สิ้นสุดการรอคอย!! ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ยืนยันความพร้อม 100% พิธีเปิดฟุตบอลโลก 2018 คืนนี้

รัฐบาลรัสเซียประกาศความพร้อมของเมืองเยคาเตรินเบิร์ก ในการทำหน้าที่เป็นหนึ่งในเมืองเจ้าภาพ จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ยืนยันความพร้อมของเมืองเยคาเตรินเบิร์กซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของรัสเซีย และเป็นบ้านของประชากรกว่า 1.5 ล้านคน โดยระบุ ทั้งทางการท้องถิ่น ชาวเมือง ตลอดจน สนามแข่งขันในเมืองแห่งนี้ มีความพร้อมรับศึกฟุตบอลโลก 2018 แบบ 100%

ข้อมูลจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ระบุว่า สนามกีฬาเซ็นทรัล สเตเดียม ในเมืองเยคาเตรินเบิร์ก สามารถจุแฟนฟุตบอลได้มากกว่า 35,000 คน และจะทำหน้าที่รองรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 จำนวน 4 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ประกอบด้วย

การแข่งขันระหว่างทีมชาติอียิปต์ VS อุรุกวัย ในวันที่ 15 มิถุนายน
การแข่งขันระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส VS เปรู ในวันที่ 21 มิถุนายน
การแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่น VS เซเนกัล ในวันที่ 24 มิถุนายน
การแข่งขันระหว่างทีมชาติเม็กซิโก VS สวีเดน ในวันที่ 27 มิถุนายน

ทั้งนี้ สนามกีฬาเซ็นทรัล สเตเดียม ในเมืองเยคาเตรินเบิร์ก ถือเป็นสนามแข่งขันเพียงสนามเดียวในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่มีที่ตั้งอยู่ใน “ทวีปเอเชีย” ขณะที่อีก 11 สนามที่ใช้แข่งขันล้วนตั้งอยู่ในดินแดนรัสเซียฝั่งที่เป็นทวีปยุโรป

ขณะที่กรุงมอสโก มีการแสดงคอนเสิร์ตโดยวงออเคสตร้า และนักร้องโอเปราชื่อดังของรัสเซีย โดยประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ได้เดินทางเข้าร่วมชมด้วย ซึ่งการจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ใช้ชื่องานว่า “โกล ซิมโฟนี่” เป็นการหยิบเอากลิ่นอายของฟุตบอลมาผสมผสานเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมทางดนตรีของรัสเซีย นั่นคือดนตรีคลาสสิก และโอเปรา มานำเสนอ เพื่อต้อนรับมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กินระยะเวลากว่า 1 เดือน คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นที่จัตุรัสแดง ซึ่งมีพระราชวังเครมลินเป็นฉากหลัง

ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียได้เดินทางเข้าร่วมชมด้วย พร้อมกับจิอานนี่ อินแฟนติโน่ ประธานฟีฟ่า และบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลประเทศต่างๆ ส่วนเจ้าภาพหลักของงาน คือเดนนิส มัตสุเยฟ นักเปียโนชื่อดังของรัสเซียซึ่งได้ขึ้นแสดงบนเวทีด้วย รวมถึงองค์กรการกุศล เหล่าเซเลบริตี้ และได้รับเกียรติจากนักร้องโอเปร่าระดับซูเปอร์สตาร์ ทั้งชาวรัสเซีย สเปน และเปรู ที่ขึ้นแสดงร่วมกับวงออเคสตร้าชั้นนำของประเทศ.

ภาพจาก reuters.com

keyboard_arrow_up