เปิดใจ เจ้าสำนักพิธี “อ้าขา” เอมมี่ แม็กซิม ศรัทธามีงานชุก-พระไพรวัลย์ ติงมโน (คลิป)

จากกรณีเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ฤาษีทรัพย์มุณี นาคา” โพสต์รูปภาพเกี่ยวกับการทำพิธีภายในสำนัก โดยมีหญิงสาวนั่งในท่าชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับพนมมือ ในลักษณะอ้าขา โดยที่ด้านหน้ามีเครื่องรางของขลัง และมีผู้ทำพิธีเป็นชายรายหนึ่ง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้

ภาพขณะประกอบพิธีภายในสำนักปู่ฤาษีทรัพย์มุณี นาคา

วันนี้ (29 มี.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่สำนักปู่ฤาษีทรัพย์มุณี นาคา ย่านคลองสาม จังหวัดปทุมธานี พบว่ามีเครื่องรางของขลังอยู่ภายในบ้านจำนวนมาก โดยบนชั้นวางประกอบด้วย เศียรพ่อแก่ ปู่โสม ปู่ฤาษี และรูปปั้นเทพองค์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประทินผิวมหาเสน่ห์ที่ถูกปลุกเสกไว้แล้ว ทั้งเหรียญเครื่องลางแม่นางงะ ที่ด้านหลังจะมีมวลสารสกัดจากว่านร้อยแปด ครีมทาผิว น้ำหอมเสน่ห์เมตตา ลิปสติกสาริกา แป้งมนตรามหาเสน่ห์ รวมถึงตุ๊กตาลูกเทพ

อาจารย์ปู่ฤาษี ทรัพย์มุณี นาคา หรือ “อาจารย์บอย”

ด้าน อาจารย์ปู่ฤาษี หรือ “อาจารย์บอย” เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ภาพที่ปรากฎลงในโลกออนไลน์ เป็นพิธีชื่อว่า “ครูกำเนิดเศรษฐี 5 นางล้อม” โดยจะมีผู้หญิงจำนวน 5 คน นั่งล้อมวงในท่าถ่างขาเพื่อประกอบพิธีกรรม ทั้งนี้ ท่านั่งดังกล่าวจะอยู่ในท่าลักษณะคล้ายกับหญิงสาวคลอดลูก โดยมีความหมายว่า ในโลกนี้ไม่มีความรักใดปราศจากข้อแลกเปลี่ยนเท่ากับความรักที่มารดามีต่อบุตร เพราะเป็นความรักที่แม่ตั้งใจเบ่งท้องให้กำเนิดบุตรออกมา โดยไม่ได้คำนึงถึงชีวิตของตัวเอง ท่านั่งนี้จึงเป็นเมตตามหาเสน่ห์ขั้นสูงสุด โดยเป็นวิชาที่มาจากครูอาจารย์สายเขมรและฝั่งไทย ซึ่งจะเรียกตัวแทนของหญิงสาวในท่านั่งนี้ว่า แม่งั่ง, แม่งะ, หรือ แม่หง่าง ตามแต่ท้องถิ่นที่กำเนิด ซึ่งศาสตร์นี้จะช่วยให้ผู้ที่เข้าร่วมพิธีมีเมตตา มีชื่อเสียง ค้าขายร่ำรวย และแคล้วคลาดปลอดภัย

ผู้เข้าร่วมพิธี นั่งท่าแม่งะ

อาจารย์บอย กล่าวต่อว่า ทางสำนักฤาษีจะมีเสื้อและกางเกงให้หญิงทั้ง 5 คนสวมใส่ ซึ่งเวลาที่อัญเชิญครูจะต้องนั่งพับเพียบพนมมือ และช่วยอาจารย์ลูบแผ่นทองให้กับผู้ที่ขอเข้าร่วมพิธี แล้วจึงค่อยนั่งในท่าแม่งะ เพื่อเหมือนกับให้กำเนิดผลดีในเรื่องต่างๆ ซี่งจะต้องนั่งในท่าดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง โดยส่วนตัวมองว่า เรื่องท่านั่งดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่อนาจาร แต่ถูกบางคนมองเพียงภาพลักษณ์ผิวเผิน ทำให้หลายคนมองแตกต่างกันไป

