แท็กซี่หื่น ปืนขู่ขอมีเซ็กส์ รับแค่ลูบขา เพราะหน้าสวยคล้ายแฟน ขอโทษจะไม่ทำอีก (คลิป)

จากกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ Taxi report TH ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมภาพ โดยมีข้อความว่า “น้องผู้หญิงขึ้นรถแท็กซี่คนเดียว แท็กซี่ขู่ ขอมีเพศสัมพันธ์ ผู้เสียหายแจ้งว่า ได้เดินจากรามอินทรา กม.2 จะเดินทางไปยังสายใต้ใหม่ แต่กลับโดนแท็กซี่พูดจาลามกใส่ โดยการขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย และขู่ว่าตนมีปืน ซึ่งผู้เสียหายได้พูดและขอให้แท็กซี่จอดข้างทางก่อนถึงจุดหมาย แท็กซี่ทะเบียน ทส-6037 แท็กซี่โจร คนเลวๆแบบนี้ อย่าให้มีที่ยืน ช่วยกันแชร์นะครับ!!!”

ขอบคุณภาพ จากเฟซบุ๊กเพจ Taxi report TH

ล่าสุด วันนี้ (1 พ.ค. 61) ที่ สน.ตลิ่งชัน น.ส.เมย์ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาแจ้งความกับผู้ที่ขับแท็กซี่ ที่สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวานนี้ (30 เม.ย.61 ) เวลาประมาณ 13.30 น. ตอนนั้นจะเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม จึงต้องเดินทางจากที่พักย่านรามอินทราเพื่อไปต่อรถที่สายใต้ใหม่  ตอนแรกคิดที่จะนั่งรถตู้ไปสายสายใต้ใหม่ เพราะเป็นคนหวาดระแวงการนั่งรถแท็กซี่อยู่ก่อนแล้ว แต่เวลานั้นไม่มีรถตู้มา ประกอบกับมีแท็กซี่คันหนึ่งเปิดกระจกแล้วพูดกับตนว่า “ไปไหนหนู เห็นรอรถนานแล้ว” ตนจึงตัดสินใจขึ้นรถโดยเลือกที่นั่งด้านหลังฝั่งซ้าย ตอนนั้นรู้สึกกลัวจึงได้โทรศัพท์วิดีโอคอลผ่านเฟซบุ๊กหาพี่ชายตลอดทาง

น.ส.เมย์ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

เมื่อแท็กซี่ขับรถไปได้สักระยะ แท็กซี่เริ่มพูดจาลามกพร้อมอ้างว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการคุยกับผู้หญิงรายหนึ่งที่เคยเปิดโชว์หน้าอกให้ตนดู วันนี้ก็นัดเจอกันครั้งแรก พร้อมกับได้โอนเงินให้ผู้หญิงใช้ไปบ้างแล้ว และวันนี้จะมีการให้สร้อยข้อมือทองให้ด้วย น.ส.เมย์ บอกอีกว่า แท็กซี่ได้ชวนให้ตนไปนั่งด้านข้างคนขับ แต่ตนได้ปฏิเสธ แท็กซี่จึงถามกลับมาว่า “คิดว่าสวยเหรอ” ก่อนที่จะบีบบังคับแล้วจอดรถให้ไปนั่งด้านหน้า

