แฉพฤติกรรมสาวคลั่ง ทุบตีแม่จนตรอมใจ หวังฮุบเงินเร่งวันตาย คนระอาคลั่งเผาบ้าน (คลิป)

จากกรณี สมาชิกเฟซบุ๊ก ปาณิศา เอื้อมงคลานนท์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้รับความเดือดร้อนมาจากเพื่อนบ้าน ที่เสพยาจนลงมือทุบทำลาย เผาบ้านตัวเอง ส่งเสียงเดือดร้อนรำคาญ พร้อมยังทำร้ายร่างกายแม่แท้ ๆ ของตัวเอง จนสุดท้ายล้มป่วยตรอมใจเสียชีวิต แม้ว่าจะถูกส่งไปบำบัดแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จนกลายเป็นความหวาดระแวงของเพื่อนบ้าน (อ่าน : สาวเมาคลั่ง! เผาบ้านตัวเอง เพื่อนบ้านแฉทำแม่ตรอมใจตาย ผวาถูกตะโกนด่าทั้งคืน – ตร.เผยเคยบำบัดยา)

สภาพบ้านของนางพัลลภา
สภาพบ้านของนางพัลลภา
ภาพจำลองเหตุการณ์ นางพัลลภาทำร้ายแม่ตัวเอง และเผาบ้าน

วันที่ 12 พ.ย. 61 ทีมข่าวลงพื้นที่ บริเวณบ้านของนางพัลลภา ศิริโก หรือ บุ๊ก ใน ต.บ้านนา อ.บ้านนา จ.นครนายก เป็นบ้านหลังเกิดเหตุเป็นบ้านสวนชั้นเดียว มีป่ารกรอบบ้าน และติดกับโรงเรียนที่อยู่ภายในชุมชน มีร่องรอยของกระจกแตกเต็มบ้าน อีกทั้งฝาบ้านบังถูกทุบ มุ้งลวดโดนกรีด ภายในห้องนอนยังพบซองบุหรี่ และอุปกรณ์เสพยาบางส่วน

น.ส.ปาณิศา เอื้อมงคลานนท์ หลานของนางพัลลภา

น.ส.ปาณิศา เอื้อมงคลานนท์ หลานของนางพัลลภา เล่าว่า เวลาอยู่บ้านจะได้ยินเสียง นางพัลลภา ตะโกนโวยวายตลอดเวลา ทั้งวันทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน ส่วนมากจะพูดอยู่คนเดียว และทำลายข้าวของในบ้าน และเคยตบตีแม่แท้ ๆ อีกด้วย ทั้งยังแช่งให้แม่ตัวเองตาย จนในที่สุดแม่ก็ตรอมใจเสียชีวิต เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่แม่ของนางพัลลภาเสียชีวิตก็ยังไม่รู้เรื่อง ยังคงใช้ชีวิตเมายาแบบเดิม กระทั่งทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าแม่ตัวเองได้เสียชีวิตแล้ว และนอกจากนี้ ยังเคยไปขโมยของในโรงเรียนที่ติดอยู่กับบ้านอีกด้วย

ซึ่งก่อนที่นางพัลลภาจะติดยา ก็เคยเป็นผู้เลี้ยงดูตนมาก่อน เป็นคนนิสัยดี ชอบประดิดประดอย พับกระดาษรูปนก รูปหัวใจ ทำทุกอย่างที่เป็นงานประดิษฐ์ และยังเป็นคนรักสวยรักงามด้วย กระทั่งอายุประมาณ 15 ปี พฤติกรรมเปลี่ยนไป คาดว่าน่าจะเลือกคบเพื่อนผิด แต่ตนก็ไม่ได้โทษเพื่อนเพราะหากคนคิดได้ก็คงไม่เป็นแบบนี้ ซึ่งหลังจากนั้น ก็เปลี่ยนเป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวมาตลอด ไม่ฟังใคร บอกอะไรก็ไม่ฟัง ไม่ตั้งใจเรียน กระทั่งมาเสพยา โดยครอบครัวเคยพาไปบำบัดถึง 3 ครั้ง แต่ก็ยังกลับมาเป็นแบบเดิม และมีพฤติกรรมหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว ได้โทรไปแจ้งตำรวจ สภ.บ้านนา ก็ช่วยอะไรไม่ได้ บอกเพียงแค่ว่าเป็นเรื่องของครอบครัว แม้กระทั่งแม่แท้ ๆ ที่เสียชีวิตเดินทางไปแจ้งความเลือดอาบหน้า ตำรวจก็ไม่ช่วยอะไร ขนาดว่า ลูกเอาตู้เย็นยกไปขาย แม่เดินทางไปแจ้งความ ก็ยังไม่สามารถช่วยอะไรได้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนจึงตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น และตนคงต้องพึ่งพลังโซเชียลและสื่อฯ เพราะชาวบ้านใกล้เคียงเดือดร้อนมาก เนื่องจากทุกวัน เพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงด่าโวยวาย และตนก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย

