อุทาหรณ์! พาลูกหาหมอ ถูกเจาะน้ำเกลือแขนบวม-แผลพุพอง กังวลแผลเป็นสร้างปมตอนโต

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ธีระพงษ์ แสงสุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านกลุ่ม Her kid รวมพลคนเห่อลูก เพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์ สำหรับคุณพ่อคุณให้ระวังเรื่องการเจาะน้ำเกลือในเด็กเล็ก เนื่องจากผู้โพสต์พาลูกไปรักษาอาการไข้หวัด มีน้ำมูก ที่โรงพยาบาล เมือวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีการเจาะให้น้ำเกลือ และยาฆ่าเชื้อ ก่อนที่ลูกจะมีอาการแขนบวม และเริ่มมีแผลพุพองบริเวณที่ให้น้ำเกลือ

นายธีระพงษ์ แสงสุวรรณ พ่อของน้องพ็อตเตอร์ ผู้ป่วย

วันที่ 19 ส.ค. 61 นายธีระพงษ์ แสงสุวรรณ พ่อของน้องพ็อตเตอร์ ผู้ป่วย เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนพาน้องพ็อตเตอร์ ลูกชาย วัย 8 เดือน เข้าแอดมิดพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ย่านรามคำแหง ด้วยอาการไข้หวัด จากนั้นได้มีการเจาะเข็มน้ำเกลือที่บริเวณหลังมือขวาของน้อง ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเข็มน้ำเกลือหลุดหรือเคลื่อนจากเส้นเลือดหรือไม่ ต่อมาในคืนเดียวกัน เวลา 23.00 น. – 02.00 น. น้องร้องไห้ไม่หยุด จนกระทั่งอ่อนล้าหลับไปเอง ซึ่งตนไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นอาการจากไข้หวัด ต่อมา เวลา 03.00 น. แขนและมือน้องเริ่มบวม ตนจึงสัมผัสที่แขนและมือ ปรากฎว่าคล้ายกับสัมผัสพลาสติกที่แข็ง ตึง บวม ตนจึงรีบเรียกแพทย์และพยาบาลมาดูอาการ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นเพราะอาการบวมน้ำเกลือ จะต้องใช้เวลา 1-2 วัน จะหายเป็นปกติ

จนกระทั่ง เช้าวันที่ 14 ส.ค. น้องพ็อตเตอร์มีอาการแดงช้ำ เป็นแผลพองขึ้นมา ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง แพทย์ศัลยกรรม และ ผอ.โรงพยาบาล เข้ามาตรวจดูและวินิจฉัยว่า สาเหตุที่ของอาการดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากเข็มน้ำเกลือหลุดจากเส้นเลือด ทำให้น้ำเกลือ และตัวยาฆ่าเชื้อไหลเข้าสู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งตัวยาฆ่าเชื้อไปทำปฏิกิริยากับเซลล์ใต้ผิวหนัง ทั้งนี้ ทีมแพทย์ยืนยันว่า จะดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจนกว่าจะหายเป็นปกติ คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน และจะจัดพยาบาลมาให้โรงพยาบาลละ 1 คน เพื่อช่วยเลี้ยงลูกและดูแลอาการในแต่ละวัน สำหรับอาการล่าสุดของน้องพ็อตเตอร์ ถือว่าดีขึ้น ทานข้าวและนมได้ตามปกติ น้องมีอาการร่าเริงขึ้น ไม่ร้องไห้หรืองอแงแล้ว

แผลที่แขนของน้องพ็อตเตอร์

นายธีระพงษ์ กล่าวว่า ตนก็ยังคงกังวลว่าลูกอาจจะมีรอยแผลเป็น ที่ติดตัวลูกไปตลอดชีวิต กลัวลูกเป็นปม หรือถูกล้อจากคนในสังคมได้ เบื้องต้น แพทย์ระบุว่า จะเข้ามาตรวจอาการอย่างต่อเนื่อง โดยล้างแผล 2 วัน/ครั้ง และเฝ้าระวังไม่ให้มีการติดเชื้อ ซึ่งโอกาสที่มือน้องจะเป็นแผลเป็นมีน้อยมาก เพราะขณะนี้แผลเริ่มแห้งแล้ว

นอกจากนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนมองว่า เป็นความประมาทของพยาบาล ที่ไม่ใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะตั้งแต่เจาะเข็มน้ำเกลือ พยาบาลมาตรวจเช็กตัวเลขหรือค่าอื่น ๆ แต่ไม่เคยดูแผลในตำแหน่งที่เจาะน้ำเหลือเลย จึงอยากให้เคสของตน เป็นตัวอย่างของคนที่มีลูกเล็ก หรือมีผู้สูงวัยในครอบครัว เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

keyboard_arrow_up