ส่อซวย! พยานแฉลุงฉกหวยเป็นเมียตำรวจ พบพิรุธคำให้การหลังกองปราบฯ สางคดี (คลิป)

จากกรณีหวย 30 ล้านบาท ถูกโอนสำนวนคดีจากตำรวจภูธรภาค 7 มาอยู่กับ กองบังคับการปราบปราม โดย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ได้เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว ขณะที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด พาลูกความเปิดเผยสื่อ และนำหลักฐานออกมาแฉแบบวันต่อวัน โดยเปิดเผยคลิปเสียงระบุว่า หวย 30 ล้านไม่มีจริง และหลักฐานข้อความแชตไลน์ ที่แม่ค้าบอกว่า “ไม่รู้ใครถูกหวย” มาเปิดเผย

วันนี้ (9 ก.พ. 61) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ  ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ, นางลาวัลย์ วิมูล ภรรยา และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม, นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด  มาพูดคุยในรายการ ภายใต้หัวข้อ “หวย 30 ล้าน คดีพลิก เพราะคลิปเสียง? “

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม

นายษิทรา กล่าวว่า ได้นำแชทไลน์ ซึ่งเป็นหลักฐานใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ไปยื่นต่อกองบังคับการปราบปราม โดยมีพยานบุคคล 2 คน ในแชท เพื่อช่วยให้ลุงจรูญ จบคดีในชั้นของพนักงานสอบสวน และในวันนี้ได้พา ลุงจรูญ ไปให้ข้อมูลกับกองปราบฯ เพื่อให้สำนวนแน่นยิ่งขึ้น เท่าที่ทราบกองปราบฯ รวบรวมสำนวนคดีได้ถึง 80% แล้ว

ก่อนหน้านี้ สำนวนอยู่กับทางตำรวจภูธรภาค 7 ได้นัดให้ลุงจรูญ ไปรับทราบข้อกล่าวหาใน วันที่ 9 ก.พ. เป็นจังหวะเดียวกับที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้โอนสำนวนคดีมาที่กองปราบฯ  จึงยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ

ร.ต.ท.จรูญ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ทนายษิทรา ไปดำเนินการเรื่องคดีทั้งหมด ซึ่งตนรู้สึกเบาใจว่า จะได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ส่วนคลิปเสียงที่ว่า เป็นเสียงของแม่ค้า คุยกับ “ครูปรีชา” ที่เผยแพร่ออกมา และครูปรีชา ไม่ขอออกความเห็น ขณะที่ “เจ๊บ้าบิ่น” อ้างว่า เสียงดังกล่าวไม่ได้คุยกับ ครูปรีชา แต่คุยกับเพื่อนนั้น

นายษิทรา กล่าวว่า เจ๊บ้าบิ่น ต้องบอกว่าเป็นเพื่อนคนไหน ถึงจะนำเสียงมาเทียบดูว่าใช่หรือไม่ ซึ่งเป็นประโยชน์กับฝ่ายลุงปรีชา ส่วนในแง่หลักฐานการสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งมีการมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ดึงข้อมูลออกมาจากโทรศัพท์ ซึ่งต้องไปดูว่าเป็นของใคร ข้อความคุยว่าอะไร

คลิปเสียงสนทนาแม่ค้าลอตเตอรี่กับผู้ซื้อ

โดยอมรินทร์ทีวี เคยนำคลิปเสียงออกเผยแพร่ เป็นเสียงระหว่างแม่ค้าคุยกับใครสักคน ถามตัวเลขรางวัลที่ 1 แต่ผู้ชายบอกว่า ไม่ได้ซื้อเลขนี้มา …“ช็อกตายแล้วมั๊ง ถูกข้างหน้ามันถูกหรือเปล่า.. อะไรนะ.. 726 ข้างหน้ามันตรงรึเปล่า.. ไม่ตรง337.. อ้าวเหรอ 337726 หรอกหรือ ตายละนี่ มาดูนี่กลัวช็อกตาย ก็คิดว่าถูกรางวัลที่ 1 ช็อกตายอยู่คนเดียว ได้เท่าไหร่ ใต้ดิน ได้ไปเท่าไหร่.. ได้แสนเดียว ก็ได้เท่าทุนคืน ..ไม่ใช่ 726 นี่ ได้แทงรึเปล่า.. แทงแต่เจ้ามือไม่รับ ตีคืนมา.. อ๋อ นี่เขาก็ไม่รับ.. ไม่ได้เลย”

นายษิทรา กล่าวว่า น้ำเสียงของผู้ชายดูตื่นเต้น เหมือนกับพลาดไปนิดเดียวก็จะถูกรางวัลที่ 1 แล้วในวันที่นำหลักฐานไปมอบให้กับตำรวจ เพื่อดูดข้อมูลข้างในโทรศัพท์ออกมา ได้มีการเซ็นยินยอมทั้งสองฝ่าย และหลักฐานชิ้นนี้จะนำไปใช้ในศาล หากเจ๊บ้าบิ่นปฎิเสธว่า เสียงผู้ชายไม่ใช่ครูปรีชา ก็ต้องนำเพื่อนที่คุยด้วยมาพิสูจน์

ต่อข้อความที่ว่า “เจ๊บ้าบิ่น” ยอมรับกับทีมข่าวว่า เสียงดังกล่าวเป็นเสียงของตัวเอง และมือถือก็อัดเสียงไม่ได้ ?

