“บุ๋ม ปนัดดา” ถาม ควรให้โอกาสผู้ร้ายฆ่าคนหลายคดี? ลั่น “แอมเนสตี้” หาทางแก้ไม่ใช่แค่ถือป้าย (คลิป)

หลังจากมีข่าวการประหารชีวิตนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี ในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ และใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขว้าง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่ เห็นด้วยกับโทษประหาร และเห็นด้วยกับสิทธิมนุษยชนในการมีชีวิต

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) พิธีกร นักแสดง

โดย “บุ๋ม ปนัดดา” พิธีกรและนักแสดง ผู้ทำงานงานจิตอาสาต่าง ๆ มาหลายปี ก็ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เช่นกัน ระบุว่า “เรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับนักโทษประหาร แล้วเหยื่อที่ตายล่ะ เขาไม่มีสิทธิ์ ในสิทธิมนุษยชนเหรอคะ”

ทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกระลอก ระหว่าง “บุ๋ม ปนัดดา” และ “กลุ่มแอมเนสตี้ ประเทศไทย” ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิมนุษยชน ให้ยกเลิกโทษประหาร

โพสต์ของปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) เรื่องโทษประหาร

โดยในวันนี้ (21 มิ.ย. 61) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้พูดคุยกับ “บุ๋ม ปนัดดา” เกี่ยวกับการโพสต์และการไลฟ์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดย “บุ๋ม” ได้บอกกับทีมข่าวว่า ตนชื่นชมการทำงานของแอมเนสตี้ แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากไม่ใช่เพียงมายืนถือป้าย แต่เข้าไปช่วยเหลือนักโทษให้กลับใจอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ที่ตนสนับสนุนโทษประหารก็เพราะอยากจะให้กฎหมายมีความชัดเจนและศักดิ์สิทธ์ คนจะได้ไม่กล้ากระทำความผิด และอยากให้ทุกคนลองคิดถึงงบประมาณในการดูแลนักโทษที่ตอนนี้มีปริมาณล้นเรือนจำ ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณในเรื่องนี้เท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่นักโทษเมื่อออกมาจากเรือนจำ ก็ยังคงกระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ตนไม่ได้พูดถึงการฆ่าคนแค่ครั้งเดียว แต่นักโทษบางคนเข้าออกเรือนจำ และได้รับการลดโทษเป็นว่าเล่น และเมื่อออกมาก็ยังคงก่อเหตุฆ่าผู้บริสุทธิ์อีก คนแบบนี้ควรจะได้รับโอกาสในสังคมจริงหรือ

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) พิธีกร นักแสดง ให้สัมภาษณ์

พูดถึงการแสดงความคิดเห็นและการไลฟ์เกี่ยวกับโทษประหาร?
“การที่ไลฟ์สด เชื่อไหมว่า 2 วันที่ผ่านมา บุ๋มโดนนักข่าวทุกสำนักโทรมาหมด ทำให้บุ๋มไม่สามารถทำงานได้ หรือใช้โทรศัพท์ได้เลย 2 วันนี้ ไม่ได้รับโทรศัพท์ใครเลย แต่จำเป็นต้องไลฟ์สด เนื่องจากเป็นประเด็นค้างต่อ และประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม ส่วนการไลฟ์สดเพื่อจะแสดงความคิดเห็นว่า บุ๋มชื่นชมทางแอมเนสตี้ ที่เขามีจุดยืนของเขาและแสดงจุดยืนของเขาอย่างชัดเจนว่า ต่อต่านโทษประหาร เพียงแต่บุ๋มเสนอแนะว่า การจะทำอะไร จะแสดงความคิดเห็นต้องทำให้เป็นรูปธรรม อย่างบุ๋มที่ลงมาช่วยปะเด็นทางสังคมตั้งแต่ปี 57 หลังจากนั้น บุ๋มก็ยังดูแลเหยื่อทุกคน ผู้เคราะห์ร้ายทุกคนจนถึงปัจจุบัน ยังติดต่อ ยังดูแลส่งเสีย เหมือนลูกสาว เราต้องดูแลสภาพจิตใจด้วย ถ้าแอมเนสตี้จะยกเลิกโทษประหาร คุณก็ต้องมาลงทุนหรือมาดูแลนักโทษตั้งแต่ในเรือนจำ จะดูแลยังไง การเป็นอยู่ มีงานรองรับไหมเมื่อออกจากคุก คุณรับเขาเข้าทำงาน ไม่ได้ประชดนะ การให้โอกาสอย่าเอาแต่พูด ต้องแสดงให้เห็น มันคือการแสดงมุมมองของการทำงานเพื่อสังคมเหมือนกัน แต่เพียงจุดยืนเราต่างกัน”

