นักวิทย์พบ ‘คลื่นความโน้มถ่วง’ การจากชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน

ทีมนักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง และแสงจากการชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงโดยใช้อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ชนิดเลเซอร์ หรือไลโก้เปิดเผยว่าสามารถตรวจจับแสง และคลื่นความโน้มถ่วง หรือที่เรียกกันว่าคลื่นไอน์สไตน์จากการชนกันของดาวที่ตายไปแล้วสองดวง หรือดาวนิวตรอน โดยดาวทั้งสองมีขนาดมวลใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการพุ่งชนกันของดาวดังกล่าวเกิดขึ้นในกาแลคซี่ ที่มีชื่อว่า เอ็นจีซี 4993 ห่างจากกลุ่มดาวงูไฮดราเป็นระยะทางหลายพันล้านกิโลเมตรเมื่อ 130 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ไดโนเสาร์ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลก

การชนกันของดาว และคลื่นความโน้มถ่วงดังกล่าวก็ทำให้เกิดแร่ธาตุสำคัญในจักรวาลอย่างทองคำ และทองคำขาว

ทั้งนี้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยอดนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกเคยทำนายการเกิดคลื่นความโน้มถ่วงไว้เมื่อปี 1916 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของเขา

อย่างไรก็ดี แนวคิดเรื่องคลื่นความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์ไลโก้ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำสองหลุมที่ชนกันเมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ 3 คน ผู้ค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงในครั้งนั้นก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปีนี้ไปครองด้วย โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์หวังว่าการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงจะช่วยทำให้เข้าใจ และศึกษาการเคลื่อนตัวของมวลในอวกาศ อย่างไรก็ดี การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงยังคงป็นสิ่งทำได้ยากในปัจจุบัน.

keyboard_arrow_up