เหยื่อครูพละ รร.สตรีดัง แฉอีกโดนล้วงหว่างขา – ครูภาษาจีน ย่องมอบตัวรับข่มขืน นร. (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวพฤติกรรมครูพละโรงเรียนสตรีล้วนชื่อดัง ย่านบางกอกน้อย ก่อเหตุลวนลาม มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับนักเรียนหญิง ซึ่งพบว่ามีเด็กนักเรียนตกเป็นเหยื่อจำนวนมากนั้น

ล่าสุด วันที่ 18 มี.ค. 62 นายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ทราบเรื่องก็ได้ย้ายให้ครูพละคนดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 เพื่อให้คณะกรรมการทำงานอย่างตรงไปตรงมา ให้ความยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งในตอนนี้ตนไม่กล้าปรักปรำใคร ต้องรอการสืบสวนจากคณะกรรมการ

พ.ต.อ.มนัส รุ่งนาค ผกก.สน.บางกอกน้อย

ด้าน พ.ต.อ.มนัส รุ่งนาค ผกก.สน.บางกอกน้อย เปิดเผยว่า ครูสอนพละที่ถูกกล่าวหา ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาแก่ผู้โพสต์ โดยครูพละยืนยันว่าตัวเองไม่ได้อนาจารเด็กนักเรียนตามที่เป็นข่าว ส่วนภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่ออกไปเป็นภาพเขากับภรรยาซึ่งถ่ายไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ครูภาษาจีน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์ที่เข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือครูสอนภาษาจีนโรงเรียนเดียวกัน อนาจารเด็กนักเรียนชั้น ม.2 โดยกรณีดังกล่าวเกิดเมื่อช่วง ต.ค. ปีที่แล้ว มูลนิธิโรงพยาบาลศิริราชและผู้ปกครองเข้ามาแจ้งความว่ามีเด็กถูกอนาจาร โดยมีการสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเหตุที่ล่าช้าเพราะตัวเด็กมีความเครียด เนื่องจากกระทบกระเทือนจิตใจ ทำให้ขั้นตอนการสอบสวนล่าช้า ล่าสุด ครูสอนภาษาจีนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางกอกน้อยแล้ว ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าก่อเหตุจริง

น.ส.เอิร์น (นามสมมติ) ศิษย์เก่าผู้เสียหาย

ด้าน น.ส.เอิร์น (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดใจว่า สมัยนั้นตนเองเลือกชมรมห้องพยาบาล โดยมีครูพละคนดังกล่าวเป็นครูที่ปรึกษา ซึ่งตนเองต้องเข้าชมรมช่วง 12.00 น. และช่วงเย็นก่อนกลับบ้าน ประกอบกับครูคนดังกล่าวสอนวิชาพละ และได้สั่งให้ทุกคนในห้องซ้อมวอลเลย์บอล ซึ่งสนามอยู่ใกล้กับห้องพยาบาล ครูจึงออกอุบาย คล้ายกับวานให้ไปช่วยดูคอมพิวเตอร์ในห้องพยาบาล โดยเริ่มจากเอามือมาจับที่เมาส์ แล้วเหมือนแนะนำให้คลิกปุ่มต่างๆ บนหน้าจอ สักระยะหนึ่งก็เริ่มเอาหน้ามาแนบชิด ตนเองก็ยังไม่เอะใจ ยอมให้ครูสอน เพราะคิดว่าตนเองทำผิดขั้นตอน ครูจึงเข้ามาสอนเท่านั้น

จนกระทั่งมาถึงครั้งที่ 2 พบว่า ครูพละก็ได้สั่งให้ไปช่วยงานที่ห้องพยาบาลอีกครั้ง ตนเองจึงทำตามเพราะครูสั่ง จากนั้นภายในห้องก็ยังคงมีเพียงครูและตนเอง 2 ต่อ 2 เหมือนเดิม โดยระหว่างที่กำลังช่วยจัดยาในห้องพยาบาล ครูก็เริ่มประชิดตัวมากขึ้น เข้ามาจับขา ลูบขึ้นมาใกล้ถึงอวัยวะเพศ มีจับเนื้อต้องตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ตนเองจึงได้ตัดสินใจเดินออกจากห้องพยาบาล เพราะตอนนั้นไม่ได้ทันคิดอะไรเพราะกลัว ไม่คิดว่าครูจะทำแบบนี้กับนักเรียน

หลังเกิดเหตุ ตนเองพยายามจะเล่าให้เพื่อนฟัง บางคนก็ไม่เชื่อ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของครูพละมาพอสมควร โดยเหตุที่ไม่กล้าเล่าให้ครู หรือพ่อ-แม่ฟัง เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อการเรียน เกิดความวุ่นวาย ที่สำคัญกลัวว่าไม่มีใครเชื่อ เพราะสมัยนั้นไม่มีมือถือหรือถ่ายคลิปแบบปัจจุบัน และถ้าไปบอกพ่อแม่ กลัวว่าพ่อแม่จะบุกมาโรงเรียน และเรื่องจะบานปลายยิ่งขึ้น หรือถ้าครูมีไหวพริบดี เอาตัวรอดได้ ตนเองก็จะกลายเป็นเด็กโกหกทันที

น.ส.ขวัญ (นามสมมติ) ศิษย์เก่า

ด้าน น.ส.ขวัญ (นามสมมติ) ศิษย์เก่าอีกคน เปิดเผยว่า แม้ว่าตนเองจะไม่เคยถูกลวนลามจากครูพละ แต่ได้ยินรุ่นน้องและเพื่อนต่างยังคงมาเล่าแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง ซึ่งส่วนใหญ่จะโดนลักษณะคล้ายกัน โดยบังคับหรือไหว้วานให้ไปช่วยงาน หรือหยิบจับของในห้องพักครู จากนั้นก็เริ่มถูกลวนลามจับต้องส่วนต่างๆ ของร่างกาย

น.ส.ขวัญ บอกว่า มีรุ่นน้องคนหนึ่งบอกตนว่า ครูไหว้วานให้ไปหยิบของในลิ้นชัก ซึ่งในระหว่างที่ดึงลิ้นชักออกมาได้พบกับถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้งานจำนวนมาก ส่วนตัวจึงตั้งข้อสงสัยว่าไม่ได้เป็นครูสอนสุขศึกษา ทำไมถึงมีถุงยางอนามัยที่ยังไม่ใช้งานจำนวนมาก จากนั้นครูยังไหว้วานให้ไปหยิบของในรถ และพบถุงยางอนามัยตกหล่นภายในรถ โดยเป็นถุงยางที่ใช้งานแล้ว

มากไปกว่านั้น น.ส.ขวัญ กล่าวว่า ยังมีครูผู้ชายอีกบางคน เคยถึงขั้นชวนเด็กนักเรียนไปมีเพศสัมพันธ์ หรือชวนขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย ก็ไม่รู้ว่ามีเด็กนักเรียนคนไหนตกหลุมพรางหรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีใครกล้าไปฟ้องใคร เพราะกลัวว่าจะต้องเรียนซ้ำชั้น

keyboard_arrow_up