พ่อเด็ก 3 ขวบทรุดลูกตายศพที่ 2 จมทุ่ง สงสัยเมียขี้เหล้าหลอนฆ่า อึ้งแก้ผ้าอ้างทะเลาะผัว (คลิป)

จากกรณีพบศพ ด.ช.ไทเกอร์ อายุ 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนาอยู่ในท้องนา ต.หนองน้ำใส อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมกับญาติ ซึ่งยืนยันว่าเป็นน้องไทเกอร์ ที่หายไปกับแม่ก่อนหน้านี้ ศพอยู่ในสภาพลอยอืดสวมใส่เสื้อสีแดง ไม่สวมกางเกง เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 วัน โดยมีข้อสันนิษฐานว่าแม่จะเป็นผู้ทำร้ายจนเสียชีวิตหรือไม่นั้น

เจ้าหน้าที่ช่วยค้นหาเด็กชายไทเกอร์

วันที่ 18 ต.ค 61 โดยจากที่เจ้าหน้าที่ออกค้นหา กระทั่งพบรองเท้าแตะของน้องไทเกอร์ กับรองเท้าของนางรุ่งทิพย์ อยู่ในป่าหญ้า จึงเร่งระดมค้นหาในป่ากกข้างทาง ต่อมาจึงได้รับแจ้งจากนายประเมิน สอดส่องกิจ ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ร่วมออกค้นหาตัวน้องไทเกอร์ว่า พบศพเด็กเพศชายอยู่ในท้องนา ต.หนองน้ำใส อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมกับญาติ ญาติยืนยันว่าเป็นศพของน้องไทเกอร์ ในสภาพใส่เสื้อสีแดง ไม่สวมกางเกง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 วัน จากการตรวจสอบของแพทย์โรงพยาบาลภาชี เบื้องต้น ไม่สามารถระบุได้ว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด จึงส่งศพไปชันสูตร ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนอีกครั้ง

ภาพจากกล้องวงจรปิด นางรุ่งทิพย์ กับน้องไทเกอร์ ลูกชาย

นายเอกชัย ตรงดี อายุ 39 ปี เพื่อนร่วมงานของพ่อน้องไทเกอร์ กล่าวว่า น้องไทเกอร์ ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 61 ที่บ้านเข้าใจว่า แม่พากลับไปบ้านที่ จ.สุรินทร์ จนกระทั่งวันที่ 16 ต.ค. แม่ของไทเกอร์กลับไปที่บ้าน ที่ จ.นนทบุรี เพียงคนเดียว และบอกกับทางบ้านว่า ไม่ได้พาน้องไทเกอร์ไปด้วย โดยพูดจากวกไปวนมา ให้การสับสน จึงค้นในตัว พบตั๋วรถไฟ ที่ขึ้นจากสถานีรถไฟหลักสี่ มาที่สถานีรถไฟภาชี เจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางมาตามหาตัวน้องไทเกอร์ แต่ไม่พบตัว จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบภาพน้องไทเกอร์อยู่กับนางรุ่งทิพย์ เดินมุ่งหน้าไปที่ทางรถไฟ และจึงเริ่มการค้นหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งมาพบศพน้องไทเกอร์

นางรุ่งทิพย์ โยธิการ์  อายุ 34 ปี แม่ของน้องไทเกอร์

จากการสอบถาม นางรุ่งทิพย์ โยธิการ์  อายุ 34 ปี ผู้เป็นแม่ ให้การวกไปวนมาคล้ายคนสติไม่ดี บอกเพียงว่า ขึ้นรถไฟจะกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ มากับลูกแล้วเห็นว่าสามีตามมา จึงลงรถไฟ แล้วเดินไปตามรางรถไฟ มีคนขี่รถจักรยานยนต์มารับลูกไป จากนั้นไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน และปฎิเสธว่า ไม่ได้ทำร้ายร่างกายลูกแต่อย่างใด

รองเท้าของน้องไทเกอร์ และนางรุ่งทิพย์ ในที่เกิดเหตุ

ซึ่ง พ.ต.อ.ธีรวุฒิ แสงมณี ผู้กำกับ.สภ.ภาชี กล่าวว่า จากการสอบสวนนางรุ่งทิพย์ ยังให้การสับสนเรื่องของช่วงเวลา ที่แยกกับลูกชาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อในคำให้การ จะส่งตัวนางรุ่งทิพย์ไปให้แพทย์ตรวจว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่

