“ครูปรีชา” ยังชิว พาครอบครัวทำบุญวันหยุด อ้างฟังคลิปเสียงแล้ว เวลาพูดคุยอะไรไม่ค่อยจำ

จากกรณีที่ โซเชียลมีเดียมีการแชร์ และส่งต่อคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง “แม่ค้าขายลอตเตอรี่” กับ “ผู้ซื้อ” ซึ่งใช้คำเรียกแทนตัวเองว่า “อาจารย์” ซึ่งคาดกันว่าเป็นเสียงของ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” กับ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี

ผู้สื่อข่าวไปบ้านของ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ”เจ๊บ้าบิ่น”

วันนี้ (18 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ”เจ๊บ้าบิ่น” อีกรอบ เพื่อสอบถามว่าเสียงดังกล่าว ใช่ หรือไม่ใช่ เสียงของเจ๊บ้าบิ่น และที่พูดในคลิปนั้นจริงหรือไม่ แต่เมื่อไปถึงบ้าน พบว่า ประตูหน้าต่างถูกปิดเงียบ กระทั่ง มีบุคคลในบ้านเดินมาดู และตะโกนออกมาบอกว่า แม่ไม่อยู่ไปบ้านญาติ

นางจินดา (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อนบ้าน

จากการสอบถามบ้านใกล้เคียง หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เห็น เจ๊บ้าบิ่น มาหลายวันแล้ว มีแต่ลูกชายอยู่บ้าน โดย นางจินดา (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ตั้งแต่เจ้าหน้าที่กองปราบฯ นำตัว เจ๊บ้าบิ่น ไปสอบปากคำ นับแต่นั้นมายังไม่เห็นตัว เจ๊บ้าบิ่น เลย ซึ่งปกติก็คุ้นเคยกัน เพราะเป็นเพื่อนบ้านกันมานาน เป็นคนมีอัธยาศัยดี หลังเกิดเรื่องก็ปิดประตูล็อคไว้ตลอด ไม่ได้คุยกันอีกเลย

ส่วนตัว ไม่ได้เข้าข้างใครเรื่องหวย 30 ล้าน ว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริง และไม่เชื่อว่า เจ๊บ้าบิ่น จะร่วมอยู่ในขบวนการทุจริตหวยอย่างที่เป็นข่าว

ขณะที่บ้านของ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ “เจ๊พัช” แม่ค้าลอตเตอรี่ ที่ขายให้กับ เจ๊บ้าบิ่น พบว่า ประตูรั้วปิดล็อคกุญแจไว้เช่นเดียวกัน จากการสอบถาม เพื่อนบ้านทราบว่า เจ๊พัช ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า โดยไม่มีใครทราบว่าไปไหนเช่นกัน

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ

ด้าน นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ ได้ออกมาเปิดเผยสื่อว่า วันนี้ไม่ขอให้สัมภาษณ์ จะพาครอบครัวไปทำบุญปิดทองงานฝังลูกนิมิต แต่เมื่อถูกถามหนักเข้า ครูปรีชา จึงบอกว่า เมื่อคืนได้ฟังคลิปเสียงดังกล่าวแล้ว แต่ขอไม่แสดงความคิดเห็นว่า ใช่เสียงของตนหรือไม่

โดย ครูปรีชา ยังกล่าวว่า ตามปกติเวลาโทรศัพท์พูดคุยอะไรกับใครก็ไม่ได้จดจำอะไรไว้เป็นพิเศษ และอยากฝากสื่อมวลชนช่วยถามคนที่ปล่อยคลิปออกมาว่า ได้คลิปดังกล่าวมาได้อย่างไร ได้มาจากไหนและมีความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาแค่ไหน

ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนย้ำมาตลอดว่า ใครมีหลักฐานดีๆ ให้นำเข้าไปในกระบวนการศาล หรือ ตำรวจ จะดีกว่าอย่านำมาใช้ชี้นำประชาชนแบบนี้ ถึงแม้ว่า คลิปเสียงที่เผยแพร่ออกมา จะส่งผลดี หรือไม่ดี ต่อตนตนก็มองว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ถือเป็นการมอมเมาประชาชน

“ครูปรีชา” ขับรถไปทำบุญ

สำหรับรายละเอียดของคดีนั้น ยังขอไม่เปิดเผย โดยสามารถบอกได้เพียงว่า ตนเป็นคนไปซื้อลอตเตอรี่จากเจ๊บ้าบิ่น ที่ตลาดเรดซิตี้จริง และเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัล ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอไปเปิดเผยในชั้นศาล เชื่อว่า เมื่อคดีนี้มีผลการพิจารณาคดีถึงที่สุดออกมาแล้ว ประชาชนจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร จากนั้น ครูปรีชา ได้ขึ้นรถและขับออกไปวัดในทันที

keyboard_arrow_up