โผล่พรึ่บ! คนไข้แฉถูกหมอหัวร้อนพูดไม่ดีใส่ ลั่นไม่กลับไปรักษาอีก-พยานป้องหมอถูกราวีก่อน (คลิป)

จากกรณีหญิงสาวพาลูกชายไปรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่ง ย่านสะพานสูง แล้วเจอหมอแสดงกิริยาไม่สุภาพ และก่อเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยกับแฟนของตน จึงถ่ายคลิปวีดีโอเผยแพร่ทางโซเชียล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงจรรยาบรรณของแพทย์ในการรักษาคนไข้

วันนี้ (17 ม.ค.61) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น.ได้เชิญ คุณกิ๊ก(นามสมมติ) ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คนไข้ปะทะหมอ, คุณน้ำ(นามสมมติ) ผู้ที่เคยเข้าใช้บริการคลินิก ย่านสะพานสูง, ผศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา, นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ มาพูดคุยในรายการหัวข้อ “หมอปะทะคนไข้ ใครต้องรับผิด?”

“คุณกิ๊ก” ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คนไข้ปะทะหมอ

คุณกิ๊ก(นามสมมติ) ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คนไข้ปะทะหมอ เล่าว่า ตนพร้อมแม่สามี และลูกสาว ไปที่คลินิกดังกล่าว และได้คิวต่อจาก คุณอ้วน (นามสมมติ) คู่กรณีคุณหมอ โดยเห็นว่า คุณอ้วน พาลูกชายเดินเข้าไปในห้องตรวจ กระทั่งพาลูกชายเดินออกมาพูดคุยกับสามี ทันใดนั้นสามีคุณอ้วน โวยวายตำหนิการทำงานของหมอ หน้าเคาท์เตอร์พยาบาล ก่อนที่คุณหมอจะตะโกนจากห้องถามว่า”ข้างนอกมีเรื่องอะไรกันหรอ”

จากนั้น สามีของคุณอ้วน ก็มีท่าทีโมโห เดินไปกระชากประตูห้องตรวจโวยวายขึ้นมึงกู อ้างว่าเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข โดยพูดจายั่วยุ ก่อนจะท้าต่อย จนกระทั่งหมอออกมาตอบโต้ จึงถูกต่อยเข้าที่ใบหน้า 2-3 ครั้ง พยาบาลทั้ง 3 คน ได้เข้ามาดึงหมอเข้าไปภายในห้อง แต่คุณอ้วนกับสามี ยังโวยวายต่อ พร้อมท้าทายหมอว่า จะนำคลิปไปโพสต์ ซึ่งคุณหมอบอก จะแจ้งความ แต่ฝั่งคุณอ้วนบอกให้แจ้งเลย “มีพ่อเป็นตำรวจ”

น้ำ (นามสมมติ) ผู้ที่เคยใช้บริการคลินิกย่านสะพานสูง

ด้าน คุณน้ำ (นามสมมติ) ผู้ที่เคยเข้าใช้บริการกับคลินิก ย่านสะพานสูง เล่าว่า เคยไปตรวจกับหมอ เจอโต๊ะหมอกับคนไข้อยู่ห่างกันมาก จึงขยับโต๊ะเข้าไป จึงถูกหมอว่า “ไม่ต้องขยับ อยู่ตรงนั้นแหละ” รวมทั้งขณะเก็บสายหูฟัง หมอได้พูดว่า “ไม่มีมารยาทหรอ” ซึี่งในวันนั้น คุณน้ำ บอกว่า ไปล้างแผลเป็นฝี หมอไม่ได้จับดูแผลเลย

