เหยื่อแฉบริษัทหลอกขายฝันดูดเงินนับหมื่น หักหัวคิวโหด นศ.ถูกลวงอื้อ ใช้รถหรูไว้ล่อใจ (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจขายฝัน ซึ่งระบุว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก โดยบางรายสูญเงินกว่า 300,000 บาท จากการถูกกลุ่มดังกล่าวชักชวนและพูดจาโน้มน้าวให้ร่วมลงทุนด้วย

วันนี้ (2 ธ.ค. 60) น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายรายหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 เพื่อนที่ทำงานด้วยกันมาชักชวนให้ร่วมธุรกิจดังกล่าว โดยนำเสนอถึงผลตอบแทนที่ได้ว่าคุ้มค่า จนกระทั่งตนเริ่มสนใจและได้ไปติดต่อที่บริษัทย่านรัชดา

ในวันแรกได้มีพนักงานของบริษัทมาชักชวนให้เข้าอบรม โดยต้องจ่ายค่าแรกเข้า จำนวน 300 บาท จากนั้นจะมีผู้ที่อ้างว่าทำธุรกิจดังกล่าวจนร่ำรวยเข้ามาชักชวนให้ทำธุรกิจ ถ้าไม่สนใจก็จะมีคนอื่นเข้ามาพูดจาโน้มน้าวต่อ จนกว่าจะยอมตกลง และเมื่อตนตกลงแล้ว พนักงานของบริษัทก็จะพาตนนั่งรถเบนซ์กลับไปเอาเงินและทองที่บ้าน จากนั้นพาไปโรงรับจำนำเพื่อขายทอง แล้วเดินทางกลับมาที่บริษัท โดยอ้างว่าจะต้องมีการอบรมเพิ่มเติม

น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

โดยการอบรมแต่ละครั้ง บริษัทจะให้ตนเข้าบัญชีเฟซบุ๊ก และไลน์ส่วนตัว เพื่อแชทชักชวนบุคคลอื่นให้มาอยู่ในทีม  ซึ่งจะสอนให้พูดรูปแบบเดียวกันว่า “สวัสดีค่ะ คุณโปรไฟล์ดีมากเลย เรามีสินค้าใหม่นำเสนอซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จึงอยากให้คุณช่วยโฆษณาให้ค่ะ หากรับงาน เราก็จะแบ่งผลตอบแทนให้ เป็นเงิน 5,000 -7,000 บาท ต่อครั้ง โดยสามารถทำได้ที่บ้าน ไม่เสียเวลาเดินทาง”

น.ส.เอ เล่าอีกว่า หลังจากที่ตนได้จ่ายเงินลงทุนไปงวดแรก จำนวน 36,000 บาท  บริษัทบังคับให้มีการติดต่อหาบุคคลอื่นให้เข้ามาร่วมทีมให้ครบ 5 คนต่อเดือน จึงจะได้ผลตอบแทน เป็นจำนวนเงิน 12,000 บาท เช่น หากตนหาได้แค่ 2 คน ก็ไม่ได้เงินตอบแทน 12,000 บาท แต่ทางบริษัทก็จะได้เงินจากผู้ลงทุน 2 คนนี้ เป็นเงินคนละ 36,000 บาท รวม 72,000 บาท

นอกจากนี้ ตนรู้สึกว่าเมื่อลงทุนไปแล้ว แต่ทำไมจึงไม่ได้สินค้ามาเลย จนกระทั่งตนขู่ว่าจะเข้าแจ้งความ พนักงานจึงยอมให้เบิกสินค้า เป็นกาแฟ โกโก้ และคอลลาเจน ตามจำนวนเงินที่ลงทุน เมื่อนำไปขาย ตนก็ไม่ได้ขายในราคาปลีกตามระบุข้างกล่อง ก็ถูกต่อว่าขายตัดราคา ต่อมาคนกลุ่มนี้มาพูดโน้มน้าวโดยเสนอขึ้นตำแหน่งโดยไม่ต้องขายสินค้า เพียงแค่นำเงินมาวางเพิ่ม ระยะหลังเมื่อเห็นว่าเงินลงทุนก็ไม่ได้คืน เบิกของก็ยากและไม่ได้ตามที่ต้องการ จึงยุติทำธุรกิจดังกล่าว และไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก

น.ส.เอ. เล่าถึงรถหรูที่มีการโฆษณานั้นว่า บริษัทบอกว่าเป็นรถหรูของคนที่มาร่วมธุรกิจและมีลูกทีมจำนวนมาก คือทำธุรกิจนี้จนรวย และสามารถซื้อรถหรูได้ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ เพราะแต่ละวันที่ไปบริษัท ก็จะเห็นรถหรูมาจอดไม่ซ้ำกัน เบื้องต้นตนยังไม่ได้แจ้งความ จนกระทั่งเรื่องเกิดเป็นกระแส ตนจึงรวบรวมบุคคลที่เจอแบบเดียวกัน เพื่อที่จะเตือนให้คนอื่นได้รู้ความจริง

ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางสำรวจบริษัทดังกล่าวตามที่ผู้เสียหายให้ข้อมูล พบว่ายังคงเปิดทำการตามปกติ และมีคนเข้า-ออกอยู่ตลอดเวลา โดยด้านหน้าบริษัทมีรถหรูจอดอยู่ 4 คัน และมีพนักงานอยู่ด้านในหลายสิบคน เมื่อทีมข่าวเข้าไปติดต่อสอบถามข้อเท็จจริง ก็ได้รับคำตอบจากพนักงานรายหนึ่งว่า เป็นการติดต่อมาแบบกระทันหัน จึงยังไม่พร้อมชี้แจง

คุณจ๊อด (นามสมมติ) ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าว ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ตนเคยถูกพนักงานของบริษัทชักชวนให้เข้าไปฟังบรรยายการธุรกิจ ซึ่งพนักงานบริษัทนี้จะออกมาชักชวนผู้คนที่เดินผ่านไปมาบริเวณหน้าปากซอย ให้เข้าไปฟัง โดยเสนอเงินค่าจ้าง 300 บาท หลังจากเข้าไปฟังก็จะมีคนชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจ โดยให้ซื้อกาแฟของบริษัทไปขายในราคาต้นทุนถุงละ 2-3 ร้อยบาท และให้ขายต่อในราคา 900 บาท/ถุง ซึ่งผู้ชักชวนจะพูดย้ำถึงส่วนต่างรายได้ที่จะได้รับ

คุณจ๊อดเล่าต่อว่า ตนไม่ได้อยากทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่แรก จึงพยายามปลีกตัวออกมา แต่ก็ไม่ได้ถูกกักตัวไว้ เท่าที่สังเกตวันที่เข้าไปฟังมีคนที่ถูกชักชวนมามากพอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักศึกษาและวัยรุ่น แต่ก็มีบางคนที่หลงเชื่อ และถูกดึงตัวขึ้นไปฟังบรรยายในขั้นตอนต่อไป ที่ชั้นบนของบริษัท

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ

keyboard_arrow_up