เปิดใจเจ้าบ้านสุดซวย คนเช่าทำพิษ ซ้ำขู่ทรัพย์มีค่าห้ามยุ่ง – เพื่อนบ้านย้ายหนี กลิ่นหึ่ง (คลิป)

จากกรณีเจ้าของบ้านปล่อยให้คนเช่าบ้าน จนกระทั่งผู้เช่าขาดการติดต่อไม่จ่ายชำระเงินติดต่อกัน 4 เดือน เจ้าของบ้านจึงได้เข้าขอดูบ้านกลับถูกปฏิเสธ ต่อมาเจ้าของได้บอกเลิกสัญญาแล้วเข้าดูความเรียบร้อย และพบว่าบ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยกองขยะและทรัพย์สินส่วนตัวที่ผู้เช่าทิ้งเอาไว้

เจ้าของบ้านโพสต์เฟซบุ๊กเล่าประสบการณ์

วันที่ 3 ส.ค. 61 ที่หมู่บ้านสิราภมย์ บางบัวทอง ซอย 15 ซึ่งเป็นบ้านที่มีนางนุสรา คมกฤษ หรือนุช อายุ 47 ปี เป็นเจ้าของ โดยเจ้าของบ้านพร้อมครอบครัวต้องไปทำงานที่จังหวัดระยอง จึงได้ไปซื้อบ้านหลังใหม่ที่นั่น ส่วนบ้านหลังดังกล่าวได้เปิดให้คนอื่นเช่าอยู่อาศัย ตั้งแต่ปี 2554 ด้วยราคาค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาท มีเงื่อนไขที่ผู้เช่าต้องจ่ายค่าสาธารนูปโภคเอง กระทั่งนายจอนพร้อมด้วยครอบครัวมาเช่าอยู่อาศัย

โดยนางนุสรา เจ้าของบ้านนำทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี สำรวจบ้าน เมื่อเริ่มเข้าสู่ตัวบ้านจะพบว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ วางกองอยู่ ล้อยางรถยนต์เก่าอีกจำนวนหนึ่ง มีรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้านทะเบียนจอดอยู่ 1 คัน อีกทั้งภายใต้กองชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้ายังผสมรวมกับขยะพลาสติก กระถางต้นไม้ เป็นต้น

สภาพภายในบ้าน

สำหรับด้านในตัวบ้าน ภายในค่อนข้างมืด โดยพบว่ามีอุปกรณ์เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่วนใหญ่จะเห็นมีการดัดแปลงอุปกรณ์เหล่านั้นออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ และบนโต๊ะทำงานก็ยังมีประแจ ไขควง จำนวนมากวางอยู่ บริเวณถัดไปมีราวเสื้อผ้าและตะกร้าผ้า รวมทั้งของใช้ส่วนตัววางอยู่ปกติ ส่วนบริเวณพื้นก็จะพบกองขยะน้อยใหญ่วางอยู่ตามพื้น ทั้งถุง-ขวดพลาสติก เช่นเดียวกับตู้กระจกและห้องน้ำที่มีขยะอัดตามซอกต่างๆ

สภาพบันไดเชื่อมต่อชั้น 2

ส่วนกลางบ้านจะมีบันไดเชื่อมต่อชั้น 2 บริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยอุจจาระนกหรือค้างคาวเต็มอยู่บนพื้น เพราะตัวบ้านฝ้าเพดานถูกเปิดออกหลายจุด ทำให้มีสัตว์เข้ามาอยู่อาศัยในเวลากลางคืน ซึ่งด้านบนมี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แต่ก็ไม่ต่างจากสภาพด้านล่างเพราะยังคงมีสิ่งของส่วนตัวของคนเช่า ปะปนไปกับกองขยะ