ส่วนอีกเหตุการณ์ได้พาลูกไปรักษา หมอเพียงแค่ชำเลืองมอง อย่างไรก็ตามเคยมีพยาบาลเตือนว่า “เสียน้อย เสียมาก เสียยาก เสียง่าย อย่าเอาชีวิตลูกมาเสี่ยงเลย ให้พาไปรักษา รพ.ใหญ่ดีกว่า” โดยส่วนตัวอยากให้หมอ ปรับปรุงเรื่องคำพูด และพฤติกรรมที่ใช้กับคนไข้ และไม่คิดจะร้องเรียนแพทยสภา รวมถึงไม่ติดใจเอาความ เพราะไม่คิดจะกลับไปใช้บริการอีก

ผศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการ แพทยสภา

ผศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการ แพทยสภา กล่าว กรณีนี้คงต้องเชิญแพทย์ให้ปากคำเพิ่มเติม ปัญหาคือตอนนี้มีเพียงคำบอกเล่า เท่าที่ดูคลิปเห็นว่ามีอะไรบางอย่าง ทำให้คุณพ่อ คุณแม่น้องที่ไปตรวจไม่พอใจ แต่ที่เห็นชัดคือ มีการลงมือทำร้ายร่างกาย

ส่วนประเด็นเรื่องการใช้บัตร 30 บาท ทำให้ได้รับบริการเช่นนี้ คงไม่ใช่ และหากมีปัญหาเรื่องบัตรประกันสุขภาพ ควรติดต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

คุณฐิติกร ฤกษ์ดำรงค์ ผู้ที่เคยเข้าใช้บริการกับคลินิกแห่งนี้

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่พบกับ คุณฐิติกร ฤกษ์ดำรงค์ ผู้ที่เคยเข้าใช้บริการกับคลินิกแห่งนี้ กล่าวว่า เคยเจอคุณหมอเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนพาลูกสาวเพิ่งคลอด คาดว่าเป็นโรคออทิสติกไปพบคุณหมอที่คลินิก เพื่อขอใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเด็ก แต่ได้รับการบริการที่ไม่ค่อยดีนัก โดยคุณฐิติกร บอกอีกว่า เมื่อเข้าไปถึงห้องคุณหมอ ภรรยาได้วางสัมภาระและขวดนมของลูกสาวบนโต๊ะทำงานของหมอ

หลังจากนั้น โดนคุณหมอดุและบอกว่า “คุณไม่มีสิทธิ์นำของดังกล่าววางไว้บนโต๊ะผม” แต่ก็ยังคงพูดคุยปรึกษาเกี่ยวกับอาการของลูกกับคุณหมอต่อไป เพราะยังต้องการขอให้คุณหมอออกใบส่งตัวให้ลูกสาวไปที่โรงพยาบาลเด็กเพื่อรักษาตัว แต่คุณหมอคนดังกล่าว ยืนยันว่า ไม่สามารถออกใบส่งตัวให้ได้ เนื่องจากไม่เคยมีประวัติการรักษาตัวที่นี่มาก่อน ตนได้บอกกับคุณหมอกลับไปว่า “ก็ลูกสาวเขาเพิ่งคลอด จะให้มีประวัติการรักษาตัวที่นี่ได้อย่างไร”

ทำให้ตนตัดสินใจพาภรรยาและลูกสาวเดินออกจากคลินิกไป แม้ว่าจะมีใบนัดจากคุณหมอคนดังกล่าว  แต่คาดว่าจะไม่กลับไปรักษาตัวที่นั่นอีกแล้ว เนื่องจากเสียความรู้สึกกับการให้บริการของคุณหมอคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ คุณฐิติกร ยังบอกอีกว่า หลังจากที่ได้เห็นคลิปการทะเลาะวิวาท ระหว่างคนไข้กับหมอคนนี้ ทำให้รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครั้ง หากคุณหมอเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนไข้ที่ชกต่อยในคลิป ตนยินดีจะช่วยเหลือฝ่ายคนไข้ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพราะเข้าใจหัวอกคนที่เข้าไปใช้บริการ ที่ต้องเจอกับพฤติกรรมของหมอที่ไม่มีจรรยาบรรณแบบนี้