อาจารย์บอย ยังบอกอีกว่า ค่าครูของแต่ละพิธีกรรมที่สำนักก็จะแตกต่างกัน หากดูดวงตรวจชะตา ราคาแล้วแต่ศรัทธา แต่หากทำพิธีสักยันต์ เริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ส่วนพิธีเศรษฐี 5 นางล้อมจะมีค่าครู ซึ่งแล้วแต่ว่าจะหาหญิงสาว 5 คนมาเอง หรือให้ทางสำนักจัดหาให้ เพราะหญิงทั้ง 5 คนก็ต้องมีราคาตามค่าตัวของแต่ละคน ตามความมีชื่อเสียง ซึ่งอาจจะถึงหลักหมื่นบาท

ทั้งนี้ พิธีกรรมต่างๆก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล ใครไม่เชื่อก็ไม่สามารถไปใครบังคับได้ แต่ท่านั่งนี้สอนให้อยู่การกตัญญูรู้คุณ ตนเองก็อยากจะสอนให้ลูกศิษย์มีความกตัญญูจึงจะเจริญก้าวหน้าในชีวิต

อาจารย์ ทำพิธีสักยันต์ให้หนุ่มชาวจีน

โดยบรรยากาศวันนี้ มีชาวต่างชาติจากประเทศจีน จำนวน 4 คน มาเข้าร่วมพิธีสักยันต์กับอาจารย์บอย ซึ่งในวันนี้ ไม่ได้มีผู้เข้าร่วมพิธี “ครูกำเนิดเศรษฐี 5 นางล้อม” หรือที่มีพิธีท่านั่งอ้าขา ซึ่งส่วนใหญ่พิธีดังกล่าวจะทำในวันจันทร์ พุธ และอาทิตย์ เนื่องจากเป็นวันมหาเสน่ห์

ทั้งนี้ น.ส.อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ หรือ เอมมี่ แม็กซิม นางแบบนักร้อง เดินทางมาเยี่ยมอาจารย์บอยที่สำนัก ได้เผยกับทีมข่าวว่า สมัยก่อนนี้ตนเองค่อนข้างแอนตี้กับเรื่องความเชื่อพวกนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งตนเองเจอเรื่องที่ค่อนข้างแย่มากที่สุดในชีวิต ไม่เหลือทั้งเงินและงาน เพื่อนตนได้แนะนำให้รู้จักอาจารย์บอย อาจารย์ได้แนะนำให้ตนสักยันต์เสือสมิงเหยียบโลก ชีวิตตนก็ได้กลับมาเฉิดฉายในวงการแบบเดิม เห็นผลภายใน 3-4 วันเท่านั้น ตนจึงเชื่อว่าที่นี่ของจริงและกล้าการันตี

เอมมี่ อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ ศิลปินดารา

เอมมี่ ยอมรับว่า ช่วงที่ตนได้เข้ามาเป็นลูกศิษย์ ตนก็โดนโจมตีหนักมาก เพราะมีภาพตนใส่ชุดฤาษีปรากฎออกมา ซึ่งตอนนั้นเป็นวันที่ตนเพิ่งถ่ายละครเสร็จแล้วมาที่สำนัก ชุดค่อนข้างไม่เรียบร้อย อาจารย์จึงนำผ้าฤาษีมาห่มให้ แต่ทั้งนี้ตนมองว่าตัวเองไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร และชีวิตตนก็ดีขึ้นแล้วด้วย ส่วนเรื่องพิธีเศรษฐี 5 นางล้อม ส่วนตัวมีแพลนว่าจะทำในเดือนถัดไป เพราะความหมายของเศรษฐี 5 นางล้อม หมายถึงจุดกำเนิด ความรัก ความเมตตา ระหว่างแม่กับลูก บารมีแม่ลูกจึงคอยคุ้มครองเราไว้ เพราะฉะนั้น ตนจึงอยากเข้าร่วมพิธีด้วย

สำหรับกรณีภาพที่มีหญิงสาวนุ่งกางเกงขาสั้นนั่งทำพิธีออกมา เป็นภาพของสาวชาวต่างประเทศ ที่อาจารย์ไปทำพิธีให้ แล้วอาจารย์ไม่ได้นำชุดของสำนักไปให้สวมใส่ จึงมีมือดีนำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ ทำให้เกิดกระแสดราม่าว่าไม่เหมาะสม ทั้งที่ทางสำนักมีชุดให้ เป็นชุดผ้าไทย และกางเกงขายาวให้สวมใส่

