เปิดใจ “ธีร์” อดีตดารา ป่วยหนักวัณโรคทับตับ คิดฆ่าตัวตายแต่ห่วงแม่ ขอสู้ หวังหาย (คลิป)

จากกรณีที่คนในวงการบันเทิง เปิดเผยเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย ขอความช่วยเหลือ “ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์” อดีตนักแสดงหนุ่ม ที่ป่วยหนัก ด้วยโรคทับตับ และต่อมน้ำเหลือง ร่างกายซูบผอมเหลือแต่กระดูก มานาน 4-5 เดือนแล้ว ซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องออกจากงาน และใช้เงินเก็บที่มีรักษาตัวจนหมด จึงอยากวิงวอนขอความช่วยเหลือ ยื่นความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเงินค่ารักษาตัว และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีราย อีกทั้งต้องดูแลแม่ที่ชราภาพ

ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ อดีตนักแสดง

วันที่ 2 ก.ค. 62 ทีมข่าวลงพื้นที่พบกับ ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ อดีตนักแสดง อายุ 41 ปี อาศัยอยู่กับนางบุญลือ ทองไพรวัน อายุ 76 ปี มารดา ที่ห้องเช่าอาคารชุด โครงการบ้านเอื้ออาทรป่าตัน ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยต้องใช้ชีวิตอยู่กันอย่างยากลำบาก เนื่องจากอดีตนักแสดงหนุ่มป่วยหนักจนต้องออกจากงาน และใช้เงินเก็บที่มีอยู่รักษาตัว รวมทั้งใช้จ่ายในครอบครัวจนแทบหมดสิ้น

ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ อดีตนักแสดง

ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ เปิดเผยว่า ตนออกจากวงการบันเทิง พร้อมพาแม่ย้ายมาอยู่และทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2559 โดยเปิดร้านขายของอยู่ที่ตลาดนัดหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทำงานบริษัทเอกชน กระทั่งประมาณเดือน ก.พ. 62 เริ่มล้มป่วยหนัก เป็นวัณโรคทับตับ และต่อมน้ำเหลือง จนทำให้ร่างกายทรุด ซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว ทำงานไม่ได้ เงินเก็บทั้งหมดประมาณ 200,000 บาท ใช้รักษาตัว และใช้จ่ายในครอบครัว ดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และโรคชรา จนไม่เหลือแล้ว

ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ และแม่

ทั้งนี้ มีเพื่อนฝูงในวงการบันเทิง ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ช่วยประทังชีวิตตัวเองและแม่ได้ ทำให้ตัวเองมีกำลังใจ และรักษาตัวจนอาการดีขึ้นบ้างแล้ว แม้จะยังต้องรักษาตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามีความจำเป็น และต้องการความช่วยเหลืออยู่ เพราะตัวเองไม่มีรายได้ ต้องการความช่วยเหลือจนกว่าจะหายดี และกลับไปทำงานได้ ทุกวันนี้มีค่าใช้จ่ายเดือนละกว่าหมื่นบาท ส่วนใหญ่เป็นค่ายา และรักษาพยาบาล มีค่าเช่าห้องและค่าน้ำค่าไฟ รวมเดือนละประมาณ 5,000 บาท

ซึ่งก่อนที่ตนป่วยหนัก มีเพียงแม่ที่คอยช่วยดูแลใกล้ชิด พี่น้องรวมตัวเอง 5 คน ไม่ได้เข้ามาดูแล บางวันแทบจะไม่มีอะไรกิน ยอมรับว่าช่วงหนึ่งเคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ก็เป็นห่วงแม่ เพราะไม่มีคนดูแล จึงสู้ชีวิตต่อ นอกจากนี้ หากหายดี ก็อยากจะมีโอกาสได้กลับไปทำงานในวงการบันเทิงเป็นนักแสดงอีกครั้ง พร้อมขอขอบคุณทุกกำลังใจและความช่วยเหลือที่หยิบยื่นให้เหมือนเป็นการชุบชีวิตใหม่

 

keyboard_arrow_up