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) พิธีกร นักแสดง ให้สัมภาษณ์

อย่างที่เขาบอกว่าไม่มีใครสมควรต้องโดนโทษตาย แต่การแก้ปัญหาจริง ๆ คือการทำอย่างไรให้อาชญากรรมลดลง?
“ถ้าจะบอกว่ารัฐบาลทำอย่างไรก็ได้ให้อาชญากรรมลด ถ้ารัฐบาลทำได้เขาทำไปนานแล้ว นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาอยากจะทำก็ได้ และเขาก็คิดว่าอาจจะเหมาะกับนิสัยความรุนแรงของแต่ละสังคม ซึ่งบางครั้ง เช่น การเรียนเมืองนอกอาจจะไม่เหมาะกับเมืองไทย หรือวิธีการทำงานของเมืองนอก การตรงต่อเวลา มันก็ไม่ตรงกับเมืองไทย ต้องดูว่า คนในสังคมเป็นแบบไหน คนในสังคมพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่ต่างประเทศเขาทำกันมาหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อมก็ต้องปรับกันไป จู่ ๆ มาบอกให้รับเลย ฉันต่อต้านโทษประหาร ก็ไม่ใช่ ในเมื่อกฎหมายบ้านเราก็มีอยู่”

พี่บุ๋มเชื่อใช่ไหมว่า การมีโทษประหาร จะทำให้อาชญากรรมลดลง เหมือนเป็นการขู่คนที่คิดจะก่ออาชญากรรม?
“มันก็มีความเป็นไปได้ ด้วยความรู้สึก ด้วยความเห็นของเรา อย่างบุ๋มเอง ถามว่ามีโทษประหาร แล้วบุ๋มต้องกลัวไหม จะกลัวทำไม เช่น อย่างค้ายาบ้า จำคุกตลอดชีวิต ประหารชีวิต บุ๋มไม่กลัว เพราะบุ๋มไม่คิดจะทำ โทษอื่น ๆ ก็เหมือนกัน มีโทษประหารช่วยไหม ช่วยให้คนถอยลง กลัวมากขึ้น กฎหมายมีเพื่อความศักดิ์สิทธิ์เกิดความสงบในสังคม ถ้ากฎหมายอ่อนแอแล้วอ้างเรื่องแพะ ประหารแล้วเจอแพะ นั่นหมายถึงการสืบสวนสอบสวนมันไม่ดี คุณต้องจัดการที่คน จัดการที่กระบวนการ แต่ไม่ใช่มาทำให้กฎหมายอ่อนแอลงเพื่อมารองรับคนกลุ่มน้อย การปกครองไม่สามารถทำให้คน 100% แฮปปี้ได้ หรือพอใจได้ แต่เราจะทำอย่างไรที่ทำให้สังคมเดินต่อไปได้ และด้วยความปลอดภัยให้มากที่สุด คำว่ามากที่สุด ก็ต้องมีบางเปอร์เซ็นที่มันไม่ใช่ แต่เราต้องมองคนหมู่มาก”

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) พิธีกร นักแสดง

หลังจากไลฟ์เฟซบุ๊ก มีคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ผลเป็นยังไง?
“99% เห็นด้วย เพราะบุ๋มไม่ได้แอนตี้เขา แต่บุ๋มแนะนำวิธีว่าอยากให้แอมเนสตี้ทำอย่างไรกับการเดินต่อไปในการทำงานด้านนี้ บุ๋มทำมา 5 ปี บุ๋มสัมผัสมาเยอะ เข้าเรือนจำ ศึกษา ทำงานจริงจัง ดูแลเหยื่อจริงจัง พาเจอหมอบำบัดจิตใจ ทางเขาก็ต้องทำ ไม่ใช่แค่การถือป้ายประท้วง อาจจะไม่สามารถทำให้คนทั่วไปเห็นภาพได้ เป็นการเสนอแนะมากกว่า เลยไม่มีประเด็นขัดแย้งอะไรที่รุนแรงมากนัก เพียงแต่ว่า บุ๋มมองว่าคนบางคนจะเก็บไว้เพื่ออะไร ถ้าคุณเอาเงินตรงนั้นมาดูแลพวกเขา Fine ไม่ใช่เงินภาษีของฉัน ฉันทำงาน ฉันจ่ายภาษี เงินภาษีของฉัน ฉันจะเลือกที่จะไปดูแลอะไร อยากให้การศึกษา โรงพยาบาล คนยากจน คนที่เขาเป็นคนดีอยากมีชีวิตที่ดีในสังคมมากกว่า”

