ธุรกิจ ‘ซากุระ’ ในจีนเฟื่องฟู สร้างรายได้มหาศาล

ขณะที่อุณภูมิเพิ่มสูงขึ้น ดอกซากุระ ได้บานสะพรั่งทั่วประเทศจีน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเยือนตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีต้นซากุระ และแน่นอนว่า ความนิยมนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการปลูกต้นไม้ รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับดอกซากุระ โดยขณะนี้ประเทศจีน มีพื้นที่ปลูกดอกซากุระกว่า 4 หมื่นไร่ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้น ก็คือนครกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน ที่นี่มีอุทยานที่เป็นแหล่งปลูกต้นซากุระที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของจีน ซึ่งทุกปี จะมีการจัดเทศกาลดอกซากุระ โดยในปีนี้ ยอดบัตรเขาชมเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดขายต้นอ่อนซากุระเพื่มขึ้นเป็น 2 เท่า

ซากุระ

นอกจากนี้ ธุรกิจการปลูกต้นซากุระ ยังสร้างงานให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก โดยข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมดอกซากุระของจีน ระบุว่า มีเกษตรกรราว 4 แสนคน ทำงานในอุตสาหกรรมดอกซากุระในประเทศจีน ชาวบ้านที่ทำงานในอุทยานดอกซากุระในนครกว่างโจว บอกว่า ในอดีตรายได้ประจำปีของชาวบ้านอยู่ที่ราว 33,000-38,000 บาท แต่ตอนนี้ รายได้ต่อปีของชาวบ้านอยู่ที่ราว 240,000 บาท เมื่อรวมกับรายได้จากการเก็บค่าเช่าที่ โดยรายได้ปัจจุบันสูงกว่าในอดีตมากกว่า 8 เท่า บริการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมดอกซากุระเกิดขึ้นมากมายในช่วงหลายปีมานี้ เช่นบริการถ่ายรูปท่องเที่ยว

นับตั้งแต่เริ่มฤดูดอกซากุระบานในช่วงกลางเดือนมีนาคม นักท่องเที่ยวแห่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ระหว่างมณฑลเจียงซูและมณฑลเจ้อเจียง เพื่อชื่นชมดอกซากูระบาน ภายในอุทยานแห่งนี้ ช่างภาพท้องถิ่น ให้บริการถ่ายรูปตลอดทั้งวันแก่นักท่องเที่ยว โดยช่างภาพคนหนึ่งที่ชื่อว่า เหมา บอกว่าตารางงานของเขาเต็มตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายน

เหมา เล่าว่า เขาต้องถ่ายภาพ 200-300 ภาพทุกวัน และเนื่องจากฤดูดอกซากูระบานนั้นสั้นมาก ลูกค้าจึงต้องการเก็บภาพช่วงเวลาที่สวยงามนี้ไว้ ดังนั้นเขาจึงมีลูกค้าจองคิวในช่วงฤดูดอกซากุระมากกว่าเดือนอื่น ๆ

ขณะเดียวกัน สินค้าที่เกี่ยวกับดอกซากุระ เช่น อาหารและเครื่องสำอาง ก็ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวเช่นกัน โดยไอศกรีมรูปดอกซากุระ กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งในปีนี้ ในเขตอุทยานแห่งชาติทางตะวันตกของกรุงปักกิ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมดอกซากุระที่มีอยู่ราว 3,000 ต้น และยังมีร้านขายสินค้าทางวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายเป็นที่ระลึกภายในอุทยานอีกด้วย

ในปีนี้ อุทยานแห่งนี้ร่วมมือกับแบรนด์สินค้าเครื่องเขียน ออกจำหน่ายสินค้าธีมดอกซากุระ ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีรายได้จากสินค้าทางวัฒนธรรมเหล่านี้มากกว่าปีที่แล้วถึง 5 เท่า

ข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

keyboard_arrow_up