ได้ยินกับหู ปลัดเข้าป่า! แม่ค้ายัน 1 ปีมา 2 หน คาดไม่ถึงแก๊งขนปืนซุกรถยิงหมีขอ (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี จับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ แมน อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ พร้อมพวกรวม 11 คน หลังนำรถออฟโรด 6 คัน ลักลอบเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าตรวจค้น โดยพบปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง ปืนสั้น เครื่องกระสุน และซากหมีขอ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ( อ่าน : อุทยานฯ แจ้งจับ “ลุง” ปลัดล่าหมีขอ คาดอาศัยช่วงชุลมุน หลบหนีการจับกุม)

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันที่ 10 ต.ค. 61 ที่ สภ.ไทรโยค พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าคดี โดยมีการเดินสำรวจของกลางจำพวกอาวุธปืน พร้อมกับมีการตั้งโต๊ะแถลง ก่อนที่ พล.ต.ศรีวราห์ จะเข้าห้องพร้อมกับ พ.ต.อ.ธานี สงวนจีน ผกก.สภ.ไทรโยค โดย พล.ต.ศรีวราห์ กล่าวว่า คดีนี้มีความยากกว่าคดีเสือดำ เนื่องจากไม่มีแผ่นหนังที่มีรอยการถูกยิง และผู้ต้องหาปฏิเสธเรื่องในการล่าสัตว์

ภาพจำลองเหตุการณ์ คณะของปลัดฯ พักแรมที่สำนักสงฆ์ห้วยเต่าดำ (ขาไป)
ภาพจำลองเหตุการณ์ คณะของปลัดฯ พักแรมที่สำนักสงฆ์ห้วยเต่าดำ (ขากลับ)

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอนุสรณ์ เรือนงาม ผู้ขับรถยนต์คันที่ 5 เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอด่านมะขามเตี้ย ผู้ต้องหา พร้อมด้วยหัวหน้าของนายอนุสรณ์มาด้วย โดยนายอนุสรณ์ อ้างว่า นายตาต้าร์ รับปืนแล้วไปยิงหมีขอ ซึ่งเป็นอาวุธปืน .22 โดยปืนกระบอกนี้ เป็นของทหารนอกราชการที่เกษียณอายุ ที่ตนยืมปืนมา ได้มีการชักชวนกันไปทำบุญ ซึ่งอาวุธปืนที่พกไปจำนวนมากเพื่อนำไปแก้บน โดยตาต้าร์ได้ยืมปืนจากตน บอกว่าจะนำไปยิงไก่ แต่กลับไปยิงหมีขอ แต่ขณะที่ไปยิงตนไม่ได้ไปด้วย แต่ส่วนที่ตาต้าร์ซัดว่าตนยิงนั้น ไม่เป็นจริง ซึ่งมีคนที่ร่วมล่าสัตว์ด้วยคือคนงานที่วัดอีกคน

นายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ ลุงของปลัดแมน เข้ามอบตัว

ต่อมาช่วงวลา 13.00 น. หนึ่งในบุคคลที่มีภาพในทีมออฟโรด แต่ไม่ถูกจับกุมก่อหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ได้เชิญตัวนายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ มาที่ สภ.ไทรโยค เพื่อสอบปากคำ โดยสรุปได้ว่า ทีมออฟโรดมีทั้งหมด 15 คน

นายวิมล แก้วใหญ่ ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

วันที่ 10 ต.ค. 61 นายวิมล แก้วใหญ่ ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตนเคยเดินทางไปด้านบนเขาแต่ไปไม่ถึงสำนักสงฆ์เหมืองเต่าดำ ซึ่งเส้นทางที่ไปจะต้องใช้รถออฟโรด มอเตอร์ไซค์วิบาก หรือรถยกสูงเท่านั้น แต่ช่วงเดือนนี้มักจะมีคนขึ้นไปจำนวนมาก เพราะเป็นเทศกาลเห็ดโคน ชาวบ้านเลยขึ้นไปเก็บเห็ดกันมาก

นายวิมล กล่าวว่า ทางที่ตนขึ้นไปมีบ้านของชาวบ้านพวกกลุ่มชาติพันธ์อยู่ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับจุดตรวจ และเท่าที่ตนขึ้นไปก็ไม่มีใครมาขายสิ่งของตามทางเดิน และหากบุคคลใดที่จะขึ้นไปสำนักสงฆ์เต่าดำก็จะมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยถามว่าขึ้นไปเพื่อจุดประสงค์ใด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยอยากให้บุคคลใดขึ้นไปรบกวน และหลังจากเกิดข่าวนี้ขึ้นคิดว่าคงมีการตรวจตรามากขึ้น

ส่วนสรรพคุณของอุ้งตีนหมีเท่าที่ทราบคนจีนมักจะนิยมทานสิ่งเหล่านี้ แต่สำหรับคนไทยตนไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคงไม่นิยมกินกัน อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจว่าคนที่อยู่ในป่าก็ต้องมีการล่าสัตว์ แต่ตนก็ไม่อยากให้มีการล่าสัตว์ เพราะเวลาเห็นสัตว์ป่าก็ย่อมสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์

นางเจน (นามสมมติ) แม่ค้าขายข้าวและขนม

นางเจน (นามสมมติ) แม่ค้าขายข้าวและขนม เผยหลังจากทีมข่าวนำรูปของนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ยให้ดู ก็บอกว่ากลุ่มนี้ได้เดินทางมาจริงเมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. ซึ่งในวันนั้นปลัดก็คุยกับนางเจนว่า “ผมปลัด จำผมได้ไหม” ก่อนที่กลุ่มนี้จะสั่งอาหารที่ร้าน โดยมีการสั่งข้าวประมาณ 10 จาน พร้อมกับมีการพูดคุยเรื่องที่จะไปสำนักสงฆ์เหมืองเต่าดำ โดยก่อนกลับก็ได้มาซื้อขนมใส่ไส้เพื่อไปถวายพระราคากว่า 100 บาท รวมไปถึงขนมขบเคี้ยวแยกไปอีก ซึ่งในวันนั้นไม่ได้มีการซื้อชุดประกอบอาหารขึ้นไป คาดว่าคงเตรียมกันมา เพราะมีการพูดด้วยว่าจะทอดหมูถวายพระ ซึ่งบทสนทนามีแต่เรื่องทำบุญ ไม่ได้มีการพูดถึงการล่าสัตว์แต่อย่างใด

นางเจน เล่าว่า กลุ่มนี้เคยเดินทางขึ้นไปด้านบนสวนป่ามาก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าจุดมุ่งหมายคือเดินทางไปที่สำนักสงฆ์หรือไม่ แต่ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเดินทางมาประมาณปีละ 2 ครั้ง ส่วนที่มีกระแสข่าวออกไปว่ากลุ่มนี้อาจจะล่าสัตว์นั้นตนก็ไม่แน่ใจ และที่อ้างว่า มีคนมาขายของเท่าที่ตนทราบด้านบนจะไม่มีร้านขาย อย่างไรก็ตาม เท่าที่สังเกตวันนั้นไม่เห็นอาวุธปืนและไม่ได้เห็นว่าในรถมีการเตรียมอะไรมาบ้าง

keyboard_arrow_up