น้ำตาแค้น! น้อง “ป้าง” แฉ “อิ๋ว” บงการทำข้าวกล่องลวงโลก สูบเงินหมดบ้าน – เหยื่อโผล่แฉสูญ 4 แสน (คลิป)

จากกรณีพนักงานสอบสวน สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ได้ควบคุมตัว น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรือ อิ๋ว และน.ส.กัญจ์หทัย สุขใส หรือ ป้าง ผู้ต้องหาในความผิดฐานฉ้อโกงให้ผู้เสียหายทำข้าวกล่องจำนวนนับหมื่นกล่อง และน้ำดื่มส่งโรงงานอีกจำนวนมาก แต่สุดท้ายไม่ยอมรับอาหาร โดยอ้างว่าผู้เสียหายผิดสัญญา พร้อมเรียกเงินค่าปรับ ทำให้เสียเงินไปจำนวนมาก ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อหลายหลาย และในจำนวนนั้นมีผู้เสียหาย ที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้ต้องหาจำนวนหลายรายเช่นกัน (อ่าน : แม่ผัวแค้น “อิ๋ว” แก๊งตุ๋นข้าวกล่อง ใช้เสน่ห์จนลูกชายหลงหวิดสูญที่ดิน เป่าหูมีระเบิด)

น.ส.ยลภัทร สินบุรี ผู็เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับอิ่ว

วันที่ 11 พ.ย. 61 ที่สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี น.ส.ยลภัทร สินบุรี อายุ 32 ปี เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ยุทธภูมิ โพธิ์อุดม สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ว่าถูกน.ส.ธนิตา ฉ้อโกงเงินทั้งหมด 410,000 บาท โดยหลอกให้ซื้อสัมปทาน อาหารน้ำดื่ม หลายรายการส่งให้กับบ่อนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ไม่ได้ทำสัญญา และบ่ายเบี่ยงมาตลอด จนมาทราบว่าถูกหลอก หลังจากที่มีข่าวเรื่องข้าว 10,000 กล่อง

หลักฐานการโอนเงิน

น.ส.ยลภัทร กล่าวว่า ตนรู้จักกับอิ๋ว เมื่อประมาณต้นเดือน ธ.ค. 60 จากนั้นอิ๋วจึงชวนมาทำข้าวกล้อง แต่ตนเองได้ปฎิเสธไป จากนั้นประมาณเดือนม.ค. 61 อิ๋วชวนทำแซนวิช ตนสนใจ เพราะอิ๋วมีรูปภาพยืนยันว่าส่งจริงทำจริง โดยตนต้องทำแซนวิชประมาณ 700 กล่องต่อวัน ตนเกิดความเชื่อมั่นจึงตัดสินใจลงทุนซื้อสัมปทานแซนวิช ในราคา 20,000 บาท จากนั้นก็ลงทุนไปทั้งหมด 410,000 บาท ต่อมาจึงเริ่มเอะใจ และทวงถามเรื่องสัญญา แต่อิ๋วกลับบ่ายเบี่ยง จนประมาณเดือน ก.พ. อิ๋วติดต่อให้ไปทำสัญญาที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่เมื่อตนขับรถไปถึงครึ่งทาง ทางอิ๋วได้โทรกลับมาบอกว่า ไม่ต้องมาแล้ว เดี๋ยวจะขึ้นมากรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากอิ๋วขึ้นมากรุงเทพฯ ก็ติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง

น.ส.ยลภัทร เปิดเผยว่า ตนมักเห็นอิ๋วกับแฟนหนุ่ม กินเที่ยวใช้เงินฟุ่มเฟือยมาก ทำให้ตนหลงเชื่อว่าคนมีเงินขนาดนี้ คงไม่หลอกลวงแน่ ๆ บางครั้งตนขาดเงิน อิ๋วก็ให้เงินไปใช้ก่อน กระทั่งมาช่วงหลัง ตนเริ่มทวงถามเกี่ยวกับสัญญาและเงินที่โอนไปให้ กลับถูกบ่ายเบี่ยงเช่นเดิม และล่าสุด ตนทวงถามไปทางเฟซบุ๊ก อิ๋วก็เปิดอ่านแต่ไม่ตอบกลับ ตนจึงเข้าแจ้งความ