เอมมี่ ยังบอกต่อว่า แม้จะมีหลายสำนักที่มีความเชื่อครูบาอาจารย์แตกต่างกัน แต่เมื่อใดก็ตามที่เชื่อแล้ว เราจะต้องถือศีลให้พร้อม มีความกตัญญู และศรัทธาในสิ่งที่เราทำ รวมถึงเชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ที่ตัวเองศรัทธา ไม่ใช่ว่ามาเข้าสำนักเพื่อลองของหรือท้าทาย ตนเองไม่อยากให้ใครมางมงาย และอยากให้เชื่ออะไรอย่างมีสติ ใช้ปัญญาก่อนแล้วจึงค่อยเกิดศรัทธา

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน วัดสร้อยทอง

ด้าน พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน วัดสร้อยทอง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ในทางพระพุทธศาสนานั้น ไม่มีท่านั่งในลักษณะนี้แน่นอน แต่ในทางพิธีกรรมไสยศาสตร์อาจจะมีการอ้างรูปแบบของพิธี ว่าเปรียบเสมือนแม่กำลังคลอดลูก ซึ่งดูแล้วไม่สมเหตุสมผลเลย อีกทั้ง ผู้หญิง 5 คนที่นั่งล้อมรอบเพื่อแผ่พลังบารมีหรือโชคลาภให้กับผู้ที่อยู่ตรงกลางนั้นก็เป็นไปไม่ได้ น่าจะเป็นเรื่องมโน เลอะเทอะ ซึ่งหากใครจะประสบความสำเร็จด้วยการมาทำพิธีอ้าขาแบบนี้ คนคงจะรวยกันทั่วประเทศแล้ว

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวต่อว่า ปกติแล้วผู้หญิงก็น่าจะทราบดีว่าท่านั่งอย่างไรเหมาะสมหรือไม่ แล้วการไปทำพิธีนั่งถ่างขาแบบนั้น ก็เหมือนการเปิดโอกาสให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศได้ ทั้งนี้ ตนมองว่าเป็นสิ่งที่อันตราย และผู้หญิงที่จะไปร่วมพิธีก็ควรมองให้กว้างๆ ก่อน เพราะมันกลายเป็นเรื่องวิตถาร หากเกิดความเสียหายตามมาอาจจะแก้ปัญหาไม่ได้

สำหรับกระแสความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเข้าสำนักนี้เป็นจำนวนมาก ก็เป็นเพราะ ชาวต่างชาติ กำลังโหยหาความเชื่อเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเริ่มต้นเกิดมาจากเศรษฐกิจที่ไม่ดี คนต้องแข่งขันกันหาเงิน จึงต้องหาความเชื่อเป็นที่พึ่ง พอเห็นว่าประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องไสยศาสตร์ ก็เข้ามากอบโกยรายได้จากส่วนนี้ด้วย

พระมหาไพรวัลย์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวต่อว่า ตนเองก็สงสัยเหมือนกันว่าคนที่ไปเข้าร่วมพิธีกรรมกำลังคิดหรือมองอะไรอยู่ บางรายมีการนอนราบเพื่อให้เขาเอาแผ่นทองมาแปะตามร่างกาย ตนมองว่าตัวเองเป็นผู้หญิง ให้คนอื่นมาละเมิดสิทธิทางร่างกายได้อย่างไร หากเพียงเชื่อว่าทำแบบนี้แล้วจะสำเร็จ ตนคิดว่าก็คงจะคิดน้อยไป

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าฤาษี หมอผี หรือนักพรต เป็นวิวัฒนาการเรียกชื่อเท่านั้นเอง เพราะตอนนี้ หากเรียกว่าตัวเองว่าเป็นหมอผี คนจะมองว่าน่ากลัว เป็นมิจฉาชีพ จึงเปลี่ยนคำเรียกตัวเองมาเป็นฤาษี แล้วเอาหลักคำสอนของพุทธศาสนาไปใช้ เพื่อให้ดูเลื่อมใสน่าศรัทธา ทั้งนี้ หากคนเหล่านี้มีเจตนาที่ไม่ดี ตั้งใจเอาความเชื่อคนมาหลอกลวง ถือเป็นมิจฉาอาชีวะ เป็นบาปในทางพระพุทธศาสนา ส่วนตัวยืนยันแน่นอนว่า พิธีกรรมอ้าขานั้นเป็นเรื่องบัดสี ผู้หญิงที่ไปนั่งถ่างขาให้ใครก็ไม่รู้ดู ซึ่งหากจะดำเนินตามหลักศาสนาพุทธ ก็ต้องสั่งสอนให้คนมีเมตตาในฐานะแม่กับลูกได้ โดยไม่ต้องไปทำพิธีกรรมแบบนั้นเลย

keyboard_arrow_up