‘บิ๊กป้อม’ เตรียมหารือพรรคการเมือง 25 มิ.ย.นี้! เมิน เพื่อไทย – อนาคตใหม่ไม่เข้าร่วม

รองนายกรัฐมนตรี เผยวันหารือพรรคการเมือง 25 มิถุนายนนี้ ไม่สนเพื่อไทย – อนาคตใหม่ไม่เข้าร่วม

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนตะโกนไล่นายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางเยือนประเทศอังกฤษว่า กลุ่มคนดังกล่าวมีจำนวนไม่กี่คน จะให้ทุกคนพอใจนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกันก็มีคนมาต้อนรับนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน แต่สื่อไม่พูดถึง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเข้าพูดคุยกับกลุ่มคนที่ต่อต้าน

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ส่วนการนัดหารือกับพรรคการเมือง เพื่อพูดคุยโรดแมปการเลือกตั้งและการปลดล็อคให้ทำกิจกรรมทางการเมืองว่า จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายนนี้ ที่สโมสรทหารบก แม้ว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมในการหารือครั้งนี้ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการพูดคุย เพราะต้องปฏิบัติตามกฏหมายของรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. พร้อมยืนยันว่าในการหารือนั้น จะไม่มีการตกลงเรื่องใด เพราะเป็นเพียงการพูดคุย เพื่อคลายล็อคและไม่ได้นำร่างสัญญาประชาคม เพื่อการปรองดองเข้าไปพูดคุย

ทั้งนี้หลังหารือกับพรรคการเมือง จะมีการเปิดเผยขอสรุปให้ประชาชนรับทราบ โดยให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะเป็นผู้ชี้แจงกับประชาชน ซึ่งการพูดคุยกับพรรคการเมืองนั้นจะมีขึ้น 2 รอบ คือ วันที่ 25 มิถุนายนนี้ โดยตนเองเป็นประธาน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

ส่วนอีกครั้งจะมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธาน โดยจะเกิดขึ้นหลังมีการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ในราชกิจจานุเบกษา ในเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น พลเอกประวิตรกล่าวว่า ต้องไปสอบถาม กกต. แต่ในฐานะที่ตนดูแลในด้านฝ่ายความมั่นคง ไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า จะเกิดก่อนหรือหลังการเลือกตั้งใหญ่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

นอกจากนี้พลเอกประวิตรยังไม่รู้สึกกังวลที่มีพรรคการเมืองเคลื่อนไหวนัดคุยนอกรอบ เชื่อว่าเป็นแค่การพูดคุยธรรมดาเพราะมีกฎหมายระบุไว้ชัดเจนแล้ว และไม่จำเป็นต้องกำชับ กกต.ให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.อยู่แล้ว

keyboard_arrow_up