สภาพห้องน้ำที่ถูกดัดแปลงเป็นครัว

นอกจากนี้ ห้องน้ำก็ถูกดัดแปลงเป็นครัวย่อมๆ อ่างอาบน้ำกลายเป็นที่วางถ้วยชาม บริเวณอ่างก็ยังเต็มไปด้วยขยะเหมือนเดิม ส่วนบริเวณห้องนอนก็จะเป็นสภาพเตียงผุพัง เต็มไปด้วยฝุ่น ผ้าม่านฉีกขาดและปลายเตียงมีโต๊ะอาหารขนาดเล็กพร้อมถ้วยชามวางอยู่

นางนุสรา คมกฤษ หรือนุช เจ้าของบ้าน

นางนุสรา คมกฤษ หรือนุช เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ตนเองได้ปล่อยบ้านให้คนอื่นเช่าตั้งแต่ปี 2554 และทุกครั้งผู้เช่าก็จะจ่ายตรงตามเวลาไม่ผิดสัญญา จนกระทั่งปีนี้ 2561 เมื่อเดือนมีนาคม ผู้เช่าซึ่งเป็นภรรยาของนายจอน โทรมาแจ้งว่าจะไม่เช่าบ้านแล้ว และกำลังจะย้ายของออก แต่เมื่อตนเองติดต่อกับคนเช่า ยังแจ้งว่า กำลังจะย้ายของออก หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อไป จนกระทั่งเวลาผ่านไป 4 เดือน นายจอนบอกว่า ได้หย่าร้างกับภรรยาแล้ว แต่ของทุกอย่างยังอยู่ในบ้าน ซึ่งขณะนั้นก็ไม่ชำระค่าเช่าแต่อย่างใด เมื่อตนเห็นว่าบ้านไม่มีคนเช่าแล้ว จึงขอเข้ามาดู แต่นายจอนบอกว่าของยังไม่ได้เก็บออกไปขอเวลาเก็บสักพัก แต่ส่วนตัวก็พยายามอยากจะเข้ามาดูบ้านว่าสภาพเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาดูได้เพราะยังไม่มีการบอกเลิกสัญญา อีกทั้งนายจอนได้บอกตนว่า หากเข้ามาเคลื่อนย้ายทรัพย์สินตอนนี้ถือว่ามีความผิดและตัวเองจะแจ้งตำรวจ ดังนั้นตัวเองจึงตัดสินใจส่งหนังสือและข้อความทางแชทไลน์เพื่อบอกเลิกสัญญา ก่อนเข้ามาดูตัวบ้านแล้วเจอสภาพดังที่เห็น

นางนุสรายอมรับว่าเมื่อเห็นสภาพบ้านก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าบ้านจะรกและเต็มไปด้วยขยะแบบนี้ ซึ่งส่วนตัวก็ยังรับไม่ได้ แต่เมื่อเข้ามาดูบ้านได้แล้วก็ยังไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายหรือเก็บกวาดอะไรได้อีก เพราะติดที่ข้อกฎหมาย เนื่องจากของภายในบ้านยังคงมีทรัพย์สินของนายจอนอยู่ แต่ส่วนตัวก็พยายามอยากจะหาตัวกลางเข้ามาเป็นคนแก้ไขถึงเรื่องนี้ และพยายามติดต่อกับผู้เช่า ให้เข้ามาดำเนินการเก็บของภายในบ้าน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อนายจอนได้ ตนเองยังมีความกังวลว่าจะทำอย่างไรกับของเหล่านี้ ซึ่งหากเข้าไปเคลื่อนย้ายก็กลัวว่าจะผิดกฏหมาย สิ่งที่เห็นใครจะตีมูลค่าให้ว่ามีมูลค่าเท่าไร และอะไรเรียกว่าทรัพย์สิน อะไรเรียกว่าขยะ

