“จ่าเลอศักดิ์”เผยถูกขอให้ถอนฟ้อง ปมหักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์ ยันเป็นตร. 12 ปี ไม่มีประวัติเสีย (คลิป)

กรณีนายตำรวจชั้นประทวน สน.พหลโยธิน ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. เพื่อให้ตรวจสอบผู้บังคับบัญชา เนื่องจากเจ้าตัวรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังถูกหักเงินเบี้ยเลี้ยงนำไปซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งภายในห้องสอบสวนของสน.พหลโยธิน โดยเมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินได้เรียก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ เข้ามาชี้แจง ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (29 มี.ค.) รายการ “ต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ จ.ส.ต.เลอศักดิ์  นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่สืบสวน สน.พหลโยธิน พร้อมทั้ง ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ม.บูรพา เข้ามาร่วมพูดคุยถึงประเด็นที่เกิดขึ้น

โดยจ.ส.ต.เลอศักดิ์ ยอมรับว่าไม่พอใจที่มีหักเงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อไปซื้อเครื่องปรับอากาศ เพราะเงินที่ส่วนนี้เป็นเงินที่ตนควรจะได้รับ ซึ่งมาจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยตนมองว่าการเรียกหักเงินเป็นคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่เป็นการร้องขอเพื่อลงขันตามความสมัครใจ

จ.ส.ต.เลอศักดิ์ บอกว่า เดิมทีนายตำรวจชั้นประทวนทั้ง 11 คน ไม่มีใครยินยอมให้หักเงิน แต่เมื่อเรื่องกลายเป็นข่าวคนอื่น ๆ ก็เปลี่ยนไป เข้าใจดีว่าตำรวจมีระเบียบบังคับเรื่องการร้องเรียนผู้บังคับบัญชา ที่ผ่านมาจึงไม่เคยมีใครร้องเรียน แต่กรณีนี้ตนยอมแลก เนื่องจากปัญหาลักษณะนี้สะสมมานาน และยืนยันว่าตนไม่มีผลประโยชน์อะไรอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้ไปรับงานใครมา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่รับราชการตำรวจมา 12 ปี ยังไม่เคยมีประวัติในทางเสียหายมาก่อน

สำหรับเมื่อวานนี้ ตนได้ถูกเรียกเข้าไปชี้แจง โดยมีการขอให้ตนยื่นถอนฟ้อง แต่ตนได้ยืนยันว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ ตอนนี้ยังไม่มีการคืนเงินจำนวนที่หักไปกลับมา แต่ถึงแม้จะมีการคืนเงินกลับมาให้ ตนก็จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป เพราะต้องการได้รับคำยืนยันว่า ผู้บังคับบัญชาที่กระทำแบบนี้นั้นสามารถทำได้หรือไม่

ด้าน ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ยอมรับว่า ในวงการตำรวจมีเรื่องราวในลักษณะนี้เกิดขึ้นเยอะ เพราะหากต้องของบประมาณจากรัฐ ก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ทั้งนี้ก็ควรที่จะได้เงินมาจากความสมัครใจ โดยวงการตำรวจมีวัฒนธรรมที่มองว่าองค์กรเป็นองค์กรปิด เรื่องทั้งหมดควรคุยกันให้จบภายใน

ขณะที่ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.พหลโยธิน ให้สัมภาษณ์ในรายการผ่านทางโทรศัพท์ โดยชี้แจงว่ากรณีนี้ไม่ใช่การตัดเงิน แต่เป็นการบริหารจัดการภายในของฝ่ายสืบสวน ซึ่งมีการพูดคุยเพื่อขอเงินสนับสนุน เพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศมาใช้เพื่อส่วนรวม โดยจากการสอบสวนเมื่อวานนี้พบว่าทุกคนให้ด้วยความสมัครใจ ยกเว้นจ.ส.ต.เลอศักดิ์เพียงคนเดียว นอกจากนี้ ยืนยันว่าไม่มีใครขอให้จ.ส.ต.เลอศักดิ์ยื่นถอนเรื่องจาก ปปท. และยังไม่มีคำสั่งโยกย้ายใครหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.พหลโยธิน ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์

พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ บอกว่าด้วยว่า ก่อนจะมีการเข้าร้องเรียน ปปท. ด้าน จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ยังไม่เคยเข้ามาพูดคุยกับตนถึงประเด็นนี้ โดยคาดว่าเป็นเพราะตนเพิ่งย้ายมาเป็นผู้กำกับการฯ จึงทำให้จ.ส.ต.เลอศักดิ์ยังไม่กล้ามาปรึกษา ส่วนตัวมองว่าที่จ.ส.ต.เลอศักดิ์ร้องเรียน ปปท. เป็นการทำข้ามขั้นตอนไป

ข้อความแชทไลน์ที่ระบุว่า ผู้ประกอบการช่วงนี้ฝืดเคือง

ส่วนข้อความในไลน์ที่ระบุในลักษณะว่า ผู้ประกอบการฝืดเคืองจึงต้องร่วมลงขันซื้อเครื่องปรับอากาศนั้นผกก.สน.พหลโยธิน ชี้แจงว่า เจตนาที่แท้จริงอาจจะสื่อไปในทางที่ว่าจะไม่ไปรบกวนใครมากกว่า

ด้าน จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ยืนยันที่จะเดินหน้าสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อตำรวจชั้นประทวนอื่น ๆ ที่ไม่กล้าออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ด้วย ยอมรับว่าตนข้ามขั้นตอนการพูดคุยกันภายในองค์กร แต่ก็มีเหตุผลที่จะต้องทำแบบนี้ ส่วนหลังจากนี้จะลาออกหรือไม่นั้น คงต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อนที่จะตัดสินใจ

อย่างไรก็ดี ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร กล่าวด้วยว่า หากตนยังรับราชการตำรวจอยู่ จะไม่เก็บเงินลูกน้องแบบนี้ เป็นหัวหน้าคนต้องเสียสละ เพราะหัวหน้าจะต้องเสียสละ ทั้งนี้ โดยวัฒนธรรมองค์กร การที่จ.ส.ต.เลอศักดิ์ไปร้องเรียนหน่วยงานอื่นนั้นถือว่าผิดอย่างมาก แต่ต้องยอมรับว่าโลกได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งต้องหันมาคุยกันว่า การเบียดเบียนลูกน้องแบบนี้ควรจะหยุดได้แล้วหรือไม่ แต่ถ้าหากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็จะต้องมีคนที่เสียสละ ถึงแม้สิ่งที่จ.ส.ต.เลอศักดิ์ทำเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็อาจไม่ถูกใจผู้บังคับบัญชา

keyboard_arrow_up