“แม่แอ๋ม” ฉะ “เปรี้ยว” เย็นชา ไม่สำนึกฆ่าลูก – “เย” แฟนเก่า เผยเปรี้ยวกลัวสุด คุกตลอดชีวิต แต่ยิ้มออก ไม่โดนประหาร (คลิป)

วันนี้ (10 พ.ค. 61) ภายหลังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดฟังผลการพิจารณาคดีฆาตกรรม น.ส. วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม โดยพิพากษาจำคุก น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว กับ น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น ตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุก 34 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยอีก 3 คน มีโทษจำคุกต่างออกไป พร้อมให้ทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้ครอบครัวผู้ตาย 1,070,000 บาท ดอกเบี้ย 7.5% (อ่าน: จำคุกตลอดชีวิต! “เปรี้ยว-เอิร์น” สาวฆ่าหั่นศพ “แอ๋ม” – สั่งชดใช้นับล้าน)

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมพูดคุยในรายการต่างคนต่างคิด

ล่าสุด รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่แอ๋ม ผู้เสียชีวิต, น.ส.ประภาศิริ สมศรี พี่สาวของเปรี้ยว หนึ่งในผู้ต้องหา และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมพูดคุยในประเด็นดังกล่าว

โดยแม่ของแอ๋ม เปิดเผยว่า ก่อนฟังคำพิพากษาทุกคนในครอบครัวคาดหวังให้ได้รับโทษประหาร แต่ยอมรับว่าได้มีการเผื่อใจไว้แล้วด้วยว่าจะไม่ได้รับโทษถึงขั้นนั้น ซึ่งช่วงเกิดเรื่องใหม่ ๆ ตนก็อยากให้ผู้ต้องหาตายตกไปตามกัน แต่พอเวลาผ่านไปทำให้ตนคิดอะไรได้มากขึ้นว่า ถ้าเราคาดหวัง คนที่จากไปก็อาจจะเป็นทุกข์ ที่สุดจึงแล้วแต่ศาลพิจารณาเห็นสมควร ซึ่งผลวันนี้ยอมรับว่าพอใจเกิน 50 เปอร์เซ็นต์

นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่แอ๋ม ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ในรายการ

แม่ของแอ๋ม เล่าด้วยว่า วันนี้ภายหลังจากศาลพิจารณาคดีแล้ว ตนเดินเข้าไปหากลุ่มผู้ต้องหา ขณะที่พวกเขากำลังร้องไห้กอดกันกับครอบครัว โดยตนได้พูดไปว่า “สิ่งที่ทุกคนได้รับในวันนี้ ก็ขอให้แอ๋มพอใจ แม่ขออโหสิกรรมให้กับสิ่งที่ทำกับลูก” ซึ่งหลังจากพูดจบ เอิร์นกับแจ้ก็วิ่งเข้ามากอดตน พร้อมบอกว่าเสียใจและสำนึกทุกอย่าง เมื่อตนได้ฟังก็รู้สึกสบายใจ ส่วนเปรี้ยวก็ยังคงมองตนด้วยหางตา และมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม ตนไม่ได้โกรธเคืองเปรี้ยว และปล่อยวางได้นานแล้ว แม้เจ้าตัวยังคงยืนยันว่าไม่ได้ฆ่าลูกสาวตน แต่รู้สึกสงสารมากกว่า

“เขาไม่มีความเป็นคนอยู่ในสายเลือด แต่เราไม่ได้ไปโทษ ไปว่า ถ้าเขาจะเป็นอย่างนั้น ก็ปล่อยให้เป็นไปตามตัวเขา เดี๋ยวมันก็เผาผลาญตัวเขาไปในสักวัน” แม่ผู้เสียชีวิตกล่าว

ส่วนเรื่องเงินที่อีกฝ่ายต้องชดใช้นั้น ตนมองว่าเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ตัวเองต้องสูญเสียไป จะได้หรือไม่ ก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน อย่างไรก็ดี วันนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับครอบครัวของเปรี้ยว แต่เป็นครั้งแรกที่ตนได้เห็นแม่และพี่สาวเปรี้ยวร้องไห้ ตนเชื่อว่าวันนี้ ลูกก็ยังคงอยู่ใกล้ ๆ ตัว เพื่อรอฟังผลพิจารณาคดี ส่วนหลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ในรายการ