ทนายษิทรา กล่าวว่า หน่วยงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถนำข้อมูลออกมาได้ ซึ่งฝ่ายลุงจรูญ เองหากมีการพูดคุยเกี่ยวกับการเก็บหวยได้ ก็จะมีหลักฐานเช่นเดียวกัน

ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดหลักฐานใหม่

สำหรับแชทไลน์ที่ได้มาจากผู้หวังดี จะเห็นว่าภาพคนแชทคล้ายกับแม่ค้า คุยกับใครสักคน ถามเกี่ยวกับหวยรางวัลที่ 1 เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.60 โดยส่งภาพแผงลอตเตอรี่ไปให้ลูกค้าดู แล้วลูกค้าถามกลับมาว่า “ใครถูกรางวัลที่ 1” ซึ่งแม่ค้าตอบว่า “ยังไม่รู้เลย” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เคยให้ข่าวว่า รู้ตัวคนถูกหวยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ซึ่งทนายษิทรา จะนำไปตรวจสอบว่าแชทดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่

ทั้งนี้ หากเป็นแชทไลน์จริง แสดงว่า เจ๊บ้าบิ่นไม่ทราบมาก่อนว่าใครเป็นคนถูกหวย ตรงข้ามกับคำให้การ และมีการสร้างหลักฐานเท็จเรื่อยมา รวมถึงคำให้การของพยาน 40 ปาก เป็นอันตกไป จากคำยอมรับของ เจ๊บ้าบิ่น และหลักฐานแชทที่ได้

หลักฐานแชตไลน์จากผู้หวังดีส่งให้ทนาย

ส่วนหลักฐานที่ตำรวจภูธรภาค 7 ระบุว่า มีพยานปากเอกเห็น “ลุงจรูญ” ก้มเก็บหวยนั้น นายษิทรา กล่าวว่า เป็นการสร้างหลักฐาน เพื่อให้สำนวนสมบูรณ์เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับ ลุงจรูญ

โดยพยานปากเอก มีอยู่ 2 ปาก ปากแรกเป็นภรรยาของนายตำรวจ ทำงานอยู่ที่ศาล เป็นพยานเห็นครูปรีชา พกลอตเตอรี่ 533726 และขอแบ่งซื้อ แต่ขัดกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งกองปราบฯ ไปดูแล้วพบว่า ระยะเวลาจากที่ทำงานมาถึงแผงหวย และจุดที่ครูปรีชาอยู่ไม่สอดคล้องกัน ส่วนพยานปากสอง ทำงานสถาบันการเงิน บอกว่าได้ยินเสียงลุงจรูญ พูดว่าเจอหวย ซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม หลักฐานลอตเตอรี่ที่อยู่ในมือของลุงจรูญ ตามกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเจ้าของ ซึ่งกองปราบฯ ได้พิสูจน์ในหลายสิ่ง ไปทำลายน้ำหนักพยานของฝ่ายครูปรีชา แล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด กล่าวว่า หลักฐานพยานบุคคล คลิปเสียง ข้อความไลน์ ทั้งหมดอยู่ในมือพนักงานสอบสวนกองปราบฯ หมดแล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องเหตุผล รวมถึงหลักฐานที่ไปออกรายการต่างๆ จะนำมาสรุปว่า มีความน่าเชื่อถือเพียงใด และหลักฐานซึ่งเพิ่มมาทีหลังนั้น มาได้อย่างไร

เท่าที่คุยกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง คาดว่าอีก 1-2 อาทิตย์ จะสามารถสรุปจบได้อย่างที่ทุกคนคาดคิด โดยมีเดิมพันทั้งสองฝ่าย ใครชนะก็ได้ ใครแพ้ก็ต้องติดคุก ซึ่งตนวิเคราะห์จากสิ่งที่เห็น ไม่ได้เห็นจากสำนวนคดี ซึ่งตรงกับผลสอบสวนของทางตำรวจสอบสวนกลาง ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช ได้สอบถามข้อกฎหมายบางข้อ ก็ได้แนะนำไปว่าควรสอบพยานอย่างไร และเพิ่มตรงไหน เพื่อให้เห็นข้อชัดเจนในการพิสูจน์

นอกจากนี้ นายปรเมศวร์ บอกด้วยว่า คนที่ทำผิด เป็นเพราะเรื่องของศักดิ์ศรี เดินหน้าแล้วถอยไม่ได้ เหมือนกับคดี “ครูจอมทรัพย์” เดินหน้าแล้วถอยไม่เป็น ซึ่งหากรู้จักผิด และรู้จักถอยมันก็จบ เช่นเดียวกับคดีนี้ ลอตเตอรี่อยู่ในความครอบครองของครูปรีชาหรือยัง และถ้ายอมรับว่าคลิปเสียงนี้ใช่ของตัวเองก็จบ

keyboard_arrow_up