ต่อมาเมื่อตนไปนั่งด้านหน้าแล้ว แท็กซี่ยังไม่ทราบว่า พี่ชายตนยังอยู่ในสายโทรศัพท์อยู่ ขณะนั้นพี่ชายได้แคปภาพหน้าจอขณะที่ตนหันไปให้เห็นทะเบียนรถและใบหน้าของคนขับ ก่อนที่แท็กซี่จะสวมสร้อยข้อมือทองให้ตน แล้วบอกว่า “เอาทองไหม เดี๋ยวพี่ให้เงิน 2,000 บาท แต่ขอมีเซ็กส์ด้วย” พร้อมกับมีการลูบไล้ขา แขน แล้วจับหน้าอก แล้วถ้าตนยินยอมจะได้แวะเข้าโรงแรม แต่ตนปฏิเสธ พร้อมกับเตือนแท็กซี่ว่า “อย่าทำเช่นนี้ เพราะถ้าพี่มีลูกสาว แล้วลูกเจอเหตุการณ์เช่นนี้จะรู้สึกอย่างไร” เมื่อคนขับรถแท็กซี่ได้ยินประโยคนั้น จึงเกิดความโมโห แล้วได้พูดขู่ทำนองว่า “พี่มีปืน อยากตายไหม อุส่าห์ให้ทองเพื่อไปรักษาแม่ไม่เอาหรือ แค่เพียงแลกกับการขอมีเซ็กส์ หรือแค่ดูเพียงอย่างเดียวก็ได้”

น.ส.เมย์ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ให้ปากคำที่ สน.ตลิ่งชัน

น.ส.เมย์ ยอมรับว่า ขณะนั้นเริ่มร้องไห้ เพราะรู้สึกกลัว เนื่องจาก อยากกลับไปเจอแม่ที่นอนอยู่ในห้องไอซียู ตอนนั้นแท็กซี่จึงยอมให้ลงจากรถ ก่อนที่จะลง คนขับได้บอกให้ตนจ่ายเงินค่าโดยสาร เป็นยอดเงิน 280 บาท ตอนนั้นตนลงจากรถก่อนถึงสายใต้ใหม่ประมาณ 1 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม น.ส.เมย์ บอกว่าที่ตนมาแจ้งความที่สน.ตลิ่งชัน เพราะอยากให้คนขับคนนี้ได้รับบทลงโทษตามสิ่งที่ได้กระทำ และหลังจากนี้ตนคงไม่อยากนั่งแท็กซี่อีก พร้อมกับอยากให้คนขับรายนี้ประกอบอาชีพที่สุจริต อย่ามาทำพฤติกรรมเช่นนี้กับผู้หญิงอีก

นายรชานนท์ ศรีจูมพล หรือ นนท์ คนขับรถแท็กซี่

หลังจากนั้น นายรชานนท์ ศรีจูมพล หรือ นนท์ อายุ 46 ปี คนขับรถแท็กซี่ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายนนท์ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ได้เพียง 1 สัปดาห์ วันเกิดเหตุตนเห็นผู้โดยสารขึ้นรถมา แล้วเห็นว่าลักษณะหน้าตาของผู้โดยสารสวย และหน้าคล้ายกับแฟนตน จึงได้เชิญมานั่งด้านหน้า แล้วลูบไล้แค่ขา แต่ไม่ได้มีการจับหน้าอกอย่างที่ผู้เสียหายได้บอก

นายนนท์ ยังบอกอีกว่า ที่สวมสร้อยข้อมือทองให้กับผู้โดยสาร เป็นเพราะแค่ให้ลองสวมดูว่าขนาดแขนเท่ากับแฟนตนหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีการยื่นขอเสนอเรื่องเงินและไม่ได้ขู่ว่ามีปืน แล้วที่ผู้เสียหาย บอกว่า ตนขอมีเพศสัมพันธ์นั้นไม่จริง เพราะตนแค่ถามว่าเคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่แค่นั้น

อย่างไรก็ตาม นายนนท์ ยอมรับว่าหลังจากเกิดเรื่องตนรู้สึกเครียด พร้อมกับฝากขอโทษผู้เสียหายและขอโทษสังคม ยืนยันว่า ครั้งหน้าจะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก

สน.ตลิ่งชัน

ขณะที่ ร.ต.อ.หญิง พฤกษา บุญดาเนิน รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจตลิ่งชัน ให้ข้อมูลว่า ตำรวจชุดสืบได้เชิญตัวนายนนท์มาสอบปากคำ ซึ่งนายนนท์ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตาม มาตรา 278 ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ผู้เสียนั้นไม่ติดใจเอาความ จึงได้ถอนคำร้องทุกข์ไป

keyboard_arrow_up