ด้านนายโกศลวัฒน์ ซึ่งวันนี้ได้อยู่ในห้องพิจารณาคดีด้วย เปิดเผยว่า ศาลได้ยกฟ้องคดีฆ่าโดยไตร่ตรอง และไปพิจารณาเรื่องการฆ่าโดยเจตนา เนื่องจากตามพยานหลักฐานในสำนวน โดยคดีนี้พบว่าไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นการลงมือ มีเพียงกลุ่มผู้ต้องหาเอง ดังนั้นจึงใช้พยานแวดล้อมประมาณ 20 ปาก และหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ จะเห็นว่า แม้จะไม่มีประจักษ์พยาน ศาลก็เอาผิดลงโทษได้

อีกทั้ง ในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพ แต่มาปฏิเสธในชั้นศาลว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย ไม่ได้ตั้งใจฆ่า ซึ่งเป็นสิทธิ์ของจำเลยที่จะให้การปฏิเสธเมื่อไรก็ได้ ซึ่งหากฝ่ายโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ส่วนฝ่ายจำเลยก็มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ และขอประกันตัวได้  ซึ่งดุลยพินิจของศาลจะมองพฤติกรรมเดิม ที่พบว่าเคยหลบหนีมาก่อน ประกอบการพิจารณาด้วย

เหตุผลที่วศินได้รับโทษน้อยสุด เพราะโดยเหตุการณ์แล้ว นายวศินถูกชวนให้มาขับรถ โดยไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ก็ยังขับรถให้เปรี้ยวต่อ จึงโดนข้อหาฐานสนับสนุน ซึ่งเป็นคำรับสารภาพขอนายวศินเอง

น.ส.ประภาศิริ สมศรี พี่สาวของเปรี้ยว ผู้ต้องหา ให้สัมภาษณ์ในรายการ

ขณะที่ พี่สาวของเปรี้ยว เปิดเผยด้วยว่า หลังศาลพิพากษา ตนได้เข้าไปกอดเปรี้ยว พร้อมบอกไปว่า “ออกมาแล้วเป็นคนใหม่นะ ทำตัวดีๆ นะ” เพียง 5 วินาทีก็ถูกเจ้าหน้าที่กันตัวออกไป ตนเห็นเปรี้ยวร้องไห้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าแม่ตัวเอง ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ สามารถเป็นตัวอย่างให้เยาวชนได้เลยว่า ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มันเกิด ผลสุดท้ายอย่างไรก็ได้รับโทษหนัก

วันนี้มีช่วงหนึ่งที่ยายของแอ๋มเดินผ่าน ตนก็ได้ยื่นไปจับมือ แล้วบอกว่า “ยาย ยิ้มแย้มด้วยกันนะเรา” ซึ่งยายก็บอกว่า “สบายๆ” ตนก็บอกกลับไปว่า ยายน่ารักเสมอเลยนะ แต่กับแม่นั้นตนไม่ได้คุยอะไรด้วย

อย่างไรก็ดี นายโกศลวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้มองคดีนี้เป็นตัวอย่าง อย่าให้อารมณ์เพียงชั่ววูบนำมาสู่เหตุร้ายแบบนี้ มีสติยั้งคิดยั้งทำ ไม่ยอมรับความรุนแรงทุกรูปแบบ การปล่อยให้เขาชนะ เราก็จะไม่แพ้

นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ อดีตคนสนิทเปรี้ยว

นอกจากนี้ นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ อดีตคนสนิทเปรี้ยว เล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนรู้จักเปรี้ยวก่อนเกิดเหตุฆ่าน้องแอ๋ม ช่วงระยะเวลาที่พูดคุยตนไม่เคยนัดเจอ เพียงคุยกันทางโทรศัพท์ ต่อมาเปรี้ยวได้ส่งคลิปสั้น 1 วินาทีมาให้ โดยเป็นคลิปที่เปรี้ยวนั่งอยู่ภายในรถ ตอนนั้นตนคิดว่าคงส่งผิด จากนั้นเปรี้ยวก็โทรศัพท์มาหาตน ถามว่าตนอยู่กรุงเทพฯ ไหม ตนก็ตอบไปว่าอยู่ ซึ่งเปรี้ยวก็บอกว่าจะมากรุงเทพฯ แต่ตนไม่ได้คุยหรือนัดเจอกัน

คลิปที่เปรี้ยว เคยส่งให้เสี่ยโป้

เสี่ยโป้ เล่าต่อว่า หลังจากที่เปรี้ยว ถูกดำเนินคดี ตนไม่ได้ติดตามข่าวสารจนมาวันนี้ที่ทราบว่าเปรี้ยวต้องถูกจำคุก รู้สึกว่าสมควรแล้วกับการที่เปรี้ยวฆ่าคน ซึ่งการพูดเช่นนี้ ไม่ได้เป็นการซ้ำเติมอีกฝ่ายแต่อย่างใด เพราะการจำคุก ทรมานกว่าโทษประหาร เนื่องจากต้องโดนจำกัดอิสระ ทำได้เพียงแค่รอวันเวลาที่จะออกจากเรือนจำ