แผนผังความสัมพันธ์ ครอบครัวผู้ต้องหาและผู้เสียหาย

ด้าน น.ส.มาลินี สุขใส ลูกสาวคนเล็กของนางละอาย และเป็นน้องของ น.ส.กัญจ์หทัย หรือป้าง และนายอรุณ สามีของอิ๋ว ที่เคยโดนหลอกเงินกว่า 800,000 บาท เล่าว่า ครั้งแรกที่เจอ อิ๋วเป็นคนดี ไม่มีพิษมีภัย ตอนแรกอิ๋วก็ได้มาชวนว่า บ้านที่ จ.อุตรดิตถ์ มีบ่อนขนาดใหญ่ หากสนใจก็ให้มาร่วมกันลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน เผื่อจะได้ลืมตาอ้าปากได้ เนื่องจากนักพนันจะเอารถมาจำนำกับอิ๋ว ตนจึงโอนเงินเข้าบัญชีของอิ๋ว 50,000 บาท โอนตอนเช้า ตอนเย็นได้ดอกเบี้ย 5,000 บาท เห็นว่าได้เงินดี ตนก็ลงทุนเพิ่มเป็นเงิน 300,000 บาท สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงินกลับมาอีก โทรไปหาอิ๋วก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด

น.ส.มาลินี สุขใส ลูกสาวคนเล็กของนางละอาย

จากนั้น พี่อรุณ โทรมายืมเงินตนอีก 200,000 บาท บอกว่าป้างโดนตำรวจจับ ถ้าไม่มีเงิน ป้างจะโดนจับ ตนเห็นว่าเป็นพี่จึงช่วย แต่พอถึงวันครบกำหนดคืนเงิน ตนก็ไม่ได้เงินคืน เมื่อโทรไปสอบถามก็ไม่ได้คำตอบ จากนั้นจึงไม่คุยพูดคุยกันอีก เพราะพี่ตนพูดไม่เป็นคำพูด

น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรือ อิ๋ว ผู้ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ ตนไม่อยากแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง 2 คน เพราะ ป้างก็เป็นพี่สาว อรุณก็เป็นพี่ชาย ส่วนอิ๋วตอนนั้นก็เป็นพี่สะใภ้ เหมือนกับเป็นการสาวไส้ครอบครัวตัวเอง ตนจึงขอปล่อยไป แต่ตนรู้สึกเจ็บมาก พูดไม่ออก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ก็จะไม่ให้เงิน ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยถึงจะให้เท่านั้น พ่อกับแม่เองก็ไม่ให้เงินเวลาที่ถูกยืม แต่ตนเป็นคนบอกว่าให้ไปเถอะเพราะว่าเป็นคนในครอบครัว จนตอนนี้ตนเองก็เป็นหนี้บัตรเครดิต กว่า 300,000 บาท จากคนที่ไม่มีหนี้

น.ส.มาลินี กล่าวต่อว่า ตนชื่อว่าตัวการทั้งหมดก็คืออิ๋ว เป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง ให้พี่ชายและพี่สาว เป็นคนมายืมเงินแม่กับพ่อ และคิดว่าเรื่องการหลอกลวงก็เป็นเพราะอิ๋ว เพราะทุกครั้งที่มายืม ตนจะเป็นคนโอนเข้าบัญชีอิ๋วทั้งหมด ทั้งนี้ ตนก็ขอกรวดน้ำสาปแช่ง ไม่ขอพบขอเจออิ๋วอีก ไม่ว่าจะชาติไหน

keyboard_arrow_up