สิบล้อ ใจกล้า โทรสายตรง ผู้การฯทางหลวง แฉโดนเก็บส่วย ให้โอนเข้าบัญชี (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความระบุว่า ถูกนายตำรวจทางหลวงเรียกให้หยุดรถ ก่อนจะจดเลขบัญชีและเบอร์ติดต่อส่งมาให้ พร้อมกับบอกว่าให้โอนค่าปรับมาตามเลขบัญชีนี้ โดยในแผ่นกระดาษยังระบุชื่อด้วยว่า “หมวดวิทย์” ขณะเดียวกัน ด.ต.สุทธิรักษ์ ทองอุ่น หัวหน้าหน่วยบริการ ตำรวจทางหลวงมหาชัย ยืนยันว่าภาพที่แชร์ในโลกโซเชียลเป็นภาพตัดต่อ ล่าสุดทีมข่าวได้ไปพูดคุยกับผู้เสียหาย 2 ราย ต่างก็ระบุว่ามันไม่ถูกที่ทำแบบนี้ และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง (อ่าน: ตำรวจทางหลวงว่าไง? เหยื่อเปิดเสียง แฉ “หมวดวิทย์” ส่งเลขบัญชีโอนเงิน ยันไม่ใส่ร้าย)

รถตำรวจทางหลวงที่เป็นข่าว

ต่อมา ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางมาที่ป้อมตำรวจทางหลวงเอกชัย พบรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ จอดอยู่ภายในที่จอดรถ ซึ่งรถคันดังกล่าวปรากฎภาพถูกแชร์บนโลกออนไลน์ แต่ไม่มีใครอยู่ที่รถ ส่วนที่ป้อมตำรวจทางหลวง พบว่ามีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพียง 2 นายเท่านั้น เมื่อสอบถามว่ารู้จักนายวันชัย หรือ หมวดวิทย์หรือไม่ ตำรวจทั้ง 2 นายต่างก็บอกว่าไม่รู้จัก และที่ตู้ทางหลวงแห่งนี้ไม่มีนายตำรวจชื่อดังกล่าวเลย

นายชัย (นามสมมติ) ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว

ด้าน นายชัย (นามสมมติ) ผู้อ้างว่าได้รับเลขบัญชีธนาคารจากมือตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า วันนั้นเป็นวันพฤหัสบดี ที่ 14 มิ.ย. 61 เวลาประมาณ 16.00 น. ระหว่างที่ขับรถสิบล้อมาบนเส้นพระราม 2 ก็เห็นว่าตำรวจคุยกับรถสิบล้ออีกคันอยู่ ตนจึงขับมาเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งรถตำรวจขับตามหลังมาก่อนจะแซงขวา แล้วปาดซ้าย เพื่อโบกให้ตนจอด เมื่อตนจอดรถก็วิ่งไปหาตำรวจทั้ง 2 นาย โดยเดินไปคุยฝั่งข้างคนขับ ก่อนตำรวจจะถามว่าตนบรรทุกอะไรมา ตนก็ตอบว่าไม่มี จากนั้นทวงถามเรื่องเงิน 2,000 บาท และถามหาใบประกอบการ ตนก็บอกว่า “ไม่มี หัวหน้าพึ่งจับผมไปอาทิตย์ที่แล้ว ครั้งนี้ผมโดนอีกแล้วหรอ หัวหน้าจำผมไม่ได้หรอ” ทางตำรวจเหมือนจำได้ เลยก้มลงไปจดเลขบัญชีพร้อมเบอร์โทรศัพท์ และพูดว่า “ให้เวลา 2 วัน จะต้องรีบโอนเงินให้ ถ้าไม่โอนจะเล่นงานทันที” ตนจึงตอบกลับไปว่าถ้าเงินออกจะรีบโอนให้

ขณะเดียวกันตนสังเกตเห็นสมุดหนาๆ 2 เล่ม ภายในมือตำรวจคนที่คุยกับตน นายตำรวจคนดังกล่าวกำลังเปิดหาหมายเลขทะเบียนรถตน ถ้ามองด้วยตาเปล่าจะเห็นทะเบียนรถ 100 กว่าคัน แต่ละทะเบียนจะมีชื่อกำกับไว้ และเป็นเครื่องหมายถูก ก่อนจะตำรวจคนเดิมจะเงยหน้ามาบอกว่าตนยังไม่ได้เสียเงิน ตนจึงบอกว่าก็ยังไม่ได้เสีย เพราะเพิ่งจะโดนจับไปเอง หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป เมื่อตนขึ้นมาบนรถ พบว่าเด็กที่นั่งรถไปด้วยถ่ายภาพท้ายรถตำรวจเอาไว้ในโทรศัพท์ จากนั้นก็ขอเศษกระดาษที่มีเลขบัญชีไปถ่ายรูป และโพสต์ลงเฟซบุ๊ก แล้วบอกว่าถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กดีแล้ว หลายๆ คนจะได้ไม่เจอเหตุการณ์เช่นนี้

รูปถ่ายและโพสต์ต้นเรื่อง

จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะโดนจับกุมในเรื่องนี้ 2 ครั้งแล้ว ซ้ำยังถูกขู่ว่าถ้าไม่จ่ายเงิน จะเอาเรื่องขึ้นศาล ตนก็ขอร้องไปว่าอย่าทำแบบนี้ เพราะตนทำแค่อาชีพรับจ้างทั่วไป หาเช้า กินค่ำ อยากจะบอกว่าคนเราหาอยู่ หากิน ถ้ามีกินเหมือนคนอื่นเขา ก็คงไม่มารับจ้างแบบนี้หรอก และถ้ามีเงินก็อยากทำให้ถูกกฎหมายเช่นกัน

นายชัยโทรหารองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง

ขณะเดียวกันนายชัยได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง โดยนายชัยได้แนะนำตัวว่าเป็นคนที่ขับรถบรรทุก ก่อนที่พันตำรวจเอกเอกราชจะบอกว่า เดี๋ยวคงต้องนัดมาให้ถ้อยคำว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร เพื่อบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้นก็จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร โดยจะดำเนินการไปตามกฎหมาย ถ้าตำรวจผิดก็ลงโทษกันไป ก่อนจะนัดไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง นายชัยบอกว่า พึ่งมาวิ่งงานในกรุงเทพฯ จึงไม่รู้จักสถานที่ดังกล่าว ทางพันตำรวจเอกเอกราชจึงบอกไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว ส่วนวันเวลาค่อยนัดกันอีกครั้ง

พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว

จากนั้นนายชัยก็บอกว่าตนถูกจับเรื่องรถป้ายขาว ซึ่งผิดกฎหมาย และตนเอามาวิ่งงานรับจ้างทั่วไป ที่ไม่เปลี่ยนเป็นป้ายเหลืองเพราะยังไม่มีเงิน และเปลี่ยนทีก็ใช้เงินหลายหมื่น ด้านพันตำรวจเอกเอกราชบอกว่า งั้นมี 2 อย่างคือ การนำรถป้ายขาวมารับจ้างซึ่งผิดกฎหมาย ส่วนในเรื่องของตำรวจ ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด หากจะมีการยัดข้อหาก็คงไม่มี ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแน่นอน

keyboard_arrow_up