ส่วนที่ทางญาติของผู้เสียชีวิต อยากให้อีกฝ่ายถูกประหารชีวิต ตนไม่ขอออกความคิดเห็น ซึ่งตนถือว่าเปรี้ยวได้รับผลกรรมของเขาแล้ว ซึ่งตนไม่คิดมาก่อนว่าผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ตนเคยพูดคุยจะทำพฤติกรรมเช่นนี้ แล้วถ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา อยากจะบอกว่า “ถ้าออกมาจากคุกแล้ว อย่าไปฆ่าใครอีก”

นายรณชิต รักษาชน หรือ “เย” อดีตคนรักของเปรี้ยว

ด้าน นายรณชิต รักษาชน หรือ “เย” อดีตคนรักของเปรี้ยว เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตนตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจเปรี้ยว ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น มาตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา โดยก่อนขึ้นศาล เปรี้ยวมีสีหน้าที่กังวล กลัวว่าจะถูกจำคุกตลอดชีวิต และกลัวว่าจะต้องโทษประหาร หลังจากศาลตัดสิน จำคุก 34 ปี 6 เดือน ตนได้มีโอกาสคุยกับเปรี้ยว และเปรี้ยวได้บอกกับตนว่า “ดูแลตัวเองดีๆ นะ ฝากความคิดถึง ถึงพ่อแม่ของเยด้วย ยังไงชีวิตก็ต้องสู้ต่อไป”

หลังจากพูดจบ เปรี้ยวก็ร้องไห้ ซึ่งก็ทำให้ตน รู้สึกเศร้าตามไปด้วยเช่นกัน โดยตนได้พูดปลอบใจเปรี้ยวไปว่า ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง ยังรักและคิดถึงเปรี้ยวอยู่ อยากให้เปรี้ยวพ้นโทษออกจากเรือนจำเร็วๆ อยากให้เปรี้ยวทำตัวใหม่ ขอให้เปรี้ยวทำความดีเยอะๆ จะได้ลดโทษลงบ้าง

ศาลคุมตัวผู้ต้องหา ฟังคำพิพากษาคดี

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่ตนออกมาโพสต์ภาพเปรี้ยวลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื่องจากคิดถึงและเพิ่งมารู้ว่า ช่วงที่คบกันปีที่แล้ว เปรี้ยวได้ซื้อกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ให้พ่อ พร้อมใส่เงินจำนวน 5,000 บาท ไว้ในนั้น ซึ่งตนเพิ่งมารู้เรื่องนี้ภายหลัง ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจในความดีของเปรี้ยว

เย บอกอีกว่า รู้สึกดีที่ได้คบกับเปรี้ยว เปรี้ยวเป็นคนนิสัยดี กตัญญูรักพ่อแม่ ทำงานได้เงินมาก็จะแบ่งเงินส่งให้ใช้ตลอด สำหรับอนาคต หากเปรี้ยวพ้นโทษออกมา ตนไม่แน่ใจว่าจะได้คบกันหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันตนมีแฟนใหม่แล้ว ซึ่งการเดินทางให้กำลังใจเปรี้ยว แฟนใหม่เข้าใจดี และไม่ได้โกรธหรือหึงหวงแต่อย่างใด ซึ่งความรู้สึกตอนนี้ เปรี้ยวก็เหมือนเพื่อนของตนคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ที่เปรี้ยวอยู่ในเรือนจำ ตนได้เขียนจดหมายไปหาหลายครั้ง ส่วนใหญ่จะให้กำลังใจกัน และจะคอยบอกว่าตนไปทำงานที่ไหนมาบ้าง

เย บอกด้วว่า หลังจากนี้จะหาเวลาไปเยี่ยมเปรี้ยว และจะเขียนจดหมายส่งไปเรือนจำ เพื่อให้กำลังใจเปรี้ยวเหมือนเดิม ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ดีใจที่เปรี้ยวไม่โดนประหารชีวิต แต่ก็เสียใจที่เปรี้ยวติดคุก ส่วนอนาคต อีก 30 กว่าปีข้างหน้า หากเปรี้ยวพ้นโทษ จะกลับมาคบกันหรือไม่นั้น ตนยังตอบไม่ได้ในตอนนี้

keyboard_arrow_up