เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนแตกในลาว ดับแล้ว 20 ราย สูญหายนับร้อย

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองสะหนามไซของลาว จากเหตุสันเขื่อนแตกเมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา ล่าสุดเช้าวันนี้(25 ก.ค.61 ) ระดับน้ำเริ่มลดแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยกู้ภัยเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนชาวสะหนามไซ ในจังหวัดอัตตะปือ ที่ต้องอพยพจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคา โดยการลำเลียงผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากระดับน้ำท่วมสูง โดยเมื่อวานนี้(24 ก.ค.61) ทางการได้ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นเขตประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้การช่วยเหลือและค้นหาสามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้มวลน้ำกว่า 5 พันล้านตันที่ทะลักจากเขื่อนเซเปี่ยน เซน้ำน้อยได้หลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 หมู่บ้าน มีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 6,600 คน ซึ่งล่าสุด มีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ราย และยังสูญหายอีกนับร้อยคน

ล่าสุดมีรายงานว่าระดับน้ำยังไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนหยุดตกแล้ว แต่ปัญหาเร่งด่วนคือการขาดแคลน อาหาร เสื้อผ้า และยารักษาโรค เนื่องจากมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ ส่วนเรื่องการสื่อสาร ในพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่ สัญญาณโทรศัพท์ยังถูกตัดขาด

ในส่วนของประเทศไทยที่ต้องการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวลาว ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทร์ ได้ประกาศช่องทางบริจาคทั้งเงินและสิ่งของบรรเทาทุกข์ เช่น อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องยังชีพ น้ำดื่ม และยา เช่น ยาแก้ไข้ แก้ผื่นคัน

สำหรับเขื่อนเซเปี่ยน เซน้ำน้อยแห่งนี้ เป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า จากการร่วมทุนของเอกชน 3 ประเทศ คือ ลาว ไทย และเกาหลีใต้ ในช่วงแรกที่จะเริ่มโครงการก็ถูกคัดค้านจากประชาชน เพราะจะต้องไล่ที่เพื่อสร้างเขื่อน เหตุการณ์ครั้งนี้ ก็ทำให้ทางการถูกจับตาอีกครั้งเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย และการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าสันเขื่อนเริ่มมีรอยร้าวในช่วงคืนวันอาทิตย์ และพยายามเข้าไปซ่อมแซมแล้ว แต่ฝนที่ตกหนักทำให้สันเขื่อนพังลงมาในคืนวันจันทร์ มวลน้ำมหาศาลได้ไหลลงแม่น้ำเซเปี่ยน จนเอ่อท่วมพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งมีระยะห่างจากเขื่อนประมาณ 5 กิโลเมตร

keyboard_arrow_up