พ่อ “เบนซ์” ยันลูกไม่ใช่มือแทงเด็กอุเทนฯ ขนาดชายโดดตึกศาลยังเชื่อ – ฉะ “โจ้” รู้ดี กลับโยนบาป (คลิป)

จากกรณีที่ นายณัฐพงษ์ หรือโจ้ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวหลังศาลยกฟ้องตนในคดีแทงนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือ เต้ จนเสียชีวิต และในระหว่างการแถลงข่าว นายโจ้ได้ซัดทอดว่านายเบนซ์เป็นคนแทงนายธนิต เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) (อ่าน : แฟน “โจ้” อดีตจำเลย เล่านาทีคนแทงเด็กอุเทนฯ สารภาพเห็นจะจะ มือเปื้อนเลือด)

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับต้าร์ น้องชายของนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ ผู้เสียชีวิต

วันที่ 27 ก.ค. 61 นายต้าร์ น้องชายเต้ เผยเหตุที่ตนเชื่อว่าโจ้ เป็นคนแทงพี่ชาย เพราะ นายตง เพื่อนของเต้ เล่าให้ตนฟังตั้งแต่วันเกิดเหตุ ว่าเต้ ตบหน้าเบนซ์ และมีปัญหากัน จนเบนซ์ไปตามโจ้ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ให้มาช่วย พร้อมยืนยันว่าโจ้ แทงเต้จนเสียชีวิต ซึ่งขณะที่เล่า ตงร้องไห้ตลอดเวลา และดูไม่ได้โกหก ประกอบกับตงเป็นเพื่อนกับเต้ตั้งแต่เด็กน่าจะพูดความจริง ส่วนที่อีกฝ่ายอ้างว่าเบนซ์ บอกว่าเป็นคนแทงนั้น ตนไม่ทราบต้องไปถามจากทางเบนซ์ ซึ่งส่วนตัวก็เชื่อว่า อาจจะมีการโยนความผิดให้เบนซ์เพราะเห็นว่ายังเป็นเยาวชน ไม่ต้องรับโทษหนัก ซึ่งความจริงเป็นอย่างไร อยากให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้ง ตง ตี๋ โฟล์ค ฟลุ๊ค รวมถึงเบนซ์ ออกมาพูด ส่วนที่พ่อโฟล์ค อ้างลูกชายไม่เห็นเหตุการณ์ ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะโฟล์คไปกับเต้ รวมถึงมีข้อมูลมาว่า เจ้าตัวรู้จักกับโจ้ อดีตผู้ถูกกล่าวหา

นายไผ่ (นามสมมติ) พ่อของเบนซ์ ผู้ร่วมก่อเหตุ

ด้าน นายไผ่ (นามสมมติ) พ่อของเบนซ์ ผู้ร่วมก่อเหตุฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ในคดีของนายธนิต ทัฬหสุนทร เปิดเผยกับทีมข่าวว่า น้องเบนซ์ ยอมรับในชั้นศาลว่าตัวเองก่อเหตุลงมือทำร้ายนายเต้จริง เนื่องจากถูกนายเต้สอบถามว่า เรียนจบที่โรงเรียนแล้วจะต่อวิทยาลัยใด น้องเบนซ์ ตอบกลับไปว่าจะเรียนปทุมวัน ซึ่งเป็นโรงเรียนคู่อริกับนายเต้ ทำให้นายเต้ตบเข้ามาที่ใบหน้าลูกตน ลูกตนโมโหจึงเข้าไปต่อย ประกอบกับขณะนั้นทั้งกลุ่มมีการดื่มสุรากันจึงเกิดปากเสียงอย่างรุนแรง ภายหลังจากทะเลาะวิวาทเสร็จ ก็มีผู้ใหญ่คนหนึ่ง ตนไม่แน่ใจว่าชื่อแหม่มหรือไม่ เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ซึ่งลูกชายตนยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกโกรธ จึงเข้าไปตบ แต่ขณะที่เกิดเหตุแทงกัน ลูกชายตนไม่ทันเห็นว่าใครเป็นคนแทง แต่ยืนยันได้ว่าลูกชายตนไม่มีอาวุธ และก่อเหตุด้วยมือเปล่า

