หนุ่มได้รางวัลแมวทองคำ 10 ล. เผย 2 ปีเงินหมด ช็อกโดนภาษี 3.5 ล. ยันไม่หนีแต่ขอผ่อน (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ได้โพสต์เรื่องราวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า มีผู้ชายคนหนึ่ง ได้รับรางวัลจากจากบริษัท โออิชิ มูลค่า 10 ล้านบาท เมื่อปี 2559 แต่ไม่รู้ว่ารางวัลดังกล่าวถือเป็นรายได้อย่างหนึ่งซึ่งต้องเสียภาษี ผ่านไปราว 2 ปี จึงใช้เงินที่ได้มาทั้งหมด วันนี้มีหนังสือจากสรรพากรให้ชำระภาษีรายได้บุคคลธรรมดา จำนวนกว่า 3.5 ล้านบาท

นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล

ล่าสุดวันนี้ (5 มิ.ย.61) นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกเรียกเก็บภาษีจากรางวัล เปิดเผยว่า เมื่อประมาณปี 2559 ตนเป็น 1 ในผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลเป็นเงินสดและทองคำ มูลค่า 10 ล้านบาท จากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโออิชิ ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นตนดีใจมาก ทำอะไรไม่ถูก เมื่อถึงวันที่ไปรับเงินรางวัล ก็มีเจ้าหน้าที่พาไปเซ็นชื่อในใบเอกสารต่างๆ โดยขณะนั้นตนยอมรับว่า ตนไม่ได้อ่านรายละเอียดในเอกสารที่เซ็นไปมากนัก แต่พอรู้ว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายภาษี แต่ตนก็คิดว่าเป็นการหักภาษี ณ ที่จ่าย จึงไม่ได้กังวลอะไร และเมื่อเซ็นเอกสารเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็พาไปรับเงินรางวัล

นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล

โดยนายสุชาติ เปิดเผยอีกว่า ตนและครอบครัวเป็นคนจน หาเช้ากินค่ำ และมีภาระหนี้สินเยอะ เงินที่ได้มายอมรับว่านำไปใช้หนี้ พร้อมทั้งลงทุนในการทำมาหากิน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในครอบครัว ไม่ได้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย จนหมดภายใน 2 ปี โดยไม่ทราบมาก่อนว่าต้องมีการจ่ายภาษีใดๆ แต่เมื่อประมาณวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีหนังสือจากกรมสรรพากรพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ส่งมาถึงตน บอกว่าต้องเสียภาษีย้อนหลัง เนื่องจากเงินรางวัล 10 ล้านบาทที่ได้มาเมื่อปี 2559 นับเป็นรายได้ส่วนบุคคล และต้องเสียภาษีย้อนหลัง เป็นจำนวน 3,559,895 บาท ภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้

เอกสารการเรียกเก็บภาษี

นายสุชาติ ยอมรับว่า ทันทีที่เปิดอ่านหนังสือจากสรรพากร รู้สึกตกใจมาก และรีบไปค้นหาเอกสารที่เซ็นไว้ตอนรับเงินรางวัล เมื่อปี 2559 ซึ่งพออ่านรายละเอียด ก็พบว่าในเอกสารก็ได้มีการแจ้งว่าจะต้องชำระภาษีอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนั้น ตนไม่รู้จะต้องทำอย่างไรต่อไป จึงโทรศัพท์มาปรึกษาทนายเกิดผล เพื่อสอบถามข้อความรู้ทางกฎหมาย ไม่ได้คิดจะทำให้เป็นข่าวหรือเป็นกระแส ทั้งนี้ หากทางกรมสรรพากรจะให้จ่ายภาษีย้อนหลัง ตนก็ไม่มีปัญหา และไม่คิดจะหลบหนี แต่อยากให้วอนขอให้มีการผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน เพราะตนไม่มีปัญญาไปหามาจ่ายให้ครบภายในเวลา 1 เดือน แต่หากไม่สามารถผ่อนจ่ายได้ ตนก็คงต้องยอมที่จะติดคุกถูกดำเนินคดี

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

ด้าน นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เปิดเผยว่า อยากให้นำกรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่าง เพราะเงินไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใด ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่เข้ามาสู่เรา ดังนั้นเมื่อมีรายได้เข้ามา ตามกฎหมายก็ต้องเสียภาษี จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินของรายได้ จึงอยากฝากเตือนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเสียภาษี ดังนั้นเมื่อมีรายได้เข้ามาไม่ว่าจะวิธีใด หากเราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับภาษี ก็ควรที่จะหาผู้ที่มีความรู้ มาแนะนำในการดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วน จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ดังเช่นกรณีนี้ โดยในวันพรุ่งนี้ (6 มิ.ย. 61) นายสุชาติจะเดินทางมาพบกับตนเพื่อปรึกษา และหาทางออกให้กับเรื่องนี้ต่อไป

keyboard_arrow_up