นางนันทกิจ จันทนเทศ เพื่อนบ้าน

ด้าน นางนันทกิจ จันทนเทศ เพื่อนบ้าน เล่าว่า ตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังนี้ได้ 1 ปี จะได้ยินเสียงด่าดังตลอดเวลาและทุกวัน ซึ่งใน 1 อาทิตย์ จะมีแค่วันเดียวเท่านั้นที่เสียงเงียบ ซึ่งตนคิดว่าที่เสียงเงียบไป เนื่องจากนางพัลลภานอนหลับ ซึ่งปกติแล้วจะด่า โดยไม่หลับไม่นอน จนบางทีโมโห เพราะรำคาญ และเคยเดินไปบอกให้นางพัลลภาเงียบ และตนก็เคยใช้วิธีขู่ว่า หากไม่เงียบจะเอาตำรวจมาจับ ซึ่งก็เงียบไปแค่ครู่เดียว แล้วก็เสียงดังเหมือนเดิม บางครั้งถ้าไปบอกจะยิ่งดังขึ้นก็มี

ซึ่งนางพัลลภาจะเดินมาขอข้าว ขอกาแฟ ขอบุหรี่ ที่บ้านตนทุกวัน เวลามาขอก็จะมาแบบคนปกติ และวันไหนถ้าไม่ให้ ก็จะเดินพร้อมกับด่ากลับไป เมื่อถึงบ้านเสียงก็เริ่มดังขึ้นมา บางครั้งก็ได้ยินเสียงกระจกแตกบ้าง เสียงทุบข้าวของบ้าง ใครห้ามก็ไม่ฟัง

นางนันทกิจ เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ ตนเคยพานางพัลลภาไปบำบัด แต่พอกลับมาก็เหมือนเดิม ครั้งล่าสุดที่พาไปบำบัด พอกลับมาถึงก็แยกย้ายกันกลับบ้าน จากนั้นไม่นานนางพัลลภาก็เดินมาหาตนที่บ้าน พร้อมกับเอายาบ้ามาโชว์ 3 เม็ด เป็นเม็ดสีชมพู ตนพูดกับนางพัลลภาว่า “เอาอีกแล้วหรอ” ซึ่งตนก็กลัวอันตรายกับตัวเอง เพราะบ้านตนไม่มีรั้ว ใครจะเดินเข้ามาเมื่อไหรก็ได้ ซึ่งนางพัลลภาเองจะชอบเดินมาหาตนตอน 04.00 น. แทบทุกวัน สิ่งที่กลัวคือกลัวของหาย กลัวอันตราย เพราะก่อนหน้านี้ นางพัลลภาเคยขโมยเงินที่ตนวางไว้บนโต๊ะใต้ถุนบ้านไป จำนวน 100 บาท แม้กระทั่งช้อนกินข้าวก็ยังจะเอา

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัว นางพัลลภาไป ตนก็รู้สึกมีความสุข เพราะไม่ต้องระแวงของหาย และไม่ต้องได้ยินเสียงด่าทั้งวันทั้งคืนอีกแล้ว

keyboard_arrow_up