สำหรับการใช้สนับมือทำร้าย ตนยืนยันว่าลูกตนไม่มีอาวุธ และพยานแวดล้อมก็ยืนยันได้ว่าลูกตนไม่ได้ถืออาวุธทำร้ายร่างกายนายเต้ ลูกตนมีเพียงกุญแจรถจักรยานยนต์เพียงดอกเดียว ส่วนใครถืออาวุธมีดนั้น ตนไม่ทราบ

ส่วนเรื่องที่ลูกชายมือเปื้อนเลือด เป็นเพราะลูกตนไปต่อยหลังจากที่ผู้ตายถูกแทง ทำให้มีเลือดอยู่ด้านหลังคนตาย ส่งผลให้เลือดผู้ตายมาติดเสื้อลูกชายตน อีกทั้งกรณีที่แฟนสาวนายโจ้อ้างว่าลูกตนขอติดรถไปด้วยเพราะก่อเหตุแทงนายเต้มานั้นก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากลูกตนเอารถจักรยานยนต์ไปเอง แล้วจะไปขอกลับรถจักรยานยนต์อีกฝ่ายได้อย่างไร รวมถึงลูกชายไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมาตามลูกชายตนถึงที่บ้าน เพื่อไปให้ปากคำ

นายไผ่ ยังบอกด้วยว่า การที่นายโจ้และแฟนสาวออกมาแถลงข่าว ทำให้ตนรู้สึกว่าเขากำลังปรักปรำลูกตน ทั้งที่ครอบครัวตนเป็นครอบครัวหาเช้ากินค่ำ อีกทั้ง ลูกยังบอกว่าเพิ่งจะรู้จักกับกลุ่มนี้ในงานสงกรานต์ ส่วนจะรู้จักกับนายตง ผู้ป่วยวิกลจริตหรือไม่นั้น ตนก็ไม่แน่ใจ แต่คาดว่ามีการชักชวนไปเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยกัน

นายไผ่ ยอมรับว่า พอทราบข่าวนายศุภชัย กระโดดศาลอาญา ก็รู้สึกตกใจและรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา พ่อนายเต้เป็นคนที่เขียนบันทึกลำดับเหตุการณ์คดีนี้ทั้งหมด และเขาเชื่อว่าลูกชายตนไม่ใช่คนก่อเหตุแทงนายเต้

ทั้งนี้ ภายหลังจากคำพิพาษาในคดีลูกตน พ่อของเต้ ยังเข้ามาพูดกับลูกตนให้ตั้งใจเรียน และให้อภัยในสิ่งที่ลูกตนทำ อีกทั้ง ครอบครัวคู่กรณีมั่นใจว่าลูกชายตนไม่ใช่คนก่อเหตุ เพราะถ้าลูกตนทำก็ต้องมีหลักฐานจากคลิปกล้องวงจรปิด

อย่างไรก็ตาม หากในวันนี้จะมีการรื้อฟื้นคดีอีกครั้ง ครอบครัวตนก็พร้อม เพราะคำให้การมีเท่านี้ และลูกก็ได้รับการตัดสินให้บำเพ็ญประโยชน์ตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่ไม่ต้องจำคุก เนื่องจากเป็นเยาวชน ด้านความรู้สึกของน้องเบนซ์ ตนยอมรับว่าลูกชายก็ค่อนข้างเครียด และรู้สึกสำนึกผิด ซึ่งลูกยังบอกกับตนเลยว่าเขาไม่น่าไปเที่ยวสงกรานต์กับกลุ่มนี้เลย แต่เหตุที่ออกไปเที่ยวเพราะไปรับจ็อบเป็นเด็กเสิร์ฟย่านอาร์ซีเอในช่วงวันสงกรานต์

นายไผ่ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า การแถลงการณ์ของคู่กรณี ตนไม่ขอแสดงความเห็น แต่ความจริงก็คือความจริง ให้ฟ้าดินตัดสิน การโยนความผิดให้ผู้อื่นจะกลายเป็นตราบาปเสียเปล่า ตอนนี้ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะฝ่ายตนพร้อมที่จะให้มีการรื้อคดี และไม่มีการคิดหนีคดี

keyboard_arrow_up