“เจ๊เซี๊ยม” เผยสบายดี ซัด “ครูปรีชา” ทำเดือดร้อน “ฟ้า” ปิดปาก ถ้าโดนหมายจับ ลั่นจะสู้ (คลิป)

จากกรณีที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ คือ ครูปรีชา และ “เจ๊บ้าบิ่น” ส่วนกลุ่มที่กำลังพิจารณาออกหมายจับ คือ กลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุ และกลุ่มกองเชียร์ เช่น คนที่อ้างว่าจะขอแบ่งซื้อลอตเตอรี่ คนที่อ้างว่าเห็นเลขในกระเป๋าครูปรีชา รวมถึงคนที่ออกมาเคลื่อนไหว ให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางต่างๆ

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

วันนี้ (6 มี.ค.61) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หากตำรวจออกหมายจับเพิ่มจริง คงไม่เกี่ยวกับการที่่ตนเข้าร้องกองปราบฯ ก่อนหน้านี้ แต่เป็นเพราะเห็นการกระทำความผิดเอง เนื่องจาก ตนไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับใครเพิ่มอีก นอกจาก ครูปรีชา เพียงคนเดียว ซึ่งถ้าข้อหานี้มีโทษจำคุกเกิน 3 ปี ตำรวจก็มีสิทธิที่จะออกหมายจับได้เลย แต่ถ้าไม่เกิน คงจะออกหมายเรียก

อย่างข้อหาให้การเท็จ ไม่รู้ว่าพยานของครูปรีชา แต่ละคน เคยให้การไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือให้การว่าอย่างไรบ้าง แต่พนักงานสอบสวนสามารถรู้ได้ เมื่อดูคำให้การ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว หากไม่ตรงกัน ก็สามารถออกหมายจับได้เลย

ส่วนบุคคลอื่นๆ เช่น “เจ๊เซี้ยม” หรือบุคคลที่อ้างว่า เคยเห็น เคยได้ยิน ลุงจรูญ เก็บหวย จะเข้าข่ายกลุ่มคนที่จะออกหมายจับด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ต้องดูว่ามีความผิดอะไร อย่าง “เจ๊เซี้ยม” น่าจะถูกแอบอัดคลิปไว้ โดยที่ไม่รู้เรื่อง แต่คนที่ไปเผยแพร่ให้ข้อมูลที่ไม่จริงอาจจะมีความผิด

แต่ก็ต้องดูว่า “เจ๊เซี้ยม” มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยคลิปด้วยหรือไม่ และอาจโดนตั้งข้อหาหมิ่นประมาท หากลุงจรูญ หรือภรรยาได้รับความเสียหาย โดยข้อหานี้สามารถยอมความได้ ซึ่งยังไม่มีการแจ้งความเอาผิดใครในข้อหานี้

ส่วนตำรวจที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน คิดว่าทางตำรวจกองปราบฯ และตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คงไม่เอาไว้ เพราะเรื่องนี้สร้างความเสื่อมเสีย ถ้ามีการแก้ไขสำนวน เพื่อช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าทางตำรวจเห็นการกระทำความผิดก็สามารถดำเนินคดีได้เลย ซึ่งจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของตำรวจดีขึ้น และเป็นการปรามตำรวจที่คิดจะทำแบบนี้ให้เกรงกลัว

อย่างไรก็ตาม ขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เพราะทางตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความซ้ำ ส่วนตนจะเอาผิดกับตำรวจที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ขอกลับไปพิจารณาดูก่อน

น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า”

ด้าน น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” อายุ 36 ปี คนสนิทครอบครัวครูปรีชา เปิดเผยว่า ตนได้ทราบข่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ระบุว่า หากมีหมายมาตนก็พร้อมสู้ แต่ตนยังสงสัยว่าตนผิดด้วยเหตุใด เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่เคยเข้าไปให้การต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในสำนวน เพียงออกมาให้ข้อมูลเท่าที่ตนทราบเท่านั้น

น.ส.กนกพรรณ ยังกล่าวอีกว่า หลังทราบเรื่องตนได้ติดต่อปรึกษากับทีมนักกฎหมายแล้ว เพื่อจะหาวิธีการต่อสู้คดี หากมีการออกหมายจับตนจริง ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เพียงแต่สงสัยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม น.ส.กนกพรรณ ระบุว่า จากนี้จะไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีก เนื่องจากว่าไม่อยากพูดถึงคดีลอดเตอรรี่ 30 ล้านบาทแล้ว

ผู้สื่อข่าวไปบ้าน “เจ๊เซี๊ยม”

