ตำรวจปัดล็อกคอเด็ก ม.ปลาย บิดรถหนีตรวจ รับมีอารมณ์ พูดไม่เหมาะเพราะอยากให้กลัว (คลิป)

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก NOISY WASA โพสต์คลิปเหตุการณ์ระหว่างตำรวจจราจรกับเด็กนักเรียนชั้นมัธยม ที่ถูกล็อกคอให้ลงจากรถแล้วตวาดเสียงดัง พร้อมระบุข้อความว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 62

ภาพจากโพสต์เฟซบุ๊ก

ล่าสุด วันที่ 7 ก.ย. 62 ส.ต.อ.สมคิด ดวนใหญ่ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.จักรวรรดิ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ เปิดใจว่า ช่วง 12.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ตนกำลังตั้งจุดกวดขันวินัยจราจรอยู่หน้า สน.จักรวรรดิ โดยเน้นกวดขันผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ระหว่างนั้นมีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายคนในคลิป ขี่รถจักรยานยนต์สวนทางย้อนขึ้นมา โดยไม่สวมหมวกนิรภัย ตนจึงส่งสัญญาณมือให้ชะลอจอด แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องเบี่ยงขวาแล้วตั้งใจพุ่งเข้าใส่ แต่ตนเบี่ยงตัวหลบทัน จึงถูกชนเข้าที่ข้อมือขวาได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีขี่รถผ่านมา รับตนขึ้นรถแล้วขี่ตามรถคันก่อเหตุ ซึ่งขี่หลบหนีเข้าไปในซอยสะพานยาว ซึ่งเป็นซอยตัน

ส.ต.อ.สมคิด ดวนใหญ่ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.จักรวรรดิ

เท่าที่เห็นตอนนั้น เด็กนักเรียนคนดังกล่าวยังไม่มีท่าทีรู้สึกผิด มือยังกำคันเร่งพร้อมจะบิดพุ่งชนสิ่งกีดขวางอีกครั้ง ก่อนจะเร่งเครื่องฝ่ากลางระหว่างรถจักรยานยนต์กับตน ที่ขวางอยู่บริเวณปากซอย หลบหนีไปทางถนนอนุวงศ์ ตนจึงขี่รถตามไปทันบริเวณปากซอยถนนทรงวาด เพราะจุดดังกล่าวการจราจรติดขัด ก่อนเกิดการโต้เถียงตามคลิปวิดีโอ และคุมตัวเด็กคนดังกล่าวกลับมาที่ สน.จักรวรรดิ ก่อนโทรเรียกผู้ปกครองของนักเรียนคนดังกล่าว เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ปกครองรับทราบและเข้าใจการทำงานของตำรวจจราจร จึงได้ทำการอบรม โดยผู้ปกครองได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเปรียบเทียบปรับเองด้วย ตำรวจจึงปรับในข้อหาฝ่าฝืนสัญญาณมือ ไปเป็นจำนวนเงิน 500 บาท

ส่วนอาการบาดเจ็บ แพทย์ลงความเห็นว่า เส้นเอ็นข้อมือขวาอักเสบ ซึ่งตนไม่ได้ติดใจหรือโกรธเคืองอะไรเด็ก เนื่องจากมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันหมดแล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่ามีการใช้อารมณ์กับคำพูดที่ดูไม่เหมาะสม แต่ที่ทำไปเพื่อต้องการให้เด็กรู้สึกกลัว พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้ล็อกคอเด็กตามที่ถูกกล่าวอ้าง เพียงแต่ใช้มือหนึ่งจับคอเสื้อ และอีกมือหนึ่งจับแฮนด์รถไว้กันการหลบหนีอีกเท่านั้น

ส่วนคลิปที่มีการเผยแพร่ออกไป ตนคงไม่เอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่อยากฝากเตือนให้ทุกคนมีสติ รู้ข้อเท็จจริงของเรื่องราวทั้งหมดก่อน ยิ่งปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเป็นของที่อยู่ติดตัว ง่ายต่อการหยิบออกมาถ่ายภาพถ่ายคลิป

เด็กในคลิป

 

 

ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

keyboard_arrow_up