น.ส.เมย์ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

ด้าน น.ส.เมย์ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เล่าถึงความรู้สึกที่ก่อนหน้านี้เคยอยู่บ้านหลังติดกับบ้านเช่านายจอน แต่รับกับสภาพไม่ได้ จึงได้ขายบ้านและย้ายหนี พร้อมบอกว่า เวลาเดินทางผ่านไปมาหน้าบ้านหลังดังกล่าวจะได้กลิ่นเหม็น มีเสียงดัง บ้านนายจอนยังจอดรถกีดขวางบ้านคนอื่น เพื่อนบ้านหลายคนก็ทนไม่ได้ บางครั้งก็จะเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นออกมา บางทีก็ฉีดสเปรย์กำจัดยุงเหม็นทั้งซอย ซึ่งครั้งหนึ่งตนเองและเพื่อนบ้านเคยไปแจ้งตำรวจแล้ว แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะนายจอนมีลักษณะคล้ายกับผู้มีอิทธิพล

บรรยากาศชายคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยและมีปากเสียงกับเจ้าของบ้าน

อย่างไรก็ตามในขณะที่ นางนุสรานำทีมข่าวสำรวจบ้านนั้น ได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยและมีปากเสียงกับเจ้าของบ้าน อ้างว่าเป็นตัวแทนของนายจอน และไม่พอใจที่เจ้าของบ้านทำแบบนี้ แต่ก็ได้มีการเจรากัน และเปิดเผยข้อความสั้นๆว่า “นายจอนอนุญาตให้เจ้าของย้ายได้ แต่ให้เก็บของมีค่าเอาไว้ ห้ามทิ้ง” ซึ่งเจ้าของบ้าน ก็ยังไม่เชื่อตามที่ชายคนดังกล่าวบอก จึงอยากให้เจ้าตัวออกมาระบุให้ชัดเจนว่าจะให้ทำอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้นายจอนอ้างว่าหากมีการเคลื่อนย้ายจากแจ้งความดำเนินคดี นั้นเจ้าของบ้านจึงยังไม่กล้าที่จะเคลื่อนย้ายสิ่งของใดๆ

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เปิดเผยว่า ตามกฏหมายผู้ให้เช่าจะไม่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายนำเอาทรัพย์สินออกจากตัวอาคารได้ ไม่ว่าจะกรณีใด เพราะหากมีการเคลื่อนย้ายออกไปจากตัวบ้านหรือห้องเช่า ถือว่ามีความผิดอาญาในข้อหาลักทรัพทย์ทันที แต่ผู้ให้เช่ามีสิทธิ์ที่จะเข้าไปตรวจสอบความเสียหาย หรือสภาพห้องได้ตามสัญญา เพราะเป็นฐานะผู้ให้เช่า อีกทั้งสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันทีเมื่อคนเช่าผิดนัดไม่ชำระตามที่กำหนด หรือทำผิดเงื่อนไข

ทั้งนี้ หากเกิดกรณีผู้เช่าไม่สามารถติดต่อได้ หรือหายสาบสูญ เจ้าของจะต้องยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งจนถึงที่สุด ในการกำหนดหรือจัดการกับทรัพย์สินภายในบ้าน โดยหากทรัพย์สินมูลค่าน้อยกว่า 300,000 บาท ให้ติดต่อที่ศาลแขวงจังหวัดนั้นๆ แต่ถ้ามูลค่าทรัพย์สินมากกว่า 300,000 บาท ให้ยื่นต่อศาลจังหวัดในการมีคำสั่งดำเนินการกับทรัพย์สินเหล่านั้น

ทนายเกิดผล บอกด้วยว่า ในกรณีที่เจ้าของบ้านนำทรัพย์สินของผู้เช่าออกจากอาคารหรือห้องเช่า มีกรณีตัวอย่างให้เห็นหลายคำพิพากษา ที่เจ้าของมีความผิดในข้อหาลักทรัพย์ ดังนั้นหากเป็นไปได้เจ้าของจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมาย โดยเริ่มจากการบอกเลิกสัญญา ติดต่อกับผู้เช่าเจรจาเรื่องทรัพย์สิน และให้มีการเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้อง

keyboard_arrow_up