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปยังบ้านเจ๊เซี๊ยม ใน อ.บ่อพลอย พบว่ายังคงปิดประตูล็อคกุญแจ เหมือนเช่นทุกวันทีมข่าวได้ข้อมูลจากเพื่อนบ้านว่า วันนี้ “เจ๊เซี๊ยม” โทรศัพท์มาหาเพื่อนบ้าน บอกว่าสบายดี ฝากให้ช่วยดูแลบ้านให้สักระยะ เพราะพักอยู่ที่บ้านญาติใน จ.กาญจนบุรี แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหน เนื่องจากไม่ต้องการพบนักข่าว และให้ข้อมูลใดๆ ที่สำคัญ “เจ๊เซี๊ยม” ยืนยันว่า จะไม่ไปเป็นพยานให้กับฝั่งไหน ไม่ต้องการยุ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยกล่าวถึงสิ่งที่พูดกับครูปรีชา ไปว่า เห็นการให้ข้อมูลตามที่รู้เท่านั้น และได้บอกกับกับ ครูปรีชา ไปแล้วว่า อย่าทำให้ตนเดือดร้อน ไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดี โดยไม่รู้ว่า ครูปรีชา อัดเสียงของตนไว้

ผู้สือข่าวสอบถามเพื่อนบ้าน “เจ๊เซี๊ยม”

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้สอบถาม เพื่อนบ้านเจ๊เซี๊ยม ว่า “เจ๊เซี๊ยม” เคยพูดให้ฟังหรือไม่ว่า ลุงจรูญ เป็นคนเก็บหวยได้ ซึ่งเพื่อนบ้านรายนี้บอกว่า “เจ๊เซี๊ยม” เคยพูดให้ฟังนานแล้วตั้งแต่ยังไม่เป็นเรื่อง แต่ตนจำไม่ได้ว่า “เจ๊เซี๊ยม” บอกว่า ลุงจรูญ หรือ เมียลุงจรูญ เป็นคนเก็บ โดยปกติแล้ว “เจ๊เซี๊ยม” เป็นคนที่เก็บความลับไม่อยู่ หากรู้อะไรก็จะไปบอกคนอื่น แต่ไม่เคยแต่งเรื่อง หรือเอาเรื่องไม่จริงไปพูดต่อ

บ้านน้องสาวเจ๊เซี๊ยม

ก่อนจะเดินทางไปยังบ้าน น้องสาวเจ๊เซี๊ยม พบว่า ประตูเหล็กถูกปิดลงมาครึ่งนึง เมื่อลองเรียกคนในบ้านก็ไม่มีใครออกมา โดยเพื่อนบ้านบอกว่าไม่มีใครอยู่ ออกไปส่งลูกเรียนพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เห็น “เจ๊เซี๊ยม” แวะเข้ามาหาน้องสาวแต่อย่างใด

แผงค้าลอตเตอรี่ ในตลาดเรดซิตี้

สำหรับที่ตลาดนัดเรดซิตี้ในวันนี้ พบว่า มีแผงลอตเตอรี่มาวางขายเพียงไม่กี่แผง โดยตรงบริเวณศาลพระภูมิ มี 2 แผง แต่ไม่พบ น.ส.ปณัญชยา สุขพูล หรือ “เจ๊เกียว”, น.ส.พัชริดา พรมตาหรือ “เจ๊พัช” และ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” มาขายลอตเตอรี่แต่อย่างใด

จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ ทราบว่า ทั้ง 3 คน น่าจะยังไม่ขายลอตเตอรี่ เพราะต้องไปรับที่ไปรษณีย์ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทีมข่าวได้ติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของ “เจ๊พัช” และ “เจ๊เกียว” พบว่า ทั้ง 2 คน ปิดโทรศัพท์มือถือไม่สามารถติดต่อได้ ส่วน “เจ๊บ้าบิ่น” เมื่อรับสาย เมื่อรู้ว่าเป็นทีมข่าวก็บอกว่า “ขอโทษค่ะ” และวางสายไปทันที

น.ส.บุปผา กลัดเพ็ชร แม่ค้าขายไก่สด

น.ส.บุปผา กลัดเพ็ชร แม่ค้าขายไก่สด ผู้ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า วันเกิดเหตุ ครูปรีชา เดินมาที่หน้าร้านและบอกว่า ตัวเองได้เลข 726 มา ซึ่ง น.ส.บุปผา ยังได้ขอแบ่งเลข 726 จาก ครูปรีชา แต่ ครูปรีชา ไม่ได้แบ่งให้ โดย น.ส.บุปผา บอกว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลกับข่าวที่ออกมาว่า จะมีหมายจับคนที่ขอแบ่งลอตเตอรี่จาก ครูปรีชา เพราะว่า ตนเป็นคนขอแบ่งจริงๆ และก็ไม่ได้ไปเป็นพยานให้กับฝ่ายใด ปกติจะคุยกับครูเป็นประจำ และงวดนั้น 726 เป็นเลขดัง ทำให้หาซื้อที่ไหนไม่ได้ พอครูบอกว่าได้มาจึงขอแบ่ง แต่ครูไม่แบ่งให้ และไม่ได้หยิบลอตเตอรี่ออกมาให้ดู จึงไม่เห็นว่ามีเลขอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า ถ้าวันนั้นครูแบ่งให้เรื่องก็จบแล้ว จะได้ยืนยันได้ว่ามีเลขอะไรบ้าง

keyboard_arrow_up