“อภิสิทธิ์-วรงค์-อลงกรณ์” โชว์วิสัยทัศน์ชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นพ้องไม่เอาเผด็จการ

จากกรณี การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค โดยผู้สมัครชิงตำแหน่งนี้ คือ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วงรค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส พิษณุโลก และ นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น

นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค หมายเลข 1

วันที่ 8 ต.ค. 61 นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค หมายเลข 1 กล่าวว่า วันนี้แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวที่ทุกคนเป็นเจ้าของพรรค และส่วนตัวไม่มีกลุ่มสนับสนุน เหมือนกับกลุ่มเพื่อนนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก และกลุ่มเพื่อนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตนเองเป็นตัวแทนของพรรค จึงไม่มีกลุ่ม และจะไม่พูดพาดพิงใคร เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ส่วนกลุ่ม 35/1 ที่ว่าสนับสนุนตนเองนั้น จริง ๆ เป็นกลุ่มที่เป็นส.ส.พร้อมกันเท่านั้น โดยเน้นนโยบายก็จะมุ่งมั่นในอุดมการณ์และมุ่งพัฒนาประเทศ

นายอภิสิทธิ์ ขอประชาชนสนับสนุนให้เป็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แต่หากมีความจำเป็นต้องร่วมกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ก็จะจับมือกับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกันเท่านั้น

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค หมายเลข 2

ส่วนนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค หมายเลข 2 ยืนยันพร้อมเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งยังกล่าวอีกว่า เมื่อวานตนเดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหนองบัว ท่านให้เบี้ยแก้มาคล้องคอ พร้อมกับดูวันเดือนปีเกิดให้ ทำนายว่า มีโอกาสจะได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แน่

โดยตนเองจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประชาธิปัตย์ ซึ่งแนวทางการทำงาน คือ ชูนโยบายปราบโกงเป็นตัวหลัก ออกนโยบายอะไรมาต้องไม่โกง นำพาประเทศให้เป็นประเทศชั้นนำ ทั้งนี้ หมอวรงค์ ยืนยันพร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นนายกรัฐมนตรี

นาย อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค หมายเลข 3

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค หมายเลข 3 ยืนยันว่า มีความพร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรค โดยตั้งทีมประชาธิปัตย์ยุคใหม่ เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ความสามัคคี โดยมั่นใจว่าตำแหน่งที่เคยเป็นรัฐมนตรีมา 6 สมัย และรัฐมนตรีอาเซียน รวมถึงสปท. หากได้เป็นหัวหน้าพรรค จะสร้างการเมืองสีขาว หากได้จัดตั้งรัฐบาล จะให้ผู้สมัครและรัฐมนตรีรวมถึงนายกรัฐมนตรีเขียนใบลาออกไว้ก่อน หากมีข้อครหา ยังไม่ต้องถึงป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรวจสอบ แต่จะลาออกทันที ใน 36 ชั่วโมง

นายอลงกรณ์ยืนยันว่า ตนเองมีจุดยืน คือ แม้จะเป็นสปท. 1 ในแม่น้ำ 5 สาย ก็ตาม แต่จะไม่ร่วมกับฝ่ายเผด็จการ ไม่เอานายกฯ คนนอก ยอมรับการมาในครรลองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นอุดมการณ์ของประชาธิปัตย์

keyboard_arrow_up