‘ธัญ’ จัดเวิร์คช็อปร่วมกับ ‘นักกายภาพบำบัด’ แชร์เทคนิคดูแลรูปร่างสำหรับคนเมืองเวลาน้อย

รักษารูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอ พร้อมกระชับผิวกายให้เรียบเนียนกับแบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN) ที่จัดเวิร์คช็อปร่วมกับนักกายภาพบำบัด แนะนำเทคนิคการดูแลสุขภาพและรูปร่างสำหรับคนเมืองเวลาน้อย พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ‘บอดี้ บัตเตอร์’

ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเหล่าคนเมืองที่มีภาระหน้าที่มากมายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จนอาจละเลยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ผิวจึงขรุขระไม่เรียบเนียน ส่งผลกระทบต่อบุคลิกและความมั่นใจในรูปร่างของตนเองล่าสุด ‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมกับ นักกายภาพบำบัด พิษณุ ลี้ประเสริฐ จัดกิจกรรมฟิตหุ่นเฟิร์ม เผยเทคนิคการออกกำลังกายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ‘บอดี้ บัตเตอร์’ สูตรเสริมประสิทธิภาพที่ให้มากกว่าแค่ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถรับมือกับผิวเปลือกส้มที่หลายคนกังวลใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน พิษณุ ลี้ประเสริฐ นักกายภาพบำบัดได้แนะนำเทคนิคการออกกำลังกายเพื่อการดูแลสุขภาพและรูปร่างว่า
“ผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีสรีระและฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกัน โดยฮอร์โมนเพศชายหรือ ‘เทสโทสเทอโรน’ (Testosterone) นั้นจะมีผลต่อการสร้างกล้ามเนื้อได้มากกว่าฮอร์โมนเพศหญิงหรือ ‘เอสโตรเจน’ (Estrogen) ดังนั้นเวลาที่ออกกำลังกายผู้ชายมักจะสร้างมวลกล้ามเนื้อได้เร็วและเห็นได้ชัดกว่าผู้หญิง การดูแลรูปร่างอย่างถูกวิธีนั้นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กันระหว่าง ‘แคลอรี่ อินเทค’ (Calorie Intake) หรือการกินเข้าไปเพื่อให้พลังงานกับร่างกาย และ ‘แคลอรี่ เอาท์พุท’ (Calorie Output) หรือการใช้พลังงานเพื่อทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง รวมไปถึงการนอน

ซึ่งปัจจัยหลักที่สำคัญจะอยู่ที่การควบคุมการกิน คือการนำแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายให้น้อยกว่าการใช้ โดยปกติการออกกำลังกายจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ‘เวท เทรนนิ่ง’ (Weight Training) คือการออกกำลังกายหนักๆ แต่ออกในจำนวนรอบที่น้อย ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยทำให้มวลกล้ามเนื้อขยาย ส่งผลให้มีพลังและแรงเพิ่มขึ้น รวมถึงทำให้กระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) หรือระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้นด้วย ต่อมาคือ ‘คาร์ดิโอ’ (Cardiovascular exercise) หรือ เอนดูแรนซ์ เทรนนิ่ง (Endurance training) คือ การออกกำลังกายที่ไม่หนักมาก ใช้เวลาออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เพื่อช่วยให้ร่างกายและหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยลดแคลอรี่ได้โดยตรง ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รวมทั้งทำให้เราหายใจได้ลึกขึ้น”

ซึ่งการลดน้ำหนักระยะยาวจำเป็นที่จะต้องเน้นการเวท เทรนนิ่ง (Weight Training) ควบคู่ไปกับคาร์ดิโอ (Cardiovascular exercise) โดยเริ่มจากการเวท เทรนนิ่งก่อน เพื่อให้ร่างกายดึงพลังงานที่สะสมในกล้ามเนื้อที่เรียกว่า ‘ไกลโคลเจน’ (Glycogen) ที่เกิดจากการรับประทานอาหารพวกแป้งและน้ำตาลมาใช้ แล้วต่อด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardiovascular exercise) อย่างการวิ่งเพื่อให้ร่างกายได้ดึงไขมันที่สะสมในร่างกายมาเผาผลาญต่อ ก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่า ที่สำคัญควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายทุกส่วนเพื่อเป็นการกระชับรูปร่าง เมื่อมวลกล้ามเนื้อของร่างกายเราเพิ่มขึ้น ระบบเผาผลาญก็จะมีประสิทธิภาพขึ้น ก็จะสามารถลดสัดส่วนหรือไขมันเฉพาะส่วนได้ โดยบริเวณที่ไขมันส่วนเกินมักจะสะสมอยู่ ได้แก่บริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นแขน และต้นขา โดยเน้นท่าออกทำลังกายบริเวณที่มีไขมันส่วนเกินซ้ำๆ บ่อยๆ เพื่อให้ไขมันและสัดส่วนลดลง รวมถึงสามารถใช้ตัวช่วยอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติจากสาหร่ายแบล็ดเดอร์แร็ค (Bladderwrack extract) และสาหร่ายเคลป์ (Kelp extract) ที่ช่วยกระตุ้นการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ เพื่อลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน และสารสกัดหญ้าหางม้า (Horsetail extract) ที่ช่วยลดรอยแตกลายบนผิว และช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับเรียบเนียนเพื่อการมีผิวพรรณที่ดูเรียบเนียนไร้เซลลูไลท์

