เปิดใจ “แป๊ะ” ปัดทารุณเด็ก 6 ขวบ โบ้ยแม่เด็กทำ ยันสะบั้นรักนานแล้ว งง ยายโยนบาป (คลิป)

จากกรณี น้องป่าน (นามสมมติ) เด็กชายวัย 6 ขวบ ถูก น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เป็นแม่ และนายแป๊ะ แฟนใหม่ของแม่ ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง โดยนอกจากจะถูกทุบตีด้วยแข็งแล้ว เด็กยังถูกบุหรี่จี้ตามร่างกาย โดยวันนี้ (19 ม.ค.61) น้องป่าน มีอาการดีขึ้น แพทย์ รพ.สามพราน ได้ตรวจร่างกายและพบว่า มีอาการตัวซีด จึงให้เลือด 1 ขวด พร้อมยาฆ่าเชื้อ และน้ำเกลือ

น้องป่าน รักษาตัวอยู่ในรพ.มีอาการดีขึ้น

ล่าสุด นายแป๊ะ อายุ 34 ปี พ่อเลี้ยงของน้องป่าน ได้เปิดใจกับ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ครั้งแรก หลังถูกนำเสนอข่าว เป็นผู้ร่วมทำร้ายร่างกายน้องป่าน โดยนายแป๊ะ เปิดเผยว่า มีหลายสื่อนำภาพของตนไปเผยแพร่ ทั้งที่ยังไม่ฟังข้อเท็จจริง ซึ่งความจริงตนได้เลิกรากับ น.ส.เอ หรือ “เจี๊ยบ” แม่ของเด็กไปตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ แต่ยังติดต่อคุยกันอยู่ ที่ผ่านมารู้จักกันมานาน 3-4 ปี ส่วนเหตุผลที่เลิกกัน เพราะไปด้วยกันไม่ได้ และที่สำคัญในวันเกิดเหตุ นายแป๊ะ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บของ น้องป่าน ตนถูกกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐาน จนทำให้สังคมเข้าใจผิด

“นายแป๊ะ” พ่อเลี้ยงน้องป่าน เปิดใจทีมข่าวอมรินทร์ทีวี

นายแป๊ะ เปิดใจอีกว่า เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 60 น.ส.เอ พาน้องป่านมาหาที่บ้านครั้งแรก หลังจากนั้นตอนกลางคืน ตนได้ขอให้ น.ส.เอ พาลูกกลับบ้านที่ จ.นครปฐม โดยเช้าวันที่ 26 ธ.ค. เด็กก็ยังไปโรงเรียนตามปกติ ซึ่งตนไม่ได้เจอสองแม่ลูกอีกเลย แต่ยอมรับว่า มีติดต่อกันทางโทรศัพท์บ้าง

อย่างไรก็ตามตนสงสัยว่า หากตนทำร้ายเด็กจริง เพราะเหตุใดพี่สาว และแม่ของ น.ส.เอ ถึงเพิ่งมาแจ้งความ หลังจากเรื่องผ่านมาหลายวันแล้ว นายแป๊ะ ยังเปิดเผยอีกว่า นับตั้งแต่ วันที่ 31 ธ.ค. 60 – 17 ม.ค. 61 ตนไม่เคยรู้เลยว่า น.ส.เอ ไปอยู่ที่ไหน ซึ่งคิดว่าน่าอดีตแฟนสาวน่าจะกลับไปอยู่บ้านที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตนกับ ยายวัน แม่ของ น.ส.เอ นั้น นายแป๊ะ บอกว่า เมื่อเดือน พ.ย. 60 ตนไปหาแม่ของ น.ส.เอ ครั้งแรก เพียงแค่เข้าไปไหว้ก็เป็นเรื่องแล้ว เพราะที่ผ่านมา น.ส.เอ ทำอะไรไม่ค่อยบอกแม่ รวมถึงเรื่องการคบแฟน ดังนั้น ระหว่างที่คบกับ น.ส.เอ ตนจึงไม่พา น้องป่าน ไปไหนมาไหน รวมถึงหลานอีกคน ตนก็ไม่เคยพาออกมาจากบ้าน หลังจากนั้นมายอมรับว่า ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัว น.ส.เอ อีกเลย

