สาว17 สุดช้ำ! พ่อขืนใจ 5 ปี ญาติแฉกลางรายการ แม่แท้ ๆ ประกาศลั่น “กูเกลียดลูก” – พ่อโฉดขู่ออกคุก ฆ่าแน่ (คลิป)

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชลิดา วัฒนะ” ได้โพสต์เรื่องราวสลดใจ หลังเข้าช่วยเหลือเด็กสาวคนหนึ่ง อายุ 17 ปี ที่ถูกพ่อแม่แท้ ๆ ทำร้ายและถูกพ่อข่มขืนมานานถึง 5 ปี ตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยมีแม่รับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวและบอกให้ยอมพ่อ ก่อนจะหลบหนีมาพักอยู่ที่บ้านอา ซึ่งอยู่ภายในตัวเมืองจังหวัดสกลนคร (อ่าน : สุดนรก! พ่อข่มขืนลูกวัย17 นาน 5 ปี ชาวบ้านแฉแม่ซื้อยาคุมให้ สุดทน ต้องหนี)

รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น.

วันนี้วันที่ 11 ต.ค. 61 “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34  ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ อาของน้องเอ คุณบี ผู้เห็นเหตุการณ์ นางสาวชลิดา วัฒนะ หรืออ้อ และนางสาวพัทธนันท์ ทาเงิน หรืออ้อย พี่น้องผู้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวน้องเอ มาร่วมพูดคุยในรายการ

อาของเด็กหญิงเอ

อาของเด็กหญิงเอ กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่เด็กหญิงวัย 17 (น้องเอ) ถูกพ่อล่วงละเมิดทางเพศนั้นเป็นเรื่องจริง ตนรู้เรื่องเพราะน้องเอ บอกกับตนด้วยตัวเอง ถึง 2 ครั้ง ในครั้งแรก น้องเอมาหาตนที่บ้านเวลา ตี 4 ทั้งที่บ้านของตนกับน้องเออยู่ห่างกันถึง 60 กม. ในวันนั้นน้องเอบอกว่า ‘มาคนเดียว โดนพ่อทำ โดนพ่อทำมาตลอด ไม่มีใครช่วยหนูได้ อยากให้อาช่วย’ หลังจากนั้นก็กลับไป กระทั่งน้องเอมาหาอีกครั้งในวันที่ 6 ต.ค. โดยเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟังว่า”

“น้องเอถูกผู้เป็นพ่อล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่อายุ 12 รวมเป็นเวลา 5 ปี พ่อจะบังคับให้มีอะไรด้วยทุกวัน เวลาประมาณ 1- 2 ทุ่ม หากน้องเอไม่ยินยอมก็จะถูกทำร้าย จนต้องยอมทุกครั้ง และเมื่อเสร็จกิจน้องเอก็นอนร้องไห้ทุกครั้ง อีกทั้งในเวลาปกติก็ยังทำร้ายร่างกายทั้งน้องเอและแม่อยู่เป็นประจำ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม่มารู้ความจริงตอนอายุ 14 แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน เพราะหากแม่พูดถึงเรื่องนี้ ก็จะถูกพ่อทำร้ายเช่นกัน ตลอดเวลาที่น้องเอถูกพ่อกระทำแม่ก็จะนอนอยู่ข้าง ๆ แต่ว่าแม่บอกว่าทำอะไรไม่ได้ ให้ทำตามใจพ่อ และพ่อยังบังคับให้แม่ไปซื้อยาคุมกำเนิดมาให้น้องเอทานอีกด้วย”

“นอกจากนี้ เวลาที่พ่อไปไหนก็จะพาน้องเอไปด้วย เมื่อสบโอกาสก็จะไปกระทำที่ป่าข้างทาง น้องเอไม่สามารถหนีไปไหนได้ เพราะบ้านอยู่ห่างไกลต้องเดินทางเข้าไปลึกถึง 3 กิโลเมตร ประกอบกับถูกตัดขาดการสื่อสารจากโลกภายนอก”

คุณบี ผู้เห็นเหตุการณ์

ต่อมา คุณบี ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันที่ 6 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่น้องเอกลับมาหาอาที่หอพัก ว่า “เห็นเหตุการณ์ที่น้องเอมาหาผู้เป็นอา ขณะนั้นพ่อและแม่ของน้อเอมาตามตัวน้องเอ แต่ยังไม่ทันที่อาจะสอบถามความจริงเรื่องล่วงละเมิดฯ พ่อของน้องเอก็เข้ามาข่มขู่และทำร้ายน้อง ขณะนั้นอาของเด็กหญิงเอเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มบานปลาย จึงให้ตนช่วยกันตัวเด็กออกไปก่อนและโทรเรียกตำรวจให้มาจับพ่อเด็กในข้อหาบุกรุก”