นายบุญมี ศรีคง พ่อของน้องไทเกอร์

นายบุญมี ศรีคง พ่อของเด็กที่เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุ (13 ต.ค) เวลาประมาณ 23.00 น. ตนออกไปทำงานกลับมาประมาณเที่ยงคืน พบว่าภรรยา และลูกไม่ได้อยู่ในห้อง ตนจึงไปถามเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านจึงบอกว่า ภรรยาตนบอกไว้ว่า จะกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ ตนก็พยายามติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้ เพราะนางรุ่งทิพย์ไม่มีโทรศัพท์ จึงไม่ได้คิดมาก เพราะเห็นเป็นเรื่องปกติ จนกระทั่ง วันที่ 16 ต.ค. ภรรยากลับมาที่ห้องพัก แต่มาคนเดียว ไม่มีลูกกลับมาด้วย ตนจึงถามว่า “ลูกไปไหน” ภรรยาบอกว่า “เอากลับมาส่งที่ จ.สุรินทร์ แล้ว”

นายบุญมี กล่าวต่อว่า สาเหตุอาจจะเกิดจากอาการหลอนจากการติดสุรามาก เนื่องจากภรรยาตนดื่มสุราบ่อย บางครั้งดื่มวันเว้น บางครั้งก็ 3 วันครั้ง แต่มาพักหลังเริ่มดื่มหนักขึ้นทุกวัน ห้ามก็ไม่ฟัง กระทั่งตัดสินใจต่างคนต่างอยู่ และตั้งแต่อยู่กันมา ไม่เคยเห็นภรรยาทำร้ายลูก อย่างมากก็แค่ตีสั่งสอน ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุใด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่หลังจากนี้ ไม่คิดจะมีลูกอีกแล้ว เพราะอายุเยอะแล้ว ส่วนเรื่องภรรยาก็ขอพิจารณาก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ นายบุญมี บอกทิ้งท้ายว่า รู้สึกเสียใจ และยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะครั้งนี้ลูกเสียชีวิตเป็นคนที่ 2 แล้ว ก่อนหน้านี้ตนมีลูก อายุ 3 เดือน ก็เสียชีวิตปริศนาเช่นกัน สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่อยากปรักปรำภรรยา แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ขณะนี้แม้ว่าตนจะหมดแรงทำงาน แต่ก็ต้องสู้ต่อไป เพราะต้องทำงานเลี้ยงดูพ่อแม่

น.ส.พรทิพย์ คล้ายอุดม เพื่อนบ้านของนางรุ่งทิพย์

ด้าน น.ส.พรทิพย์ คล้ายอุดม เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า นางรุ่งทิพย์เป็นคนชอบดื่มเหล้าทุกวัน เจอกันครั้งล่าสุดวันที่ 13 ต.ค. เวลาประมาณ 22.00 น. นางรุ่งทิพย์วิ่งห่มผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องพัก แล้วบอกว่าทะเลาะกับสามี ทั้งที่สามีไม่อยู่ จากนั้นก็วิ่งกลับเข้าไปในห้อง ต่อมาเวลาประมาณ 23.00 น. ก็ได้เดินออกมาพร้อมกับลูก บอกว่าจะกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ แล้วก็พาลูกเดินไป โดยถือกระเป๋าสะพายสีดำ และในมือถือถุงกระดาษ ส่วนเด็ก 3 ขวบ สะพายกระเป๋านักเรียน ซึ่งตนก็ไม่ได้สงสัย

กระทั่งวันที่ 16 ต.ค. นางรุ่งทิพย์กลับมาที่ห้องพัก ตนจึงถามว่า “แล้วลูกไปไหน” แต่นางรุ่งทิพย์กลับบอกว่า “ไม่ได้เอาลูกไป” เมื่อถามจนได้ความอีกครั้ง เจ้าตัวจึงบอกว่า “ลูกอยู่ที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา” จากนั้น ตนและพ่อเด็ก ก็พากันไปตามหา แต่ก็ไม่พบ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ลงพื้นที่หาบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง

น.สพรทิพย์ กล่าวต่อว่า ทุกครั้งที่นางรุ่งทิพย์เมาสุรามา จะตบตีลูก และทำร้ายลูกอยู่หลายครั้ง ทั้งยังดื่มสุราทุกวัน เมื่อหายเมา ก็จะกินต่อทันที ไม่มีวันไหนที่ไม่เมา

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ khaosod.co.th

keyboard_arrow_up