“หนุ่มกราฟฟิตี้เสือดำ” เปิดหน้าฉะ หมดยุคล่าสัตว์ อย่ามาโกหก อิตาเลียนไทย ยันต้นไม้ไม่ตาย (คลิป)

กรณีเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict แชร์ภาพกราฟฟิตี้ “เสือดำ” ที่ถูกวาดขึ้นบริเวณกำแพงแห่งหนึ่ง จากเฟซบุ๊กของ ALEX FACE โดยเป็นภาพเสือดำมีลักษณะจมูกยื่นยาว เหมือนพิน็อกคิโอ เป็นการสื่อความหมายในเชิงประชดประชัน โดยมีการนำไปเปรียบเทียบกับตัวการ์ตูน “พิน็อกคิโอ” ซึ่งตัวการ์ตูนดังกล่าว จมูกจะยื่นออกมาถ้าหากมีการพูดจาโกหก หลังจากมีการเผยแพร่กราฟิตี้รูป เสือดำดังกล่าวออกไป ได้มีชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

Liars gonna lie#blackpanther #shoutoutforjustice #notevenblink #inthecountryfullofliars

โพสต์โดย ALEX FACE บน 5 มีนาคม 2018

วันนี้ (6 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 24 เมื่อเข้าไปในซอยได้เพียง 5 เมตร ก็พบกับกำแพงที่มีผลงานของกราฟิตี้หลากหลาย โดยหนึ่งในนั้นมีผลงานที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงในสังคมออนไลน์ นั้นก็คือภาพเสือดำที่มีใบหน้าคน มีจมูกยื่นยาวออกมา คล้ายกับตัวการ์ตูนพิน็อกคิโอ

วิดีโอคอลคุยกับ นายอเล็ก กราฟฟิตี้

ขณะที่ นายอเล็ก กราฟฟิตี้ที่พ่นรูปเสือดำ ยอมรับว่าเป็นคนที่วาดรูปดังกล่าวขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนจะนั่งเครื่องบินกลับไปทำงานที่ จ.กระบี่ในทันที โดยนายอเล็กเปิดเผยว่า ตนทำงานด้านกราฟิตี้มานานกว่า 15 ปี ซึ่งทุกครั้งมักจะมาวาดรูปสิ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคม โดยถือว่าเป็นการเสนอแนวคิดออกมาทางผลงานการวาดรูป

การวาดผลงานเสือดำที่มีจมูกยื่นยาวออกมา ตนจะสื่อถึงกระแสสังคมที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ คือ เรื่องเสือดำ ที่สังคมกำลังพูดถึง สื่อสารผ่านภาพวาด โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าสิ่งที่พูดไปนั้นคืออะไร เพราะเชื่อว่าสังคมเข้าใจในสิ่งที่ตนสื่อสารว่า “พิน็อกคิโอ” คือ “การพูดไม่จริง”

ภาพกราฟฟิตี้เสือดำบนกำแพง

นายอเล็กมองว่า การฆ่าสัตว์อนุรักษ์ถือว่าเป็นความผิด ไม่เหมือน 100 ปีก่อน ที่จะมีคนแบกปืนไปล่าสัตว์ในป่า แล้วมองว่าเป็นลูกผู้ชาย ซึ่งสมัยก่อนมีธรรมชาติ คนจึงมักเข้าป่าหาอาหารกิน แตกต่างจากยุคสมัยนี้ ที่ต้องอนุรักษ์ธรรมชาติเอาไว้ และการยิงเสือดำถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ

ทั้งนี้ หากผลงานของตนถูกลบตนก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะก่อนหน้านี้ ผลงานที่เคยวาดก็ถูกลบ แม้ไม่ถูกเจ้าหน้าที่ลบ แต่สักวันแดดหรือฝน ก็อาจทำให้รูปภาพเลือนหายไป ซึ่งหากผลงานนี้ถูกลบก็ต้องมาดูที่เหตุผลว่าลบเพราะอะไร อย่างไรก็ตาม คดีนี้ตนไม่ทราบว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร แต่ตนแค่อยากสื่อถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามความคิดเพียงเท่านั้น

สภาพพื้นที่ทางเท้าบริเวณที่มีการตัดแต่งกิ่งต้นไม้

ส่วนกรณีที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ การตัดต้นไม้ จำนวน 14 ต้น บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) นั้น

ความคืบหน้า วันนี้ (6 มี.ค.) นายกมล มหาผล ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการจราจร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแบบสัญญาการขยายผิวถนน เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามแยกเกษตร และถนนข้ามแยกอีก 2 จุด คือ แยกเสนาและแยกรัชโยธิน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรื้อย้ายตันไม้ที่ปลูกบริเวณทางเท้าจำนวนหนึ่งออกไป ก่อนส่งมอบให้สำนักงานเขตจตุจักร นำไปปลูกที่อื่นต่อไป

สภาพต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งกิ่ง

ส่วนขั้นตอนการรื้อย้ายต้นไม้ดำเนินการตามมาตรฐานของสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. โดยใช้วิธีการลิดกิ่งลิดใบต้นไม้ก่อน เพื่อให้ต้นไม้ได้ปรับตัวและลดการคายน้ำออกมา จากนั้นจึงจะเริ่มนำกระสอบไปล้อมต้นไม้ และค่อยขุดพร้อมราก เพื่อนำไปอนุบาลที่อื่น ยืนยันว่าต้นไม้ไม่ตายแน่นอน เพราะมันเป็นขั้นตอนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายต้นไม้ และบริษัทก็เคยเคลื่อนย้ายต้นไม้ลักษณะแบบนี้ออกจากพื้นที่ก่อสร้างมาหลายจุดแล้ว ก็ไม่เห็นมีต้นไม้ตาย เนื่องจากบริษัทมีทีมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญดูแล

นายกมล ยังบอกอีกว่า ภายในสิ้นปีนี้ ตามนโยบายการจัดการจราจรในกรุงเทพมหานคร จึงได้เร่งจัดสร้างโครงการทำสะพานข้ามแยก 3 แห่ง คือ แยกเกษตร, แยกเสนา และแยกรัชโยธิน แต่การเร่งดำเนินการบางขั้นตอนยอมรับว่า ทำแบบเร่งรัด ทำให้การปฏิบัติงานจริงไม่สอดคล้องกับขั้นตอนทางเอกสารที่ได้ขออนุญาต

บริเวณพื้นที่ทางเท้าและพื้นผิวการจราจรที่มีการก่อสร้าง

ดังนั้น จึงทำให้กระบวนการทางเอกสารที่จะต้องได้รับอนุมัติจากกทม. เกิดความล่าช้า  แต่บริษัทได้ตัดต้นไม้ไปก่อนแล้ว จึงทำให้ถูกปรับ และบริษัทก็ยอมชดใช้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่กทม. ซึ่งหลังจากนี้ หากโครงการสร้างสะพานข้ามแยก 3 แห่ง เริ่มอย่างเต็มรูปแบบ จะมีต้นไม้ที่บริษัทขออนุญาตรื้อถอน และย้ายออกอีกประมาณ 57 ต้น เฉลี่ยจุดละ 19-20 ต้น ขึ้นอยู่กับสภาพการก่อสร้าง แต่ทั้งหมด ได้คำนวนถึงความคุ้มค่าแล้ว หากไม่จำเป็นก็จะไม่เคลื่อนย้ายออกไป

keyboard_arrow_up