หนุ่มซวย! ถูกทุบรถ พ่อคนทำจ่าย 2 หมื่น ท้าอยากได้มากให้ไปฟ้อง (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์คลิปวิดีโอหนุ่มทุบรถคนอื่นจนพังยับเยิน ซึ่งพ่อของผู้ก่อเหตุ อ้างว่า จะจ่ายค่าเสียหายให้ 5,000 บาท แต่เจ้าของรถไม่ยอม เพราะเงินที่ให้ ยังไม่ถึงครึ่งของราคารถที่ต้องซ่อม พ่อผู้ก่อเหตุจึงท้าให้ไปแจ้งความ ทำให้ในสังคมออนไลน์ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยหลายคนสงสัยว่า เพราะเหตุใดทำไมชายในคลิป จึงก่อเหตุทุบรถ

ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพชายทุบรถ

วันนี้ (1 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ซ.เปียร์นนท์ 1 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้พูดคุยกับ นายขวัญ บงบุตร อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และได้พาทีมข่าวไปดูจุดเกิดเหตุ พบว่ารถคันดังกล่าวยังจอดอยู่ที่เดิม โดยไม่ได้จอดขวางหน้าบ้านผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด

นายขวัญ บงบุตร ผู้เสียหาย ชี้ให้นักข่าวดูความเสียหาย

ขณะนั้น นายขวัญ บอกว่า กำลังนอนอยู่ภายในหอพัก ได้มีคนมาเคาะประตูเรียก บอกกว่า มีคนมาทุบรถของตน เมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงรีบลงมาดู และเห็นว่า รถถูกทุบไปแล้ว โดยไม่เห็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งตนยอมรับว่า รู้สึกแปลกใจที่รถโดนทุบ ทั้งที่ในจุดเกิดเหตุก็มีรถคันอื่นจอดอยู่ด้วย

สภาพรถหลังเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน นายขวัญ เปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุได้มีผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า คนที่มาทุบรถเป็นลูกเจ้าของหอพัก เมื่อเป็นเช่นนั้นตนจึงได้ไปติดต่อกับคู่กรณี ซึ่งตอนแรกไม่ยอมมาคุยด้วย กระทั่งพ่อของผู้ก่อเหตุ เข้ามาเจรจา ตกลงว่า จะจ่ายค่าเสียหายให้ 5,000 บาท แต่ตนไม่ยอม เพราะได้นำรถไปตีราคาค่าซ่อมแล้ว เป็นเงินประมาณ 50,000 บาท โดยพ่อของผู้ก่อเหตุบอกว่า “ลูกชายตัวเอง ทำแบบนี้หลายครั้งแล้ว รับไม่ไหว เป็นเรื่องเดิม” สุดท้ายพ่อผู้ก่อเหตุยินยอมจ่ายเงินให้ 20,000 บาท และบอกว่า ถ้าอยากได้มากกว่านี้ “ให้ไปฟ้องเอา อยากจับ ก็จับไปเลย”

กระจกข้างแตก

อย่างไรก็ตามตนได้นำรถไปเปลี่ยนกระจกแล้วบางส่วน โดยต้องเปลี่ยน ไฟหน้ารถด้านซ้ายที่แตก, ขอบประตูรถด้านซ้ายมีรอยบุบ กระจกด้านซ้าย และกระจกหลังแตก ต้องเปลี่ยนใหม่ โดยนายขวัญ ยังได้เปิดประตูรถให้ดู พบว่าในรถยังมีเศษกระจกรถหลงเหลืออยู่

นายขวัญ บอกอีกว่า ชาวบ้านในละแวกนั้น เคยเตือนว่า อย่าไปจอดรถใกล้หน้าบ้านผู้ก่อเหตุ แต่ตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรง เพราะมีรถจอดหลายคัน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ตนคงย้ายออกจากห้องพัก เพราะรู้สึกไม่สบายใจ และไม่ปลอดภัย ซึ่งทางครอบครัวผู้ก่อเหตุ ก็ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติมด้วย ส่วนตัวคิดว่าจะไม่ไปแจ้งความ เพราะอยากให้เรื่องจบลง ไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย

ชี้ให้นักข่าวดูบ้านผู้ก่อเหตุ

จากการสอบถาม ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง หลายคนปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยให้ข้อมูลว่า เคยถูกชายรายนี้ทุบรถมาแล้ว ทั้งที่ไม่รู้จัก และไม่เคยได้พูดคุยกันมาก่อน แต่ทำอะไรไม่ได้ โดยชาวบ้านก็จะระมัดระวังในการจอดให้มากขึ้น นอกจากนี้ทีมข่าวได้ไปที่หน้าบ้านผู้ก่อเหตุ พบว่า ภายในบ้านมีไฟเปิดส่องสว่างอยู่ แต่ไม่มีใครออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น

keyboard_arrow_up