บ้านของ “นายแปีะ”พ่อเลี้ยง

นอกจากนี้ นายแป๊ะ ยังบอกด้วยว่า ในช่วงที่คบกับ น.ส.เอ ไม่เคยมีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า ตนเป็นผู้ชายคนแรกที่ไม่ทำอะไร น.ส.เอ เพราะตนเป็นคนหัวโบราณ อยากเข้าตามตรอกออกตามประตู ส่วนตัวคิดว่า น้องป่าน เป็นเด็กที่เข้าใจอะไรง่าย แต่เอาแต่ใจตัวเองค่อนข้างสูง ถ้าไม่พอใจจะเอะอะโวยวาย นายแป๊ะ บอกอีกว่า ไม่เคยเห็นอาการหวาดผวาของน้อง

ขณะเดียวกันตน ได้แต่เห็นภาพเป็นแผลของน้องป่าน ซึ่งเห็นเป็นรอยไม้เรียว แต่ยายไปบอกนักข่าวว่า แม่เอาบุหรี่จี้ แต่เท่าที่ตนสังเกตไม่น่าจะใช่รอบบุหรี่ เพราะแผลขนาดใหญ่ ถ้าเกิดมีการเอาบุหรี่ไปจี้จริง ก็แสดงว่า ต้องดูดซิก้า เพราะแผลใหญ่มาก

อย่างไรก็ตาม นายแป๊ะ มองว่า น.ส.เอ ต้องอบรมสั่งสอนลูกเป็นธรรมดา แต่จะตีลูกแบบไหน ตนไม่รู้ และคงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ เพราะอาจจะเป็นการชี้นำ แต่ที่ผ่านมาทราบว่า น.ส.เอ กดดันเรื่องเลี้ยงลูกคนเดียว และยังมีปัญหาเรื่องบ้าน ซึ่งเคยขอให้ตนช่วยแต่ตนปฏิเสธ เพราะตัวเองยังลำบากไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และยืนยันว่า ไม่เคยทำร้ายเด็กอย่างแน่นอน เพราะตัวเองก็มีลูกเล็กเช่นกัน

นายแป๊ะ เดินทางมาที่ สน.ลำผักชี

วันนี้ (19 ม.ค. 61) ช่วงบ่าย นายแป๊ะ เดินทางมาที่ สน.ลำผักชี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสร็จแล้วก็เดินทางกลับบ้าน เพราะยังไม่มีหลักฐานว่า เป็นผู้กระทำความผิด นายแป๊ะ กล่าวว่าหากทาง สภ.สามพราน เรียกตัว ก็ยินดีจะให้ความร่วมมือปฏิบัติตามขั้นตอน พร้อมกับขอร้องว่า อย่าเอาชื่อมูลนิธิเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทีมข่าวได้เดินทางมาที่ สน.ลำผักชี พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุดีแม็ก สีขาว ทะเบียน ญศ 5234 กรุงเทพฯ ติดสติกเกอร์หน่วยกู้ภัย บริเวณหลังคาติดไฟส่องสว่าง 4 ดวง จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายแป๊ะ เคยต้องโทษจำคุก ในข้อหาเสพยาเสพติด

ตำรวจสภ.สามพราน คุมตัว น.ส.เอ มาสอบสวนที่ สน.ลำผักชี

ขณะเดียวกันตำรวจ สภ.สามพราน จ.นครปฐม ได้ควบคุมตัว น.ส.เอ มาที่ สน.ลำผักชี โดย น.ส.เอ อยู่ในสภาพอิดโรย และตื่นตระหนก เมื่อเห็นสื่อมวลชนทำข่าว ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องสอบสวนไป

 

keyboard_arrow_up