ทีมชุดจับกุม ‘สุกิจ’ ยืนยันใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามกฎหมาย ไม่ได้กระทำเกินกว่าเหตุ

ทีมชุดจับกุม นายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ ยืนยันวิธีการเข้าจับกุมตัว ที่ทางนายสุกิจมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไปเป็นไปตามยุทธวิธีถูกต้องตามขั้นตอนไม่มี การใช้อาวุธ หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

หลังจากที่ กลุ่มสภาทนายความ ของนายสุกิจ พูนศรเกษม ออกมาเรียกร้อง เพราะเกิดความไม่สบายใจ ที่เห็นผู้ที่เป็นทนายความ ถูกกระทำที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน และพร้อมออกมาเรียกร้อง ให้ตรวจสอบวิธีการบุกจับกุมนายสุกิจ ของตำรวจกองปราบว่า วิธีการจับกดลงกับพื้น ไม่เหมาะสม ทั้งที่นายสุกิจ เป็นทนายความ การจับกุมดังกล่าวย่อมกระทบ ต่อวิชาชีพ ศักดิ์ศรีของทนายความ และความเป็นมนุษย์ที่จะต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และป.วิอาญา

ทัังนี้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมคดีดังกล่าว เปิดเผยถึงภารกิจการจับกุมว่า ก่อนที่จะมีการเข้าทำการจับกุมตัวนายสุกิจ  ได้มีการประชุมวางแผนเตรียมการกันมาเป็นอย่างดี เพราะทราบดีอยู่แล้วว่า ผู้ต้องหาที่จะถูกจับกุมนั้นเป็นทนายความมีความรู้ ด้านกฎหมายเป็นอย่างดี ซึ่งตอนแรกต้องการ จับกุมตัวแบบละมุนละม่อม เพราะรู้ดีว่าการจับกุมตัวทนายความรายนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องกลับ

ส่วนยุทธวิธีการเข้าจับกุมตัว ที่ทางนายสุกิจมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้น ตนยืนยันว่า ทุกอย่างที่ทำไปนั้น เป็นไปตามยุทธวิธีถูกต้องตามขั้นตอนไม่มีการใช้อาวุธ หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะปฏิบัติตามยุทธวิธีตามกฎหมาย ป.วิอาญา ที่ว่าด้วย บุคคลใดที่ขัดขวางหรือหลบหนีผู้จับสามารถใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์ อีกทั้งก่อนการจับกุมก็ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ได้รับทราบ พร้อมทั้งเชิญตัว ไปห้องสอบสวนเพื่อลงบันทึกการจับกุม และบันทึกประจำวัน

อันที่จริงหลังจากที่มีการแสดงหมายจับและอ่านข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่สามารถใส่กุญแจมือผู้ต้องหาได้เลย เพราะถือว่าอยู่ในขั้นตอนของการจับกุมตัวแล้ว แต่เรายังให้เกียรติไม่ใส่กุญแจมือให้เลย ในเวลานั้น

“แต่การกระทำของนายสุกิจ กลับไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เท่าที่ควร มีการสะบัดมือ ไม่ยอมเข้าไปในห้องสอบสวน จึงทำให้มีการจับกดลงพื้นเพื่อที่ใส่กุญแจมือ ซึ่งอันที่จริงตัวนายสุกิจมีความรู้ ด้านกฎหมายก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ และรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อถูกจับ อีกทั้ง คดีดังกล่าวนั้นมีอัตราโทษสูงจำคุกเกิน 20 ปี นายสุกิจจึงถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญ”

นอกจากนี้ กรณีที่ทางสภาทนายความออกมาบอกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่ให้เกียรติวิชาชีพ ทนายความ ซึ่งในส่วนนี้อยากชี้แจงว่า พวกคุณ เข้าใจกฎหมายทุกอย่าง อย่าพยายามสร้างบรรทัดฐานไปในทางที่ไม่ดี ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามกฎหมาย เมื่อผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องดำเนินการตามยุทธวิธีการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครใหญ่แค่ไหนก็ต้อง อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่ว่าใหญ่แล้วต้อง ให้เกียรติ ไม่อย่างนั้นสังคมจะเกิดความสับสน ต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย ส่วนกรณีที่มีกระแสว่านายสุกิจจะฟ้องกลับนั้น ฟ้องได้เลยทุกข้อหา เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงกระทำได้อยู่แล้ว และตนเองก็ไม่ได้เป็นกังวลเพราะทำตามหน้าที่และขั้นตอนกฎหมาย ทุกอย่าง ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาโกรธเคืองกันมาก่อนแต่อย่างใด.

keyboard_arrow_up