ส่วนเทคนิคการออกกำลังกายสำหรับคนเมืองที่ไม่ค่อยมีเวลามาก สามารถออกกำลังด้วยท่าง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน อาทิ ท่าวิดพื้น (Push Up) ท่าเบสิกที่จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก หลังแขน และไหล่ ซึ่งท่าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกัน โดยผู้ชายให้กางแขนออกเท่าระดับหัวไหล่ อย่าสูงหรือต่ำกว่าระดับไหล่ กางแขนวางมือในระดับเดียวกันเป็นท่านอนคว่ำกับพื้นในท่าเตรียม ใช้แขนดันตัวขึ้นมาให้สุด ห้ามห่อไหล่ ดันให้สุดลำตัว และลงไปกับพื้นให้สุด ส่วนของผู้หญิงทำเช่นเดียวกับท่าของผู้ชาย แต่สามารถงอเข่าลงติดกับพื้น จะช่วยให้ออกได้ง่ายขึ้น

ต่อมาที่ท่าซูเปอร์แมน (Superman Pose) หรือท่าบริหารหลังส่วนบน เริ่มจากนอนคว่ำไปกับพื้น ให้หน้าท้องถึงปลายเท้าแนบพื้น หน้ามองตรง ปลายคางติดพื้น จากนั้นเหยียดขาทั้ง 2 ข้างให้ตรงชิดกัน เหยียดแขนทั้ง 2 ข้างไปข้างหน้า พร้อมเงยหน้า สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด พร้อมยกแขนและหน้าขาขึ้นจากพื้น ค้างท่านี้ไว้ 1 นาที หายใจเข้า-ออก อย่างช้าๆ โดยไม่มีส่วนใดสัมผัสพื้นเลย นอกจากหน้าท้อง และท่าซิทอัพ (Sit Up) ช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง ให้หน้าท้องแบนราบ เริ่มจากนอนราบกับพื้น ชันเข่าชิด มือแตะไว้หลังท้ายทอย จากนั้นยกตัวขึ้นแค่พอประมาณ โดยไม่ต้องยกสุดหลัง จากนั้นหย่อนตัวกลับลงไปที่พื้น ทำต่อเนื่องขึ้นลงช้าๆ สำหรับคนที่เพิ่งหันออกกำลังกายใหม่ๆ ให้เริ่มทำอย่างช้าๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายปรับตัวก่อน ซึ่งแต่ละท่าสามารถทำได้ 3 – 4 เซ็ต เซ็ตละ 10 – 15 ครั้ง โดยทำได้ทุกวันหรือวันเว้นวัน ควบคู่กับการทำคาร์ดิโอ เช่น ออกไปวิ่งนอกบ้าน ใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 30 นาที และควรทำให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของเราด้วย”

โดยกิจกรรมในครั้งนี้นักกายภาพบำบัดยังได้แนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายจาก ‘บอดี้ บัตเตอร์’ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายสูตรเสริมประสิทธิภาพที่ให้มากกว่าแค่ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถรับมือกับผิวเปลือกส้มที่หลายคนกังวลใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากใบชิโซะ (Platinum colloid shiso extract), ออแกนิค เชียบัตเตอร์ (Organic shea butter), น้ำมันโจโจ้บาออแกนิค (Organic jojoba oil), สารสกัดจากบุทเชอร์ส บรูม (Butcher’s broom extract) และสารสกัดจากมิลค์ ทิสเซิล (Milk thistle extract) พืชธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด พร้อมลดอาการระคายเคือง, สารสกัดหญ้าหางม้า (Horsetail extract) ลดอาการผิวลาย และช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับเรียบเนียน, สาหร่ายแบล็ดเดอร์แร็ค (Bladderwrack extract) และสาหร่ายเคลป์ (Kelp extract) ช่วยกระตุ้นการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของไขมัน และ สารสกัดจากใบไอวี่ (Ivy extract) อุดมด้วยสารซาโพนูไซด์ (Saponoside) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ลดอาการบวมน้ำของผิว และลดการซึมผ่านของไขมันเข้าสู่เส้นเลือด

ฟิตหุ่นให้เฟิร์มกระชับ พร้อมดูแลผิวกายให้เรียบเนียน เต่งตึงด้วยผลิตภัณฑ์ ‘บอดี้ บัตเตอร์’ (Body Butter) ขนาด 350g ราคา 1,700 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ

keyboard_arrow_up