เปิดใจ ศึกชิงลูกโดดเกาะรถ วอนเข้าใจหัวอกแม่ – ฝ่ายพ่อ ติดกล้องรอบบ้านหวั่นโดนฉกคืน (คลิป)

จากกรณีมีการแผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์แย่งเด็กหญิงวัยขวบครึ่ง โดยในคลิปจะเห็นรถเก๋งขับมาปาดหน้า แล้วมีพี่ชายของแม่เด็กมาเคาะรอบรถให้เปิดประตู เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่บนถนนสายวัดท้องคุ้ง-วัดนาเขื่อน ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี และยังมีชายอีกคนคว้าก้อนหินทุบกระจกหน้ารถกระบะของปู่อีกด้วย ระหว่างนั้นคนที่อยู่ในรถต่างก็ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ รวมทั้งเด็กที่หวาดกลัวร้องไห้ จากนั้นปู่จึงตัดสินใจขับรถออกไป แต่พี่ชายแม่ได้กระโดดเกาะหน้ารถไปด้วยเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร

ภาพจากคลิปขณะนายโอ๋ ปีนรถ ทุบกระจกรถ ลุงของเด็ก

โดยระหว่างที่รถแล่นอยู่พี่ชายแม่ก็ทุบกระจกรถจนแตก กระจกด้านข้างคนขับแตกหลุดออกมาทั้งบาน ส่วนคนในรถปู่ต่างร้องตะโกนให้คนช่วยตลอดทาง และรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สุดท้ายปู่ตัดสินใจหยุดรถจุดที่มีชาวบ้านและกู้ภัย เมื่อตำรวจมาถึง ทั้งสองฝ่ายจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองชลบุรี

นางสาวอ้อ แม่ของเด็ก

ล่าสุด วันนี้ (18 มิ.ย. 61) นางสาวอ้อ แม่ของเด็ก บอกว่า ตนและพ่อของเด็กต้องการนัดเจอกันเวลา 13.00 น. เพื่อไปทำเรื่องหย่า แต่ฝ่ายพ่อเด็กไม่มาตามนัด จนกระทั่ง 14.00 น. พี่เลี้ยงของเด็กโทรศัพท์มาแจ้งว่า พ่อได้เข้าไปรับตัวเด็กออกไปแล้ว ตนได้โทรศัพท์บอกพี่ชายให้ตามไปดู ระหว่างทางพี่ชายตนได้เจอพ่อเด็ก จึงขับรถเบียดให้เขาจอดก่อนลงจากรถ แต่รถคันดังกล่าวพยายามขับเดินหน้า ถอยหลัง แล้วพยายามจะชนพี่ชาย ดังนั้นถ้าไม่กระโดดเกาะหน้ารถก็คงถูกรถทับไปแล้ว ตนถือว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องทำ พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งให้พี่ชายไปทุบรถแบบนั้น เพียงแค่ให้พี่ชายไปรับตัวเด็ก

นางสาวอ้อ บอกว่า ฝ่ายตนไม่ใช่เป็นคนที่เริ่มต้นก่อเหตุความรุนแรง น่าจะเป็นอีกฝั่งมากกว่า เพราะคนในรถได้หลุดพูดว่า “ขับชนไปเลย” ส่วนตัวสงสัยว่าเป็นการพยายามฆ่าหรือไม่ แต่ไม่แจ้งความกลับใดๆ ขอเพียงเคลียร์ปัญหาเรื่องหย่าจบลงได้ก็พอ และต้องตกลงกันให้ชัดว่าจะเลี้ยงดูเด็กอย่างไร พร้อมบอกว่าตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อพ่อเด็กได้เลย โทรศัพท์ก็บล็อกเบอร์ ไลน์ไปก็ยังไม่ตอบ

ตัวเองห่วงอนาคตของลูกว่า หลังจากพ่อแม่หย่าร้างกันแล้วจะส่งผลถึงตัวลูกๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่อยู่ยาวนานในโชเชียล วันหนึ่งเด็กโตขึ้นมา ก็อาจเห็นเหตุการณ์แล้วรับไม่ได้ และนางสาวอ้อยังกล่าวขอโทษสังคม ว่า ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แต่หัวอกของคนเป็นแม่เมื่อถึงจุดหนึ่งทำอะไรได้ก็ต้องทำ

โดยในวันนี้ ตนยังได้เดินทางไปที่ศาลเยาวชนจังหวัดชลบุรี เพื่อมาขอคำปรึกษาเรื่องการคุ้มครองและดูแลลูกฯ ว่าจะมีวิธีการดำเนินการปกครองอย่างไร แต่ยังไม่ตัดสินใจดำเนินเรื่องเพราะจะต้องใช้ขั้นตอนทางกฎหมายรวมถึงเอกสารที่ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร เจ้าหน้าที่ศาลให้คำปรึกษาว่าเบื้องต้นให้มีการเคลียร์ระหว่างคนสองคนให้จบก่อน

นายโอ๋ ชายปีนรถทุบกระจกรถในคลิป ให้ข้อมูลทีมข่าว

ด้าน นายโอ๋ ชายปีนรถทุบกระจกรถในคลิป และเป็นลุงของเด็ก เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนก็ลงจากรถไปขวางหน้ารถเพื่อไม่ให้ขับไปต่อได้ แต่คนในรถได้ถอยหลังเพื่อจะขับไปต่อ ตนเองจึงไปยืนขวางอีกครั้ง จนมีเสียงโดยคนในรถพูดขึ้นมาว่า “ขับชนไปเลย” ตามคลิป และคนขับก็ขับเข้ามาพุ่งมาชนจริงๆ จนบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า