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) พิธีกร นักแสดง พูดถึงแอมเนสตี้

บก. ลายจุดบอกว่า ติดคุกตลอดชีวิตมันทรมานกว่าประหารให้ตาย?
“ใช่ การประหารให้ตาย เขาสบายเกินไป ฉีดยานอนหลับก่อนด้วยนะ ไม่รู้ด้วยว่าตาย เขาไม่ได้ทรมานอะไรเลย แต่การติดคุกตลอดชีวิตทรมานมากกว่า เหมือนที่บุ๋มคุยกับแม่น้องแก้ม แม่บอกก็ไม่ต้องการให้เกมโดนประหาร ตายง่ายไปกับสิ่งที่เขาทำ แต่นักโทษก็ล้นคุกแล้ว สิ่งที่เรากลัวคือก็ถ้าเกิดมีการลดโทษ มีวันสำคัญเกิดขึ้น แล้วสักวันหนึ่งเขาจะเดินกลับออกมาอีก ถามตัวเองว่าถ้าเขามาทำงานที่บ้านคุณ เขาโอเคไหม บุ๋มไม่โอเค แต่ถ้าแอมเนสตี้ ไม่ได้ประชดนะคะ คุยแบบแฟร์ ๆ ช่วยพิสูจน์ให้เราเห็นหน่อยว่าสามารถเปลี่ยนได้ กลับเนื้อกลับตัวได้ คุณรับเขาเข้าทำงาน คุณพัฒนาตัวเขา อย่าให้เขาเกิดความกดดันในสังคม คนรอบข้าง เขาได้รู้สึกว่าการให้โอกาสมีจริง ถ้าเขาเปลี่ยนตัวได้ ไม่แน่ เราอาจจะเปิดใจรับคุณก็ได้ เราก็ต้องเปิดใจเข้าหากัน และควรเป็นสังคมที่คุยกันมากกว่า”

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) พูดถึงการให้โอกาสนักโทษ

จากที่คุยกันมา กฎหมายที่รุนแรง นักโทษล้นคุก เลยทำให้พี่บุ๋มตัดสินใจว่าการประหารดีกว่า?
“บางคนได้รับโอกาสทางกฎหมายมาหลายครั้งแล้ว เขาไม่ได้ทำครั้งแรก สำหรับคนที่ไม่ได้ทำครั้งแรก ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างเกม วันชัย น้องแก้มคือรายที่ 3 อย่างคนบางคนก็ก่อคดีมาแล้ว 8 ครั้ง บางคนฆ่ามา แล้วจะให้เรามองเขายังไง ให้โอกาสกี่ครั้ง ก็ต้องมีการกำหนดที่ชัดเจนไหม ครั้งที่ 1 – 2 ยังพอเข้าใจ 3 อีก 4 เหรอ 8 ครั้งเหรอ แล้วเราจะอยู่กันยังไง ถ้าเรามัวแต่ให้โอกาส แล้วทำไมไม่เอาเงิน ค่าดูแลรักษา ค่ากินอยู่นักโทษ เป็นเงินเท่าไหร่ เงินเหล่านั้น เด็กได้เรียนหนังสือ ถ้าต้องเลือก ดิฉันเลือกเด็กให้เรียน ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ทำงานกันหนักมาก เห็นใจพี่ ๆ กลุ่มนี้ ไม่ได้มีความสุขกับการทำงานสักเท่าไหร่ ทำงานด้วยหน้าที่อย่างเต็มที่ นักโทษล้น ใช้คำว่าล้น ถามหน่อยว่าข้างใน ระบบการจัดการ บางคนออกมาหนักกว่าเดิม รู้วิชาดีกว่าเดิม ควรเคลียร์เรื่องนี้ไหม เรามีระบบบำบัดจิตใจเขาไหม บำบัดบุคลิกภาพ และบุ๋มเชื่อว่าประชาชนก็ไม่ได้โหดเหี้ยมอยากจะฆ่าทุกคน แต่คนบางคนที่ได้รับโอกาสทางกฎหมายแล้ว ทางสังคมแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่า และทำซ้ำแล้วซ้ำอีก เรารู้สึกว่าเราไม่อยากอยู่ด้วย แค่นั้นแหละ”

keyboard_arrow_up