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับคุณเอ๋ (ผู้เสียหาย) ผู้ที่เคยพาลูกไปรักษาอาการป่วยเป็นหวัด

นอกจากนี้ยังพบ น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) ผู้ที่เคยพาลูกไปรักษาอาการป่วยเป็นหวัด กล่าวว่า ตอนนัั้นไปกับพ่อของสามี เข้าพบหมอตามปกติ เมื่อนั่งอยู่หน้าโต๊ะ หมอได้กระชากมือตนขณะกำลังอุ้มลูก เหมือนจะดึงเข้าไปตรวจโดยไม่ได้บอกอะไร ตนจึงดึงมือกลับเพราะกลัวลูกตก หมอจึงพูดเสียงแข็งว่า “จะยังอยากรักษาอยู่ไหม”

ตอนนั้นยอมรับว่าทำอะไรไม่ถูก โดยหมอตรวจเพียงช่องปากเท่านั้น ไม่แตะเนื้อต้องตัวลูกตนเลย จะใช้เพียงปากกาชี้ กับอุปกรณ์ตรวจช่องปาก ซึ่งไม่รู้ว่าหมอไม่อยากโดนตัวคนไข้หรือเปล่า และใช้เวลาตรวจเพียง 2-3 นาที บอกให้ไปรับยา และตะโกนตามหลังมาว่า “ถ้าไม่หาย ก็ไปโรงพยาบาลเลยนะ ไม่ต้องกลับมาอีก” ทำให้รู้สึกงงว่า ทำไมหมอถึงพูดแบบนี้ ก่อนจะเดินออกมาด้วยน้ำตาคลอ เพราะทำอะไรไม่ได้

เมื่อพ่อของสามีเห็นเข้า จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น หมอกลับตะโกนออกมาว่า “อะไร มีอะไร เป็นอะไร” ตอนนั้นพยายามควบคุมอารมณ์ และได้สอบถามกับพยาบาล ยืนยันว่าหมอเป็นแบบนี้ตลอด ถ้าไม่อยากเจอให้มาวัน เสาร์-อาทิตย์

หลังเกิดเหตุแฟนของตนยังเคยคิดจะมาสอบถามหมอด้วยตัวเอง แต่ได้ห้ามเอาไว้และบอกว่า ถ้าหมอมีพฤติกรรมแบบนี้ สักวันหนึ่งคงมีคนออกมาร้องเรียน กระทั่งมีคลิปของคุณหมอ รายนี้หลุดออกมา อย่างไรก็ตามตนได้ทำเรื่องย้ายสิทธิการรักษาจากคลินิกดังกล่าวแล้ว

“นางกิ๊ก” เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในวันนี้ นางกิ๊ก (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว ว่าถูกสามีของ คุณอ้วน ผู้โพสต์คลิปส่งข้อความมาข่มขู่ เกรงว่าจะได้รับอันตราย พร้อมนำข้อความการสนทนาของคนที่ข่มขู่ มอบให้เจ้าหน้าที่ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ในฐานะพยาน

ขณะเดียวกัน คุณอ้วน บอกกับทีมข่าวว่า ไม่ขอให้สัมภาษณ์ เนื่องจากตน และสามีได้เดินทางไปตกลงกับแพทย์คู่กรณีแล้วที่ สน.บางชัน โดยทำหนังสือสัญญายุติการให้ข้อมูลกับสื่อ และทางสังคมออนไลน์ทุกด้าน ซึ่งตนก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ ส่วนความกังวลนั้นไม่มี จะมีแต่เรื่องที่มีคนนำรูปลูกๆ ของตนไปด่ามากกว่า

สำหรับกรณีที่มีข่าวว่า สามีของตนไปข่มขู่ คุณกิ๊ก ตนขอยืนยันว่า ไม่ได้ทำอย่างแน่นอน น่าจะเป็นฝีมือของผู้ไม่หวังดี นำภาพสามีจากในเฟซบุ๊คไปก่อเหตุ

keyboard_arrow_up