบคู่กับการทำงานด้านที่ถนัด จะเป็นการบั่นทอนจุดแข็งด้านความชำนาญในธุรกิจ ยิ่งในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างคนให้เก่งเทคโนโลยีอาจไม่ทันการ ฉะนั้นการมีบริษัทที่ปรึกษาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ต้องนึกถึง ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีให้เหนือกว่าการตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ​ ให้กับลูกค้า จะเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ” นายพชร กล่าว

นายพชร กล่าวต่อว่า บลูบิค กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ปรึกษาสัญชาติไทยด้านกลยุทธ์และการจัดการ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการพัฒนากลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อการแข่งขันทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประกอบด้วยทีมงานที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ระดับนานาชาติกว่า 120 คน สร้างสรรค์ผลงานโดยเฟ้นหาวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ และเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดมาประยุกต์ใช้ เพื่อการวางกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตของธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ ด้วยกลยุทธ์และการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเติมเต็มความต้องการและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ทั้งการวางกลยุทธ์การเติบโต (Growth strategy)

การออกผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อพลิกตลาด (Disruptive product ideation) การทำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบ (Innovative product prototype) การพัฒนาแอพพลิเคชัน (Application development)  รวมถึงการวางแผนกลยุทธ์เพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด (go-to-market strategy) โดยที่ผ่านมาได้ผ่านงานที่ปรึกษาแก่บริษัทชั้นนำในหลายธุรกิจ อาทิ ธุรกิจการเงินและประกันภัย โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุปโภคบริโภค ที่มีจุดแข็งคือ เข้าใจองค์กรและผู้บริโภคไทยมากที่สุด โดยมุ่งส่งมอบงานด้วยการเปลี่ยนถ่ายจากความคิดสู่การปฏิบัติได้จริงในธุรกิจ โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและวางยุทธศาสตร์ทางธุรกิจให้แก่องค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมชั้นนำในระดับประเทศและนานาชาติ

ในปี 2561 ที่ผ่านมา บลูบิค กรุ๊ป นับเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ดิจิทัลสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่สามารถแข่งขันกับบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลกในภูมิภาคนี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีมาร์เก็ตแชร์ 5% เป็นลำดับที่ 6 ในตลาด โดยในปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 40%  นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่ปรึกษาสัญชาติไทยด้านกลยุทธ์ดิจิทัลและการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี อันดับ 1 ในประเทศไทยภายในปี 2567 ด้วยการเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่เข้าใจความต้องการองค์กรไทยในเชิงลึกและสามารถนำโซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุดกับตลาดไทยจากการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี และยังมีความเชี่ยวชาญในการเพิ่มขีดความสามารถเกี่ยวกับดิจิทัล ดิสรัปชั่น โดยได้มีการลงทุนเพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญ และลงทุนด้านเทคโนโลยีเชิงลึกใหม่ ๆ ผ่านสตาร์ทอัพในด้านต่าง ๆ อาทิ Design-led innovation, Big data, AI, IoT, Fintech, Green Energy และ Omni channel รวมถึงการมีเป้าหมายก้าวให้ไวกว่าด้วยการมองหาและพัฒนาความเชี่ยวชาญไปยังเทคโนโลยีใหม่ที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดไทยในอนาคต.

keyboard_arrow_up