ทั้งนี้ อาของเด็กหญิงเอ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในวันนั้นยังไม่สามารถแจ้งข้อหาข่มขืนได้ เนื่องจากตำรวจจำเป็นต้องให้สหวิชาชีพสอบปากคำเด็กเพื่อให้ทราบเหตุการณ์ที่แน่ชัดก่อน”

นางสาวพัทธนันท์ ทาเงิน ผู้ช่วยเหลือน้องเอ

และจากเหตุการณ์ในวันที่ 6 ค.ต. ทำให้ คุณบี โพสต์เรื่องราวทั้งหมด ลงในเฟซบุ๊ค กระทั่งมีรุ่นน้องของคุณบี ทักไปขอความช่วยเหลือจาก นางสาวชลิดาและนางสาวพัทธนันท์ โดยเล่าว่า “เมื่อได้รับการติดต่อมาก็ยังรู้สึกสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามที่ สภ.กุดบาทก็พบว่ามีแต่คดีบุกรุก กระทั่งได้พบกับน้องเอและอา ในวันนั้นทั้งคู่มีสภาพอิดโรย พวกตนจึงตัดสินใจพาน้องเอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสกลนคร ขณะนั่งรอแพทย์ตรวจได้คุยกับทั้งอาและน้องเอ จึงสอบถามเรื่องราวทั้งหมด ตอนแรกน้องเอยังไม่กล้าพูดอะไร กระทั่งได้อาช่วยเข้ามาพูดคุยน้องเอจึงยอมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด”

“ทุกวันนี้น้องเอมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถยิ้มได้ และน้องเอยังบอกอีกว่าดีใจที่พวกตนมาหา ซึ่งเมื่อพวกตนเข้าไปเยี่ยมน้องเอก็จะพยายามพูดคุยให้น้องเอรู้สึกสนุกสนาน เพราะขณะนี้พวกตนค่อนข้างห่วงในเรื่องสภาพจิตใจของน้องเอมาก เพราะจากเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย และอีกส่วนหนึ่งคือจากสภาพการเลี้ยงดูที่ตนขอใช้ว่า การกักขัง”

ซึ่งหลังจากที่น้องเอ ได้รับการช่วยเหลือแล้ว อาของน้องเอ ได้เล่าว่า “หลังเกิดเรื่อง ครอบครัวของฝั่งพ่อน้องเอเดินทางมาที่บ้านของตนอยู่บ่อยครั้ง โดยมาขอร้องให้ตนถอนแจ้งความ อีกทั้งยังบอกว่าต้องการให้เรื่องนี้จบอยู่ในครอบครัวเท่านั้น แน่นอนว่าตนไม่ยอม เพราะน้องเอก็ไม่ยอม ต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองและน้องเอ เนื่องจากพ่อของน้องเอเคยพูดไว้ว่า หากออกมาจากคุกได้ จะมาฆ่าทั้ง 3 คน (น้องเอ ตน แม่ของน้องเอ) ให้หมด”

“ส่วนแม่ของน้องเอ ในตอนแรกตนคิดว่าที่ไม่กล้าทำอะไรก็เพราะกลัวถูกทำร้าย แต่หลังจากที่พ่อของน้องเอถูกจับ แม่ของน้องเอก็โทรศัพท์เข้ามาหาตน พร้อมบอกว่าในทำนองว่า ให้ถอนแจ้งความสามี และตนไม่อยากได้น้องเอเป็นลูกอีกแล้ว ตนเกลียดลูกมาก ซึ่งหลังจากนั้น ตนก็ไม่เคยพบหรือติดต่อกับแม่ของน้องเออีกเลย”

พันตำรวจเอกสุชัย เชาว์พร้อม ผู้กำกับการ สภ.กุดบาท ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ

“สำหรับในอนาคต ตนตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูน้องเอจนกระทั่งอายุ 18 ก่อน แล้วจึงให้น้องเอเลือก ว่าต้องการจะทำอย่างไรกับชีวิต อีกทั้งตนต้องการให้น้องเอได้รับการศึกษา เนื่องจากขณะนี้น้องเอยังเรียนไม่จบระดับชั้น ป.5”

ต่อมา พันตำรวจเอกสุชัย เชาว์พร้อม ผู้กำกับการ สภ.กุดบาท ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถึงความคืบหน้าล่าสุดของคดีว่า “ขณะนี้พ่อของน้องเอถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ จ.สกลนคร และยังให้การปฏิเสธทุกข้อหา แต่คดีนี้มีหลักฐานและประจักษ์พยานแน่นหนา รวมถึงมีผลตรวจจากแพทย์ด้วยเช่นกัน จากการสอบถามน้องเอ ทราบว่า เด็กไม่คุ้นเคยกับพ่อแม่ เนื่องจากถูกเลี้ยงดูมาโดยตากับยายกระทั่งอายุ 12 ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น แม่ของเด็กก็เคยมาปรึกษาตำรวจในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่ได้นำตัวน้องเอมาให้ปากคำ แต่น้องเอหนีไปก่อน”

 

keyboard_arrow_up