นายโอ๋ เล่าต่อว่า จากนั้นตนก็เลยตัดสินใจกระโดดขึ้นไปที่หน้ารถ ตอนนั้นถ้าไม่ตัดสินใจกระโดดขึ้นไป ก็คงจะชนตนเองอย่างจังเช่นกัน และขณะที่เกาะอยู่หน้ารถ คนขับก็พยายามขับออกไปตัวไป พร้อมกับเบรกเป็นระยะๆ รวมถึงหักพวงมาลัยรถไปมา เพื่อให้ตนเองหล่นจากรถ ช่วงขณะนั้นตนเองก็ใช้มือเปล่าและหัวเขาทุบที่กระจกรถ แต่ไม่สามารถให้รถหยุดได้

จนกระทั่งพ่อของตัวเองขับผ่านมาแล้วมาขวางไม่ให้ไปต่อ แต่รถก็ยังพยายามขับต่อไปอีก ตนจึงหันไปเจอกับก้อนหินข้างทาง คว้ามาทุบกระจกรถฝั่งคนขับ เพื่อให้จอดรถลงมาคุยกัน โดยยืนยันว่าไม่ได้เจตนาให้โดนตัวเด็กหรือคนอื่นๆ เพราะทุบกระจกข้างคนขับและตรงด้านหน้าไม่ให้มองเห็น หรือขับต่อไปได้เท่านั้นเอง ตนเป็นคนที่มีความรู้เรื่องกระจกรถ จึงไม่กลัวว่าคนในรถจะเป็นอันตราย

นายโอ๋ ยังบอกว่า ไม่ตั้งใจให้เกิดเป็นประเด็นปัญหา เพราะต้องการเพียงพูดคุยเจรจากับทางพ่อของเด็กเท่านั้น โดยต้องการถามว่า จะเอาหลานไปทำไมถึงไม่บอก ทำไมถึงทำแบบนี้ ซึ่งครอบครัวไม่ได้กีดกัน ส่วนกรณีที่ว่า ไม่โทรก่อนก่อเหตุทุบกระจกรถ นายโอ๋บอกว่า ตนเองไม่มีเบอร์ติดต่อ จึงไม่รู้จะคุยอย่างไร เพราะคนที่มีเบอร์คือน้องสาวคนเดียว และการทุบกระจกก็ไม่ได้เตรียมการมาตั้งแต่แรก หากสังเกตคือตนเองไม่ได้ถืออาวุธหรือสิ่งของใดๆ ติดตัวมาเลย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้ออ้างของฝ่ายพ่อที่บอกว่า จะพาเด็กไปช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า ส่วนตัวมองว่า เส้นทางที่ขับไปไม่ใช่ทางหลัก ที่จะไปสู่ห้างฯ

แผลของนายโอ๋ ชายปีนรถทุบกระจกรถในคลิป

นายโอ๋ บอกต่อสังคมว่า สิ่งที่ทำไปคือ เพราะต้องการเพียงแค่หลาน เพราะตนเองเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ แต่ฝั่งพ่อกลับไม่เคยเลี้ยงดูเลย ฝั่งพ่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลานสาวใส่ผ้าอ้อมเบอร์อะไร กินนมยี่ห้ออะไร กินวันละกี่ครั้ง ครั้งละกี่ออนซ์ วัคซีนฉีดล่าสุดเมื่อไหร่ เขายังไม่รู้เลย และยอมรับว่าสิ่งที่ตนเองทำไปทำให้เด็กร้องด้วยอาการตกใจ พร้อมอยากให้สังคมเข้าใจสภาพความเป็นอยู่และปัญหาที่เกิดขึ้น ตนอยากให้เข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่บ้าง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวฝ่ายแม่เด็กไม่เคยปิดกั้นไม่ให้พ่อมาหา หรือโทรศัพท์ หรือวิดีโอคอลกับเด็กเลย แต่เป็นฝ่ายเขามากกว่าที่ไม่ยอมติดต่อมา ส่วนที่พาตัวเด็กไปและต้องการไปนำตัวคืนมาเพราะ พ่อเด็กไม่สามารถเลี้ยงเด็กได้ ยอมรับครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พ่อเด็กแอบมารับตัวเด็กไปโดยไม่บอกใคร และเคยทราบข่าวมาว่า พ่อเด็กเตรียมมาชิงตัวเด็กไปอยู่ด้วย

ขณะเดียวกัน เรื่องของคดีความก็ให้ว่าไปตามกฎหมายใครผิดใครถูก ส่วนค่าเสียหายจากการทำลายกระจกรถ ก็ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนของตำรวจเช่นเดียวกัน

บ้านของผู้เป็นพ่อเด็ก

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของผู้เป็นพ่อเด็ก โดยพบว่ามีเพียงน้อยชายของพ่อที่อาศัยอยู่เท่านั้น ซึ่งบ้านยังคงปิดเงียบ ไม่มีคนเดินเข้าออก น้องชายของพ่อเด็ก บอกว่า ตอนนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่ออกไปข้างนอกหมดแล้วหลังเกิดเรื่อง พร้อมยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ ส่วนเหตุการณ์อื่นๆ รวมถึงเรื่องส่วนตัวให้สอบถามกับเจ้าตัวเท่านั้น ตนเองเป็นคนนอกไม่ทราบ ส่วนเด็กวัยขวบครึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่กับพ่อ

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ขณะที่ทีมข่าวเดินทางมาที่หน้าบ้านพบว่าทางครอบครัวของฝ่ายพ่อเด็กได้ว่าจ้างให้บริษัทกล้องวงจรปิดมาติดตั้งกล้องเพิ่มจำนวนสี่ตัว จากการสอบถามกับน้องชายของพ่อเด็ก บอกว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครอบครัววันจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำและกลัวไม่ได้รับความปลอดภัยจึงมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดครั้งนี้

keyboard_arrow_up