บ้าบิ่นปัดเสนอตัวเป็นเมียครูแลกเงิน – พยานเด็ดแฉ “แผน” คลิปเสียง เป็นเพื่อนซี้ปรีชา (คลิป)

ความคืบหน้าคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท ที่ จ.กาญจนบุรี หลังจากมีกระแสข่าวที่ระบุว่า มีแม่ค้าบางรายเสนอตัว ขอเป็นภรรยาของข้าราชการนั้น โดยวันนี้ (7 พ.ค.) ทีมข่าวลงพื้นที่มายังตลาดนัดเรดซิตี้ จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าวกับ นางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น

รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าลอตเตอรี่

นางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ระบุว่า กระแสข่าวลือดังกล่าว ตนไม่คิดว่าเป็นตัวเอง เพราะตนไม่เคยคิดอยากจะมีสามี เพราะไม่อยากมีภาระ คนที่อ้างแบบนั้น สงสัยอยากจะมาเป็นสามีตน ตนอยากจะถามกลับว่า “ไหนบอกจะไม่มายุ่งในคดีหวย 30 ล้านบาท แล้วกลืนน้ำลายตัวเองทำไม” จากนั้นเจ๊บ้าบิ่น ก็ท่องบทสวดแผ่เมตตา แล้วกล่าว “สาธุ” พร้อมบอกว่า ตนไม่มีอะไรจะอโหสิกรรมให้ เพราะตนไม่ขอรับการอโหสิกรรม “กรรมใดใครก่อก็เป็นของคนนั้น คนที่มีแต่ไส้ห่อขี้ก็คงคิดได้แค่นั้น”

เจ๊บ้าบิ่น กล่าวต่อว่า คลิปเสียงนั้นอยากจะทำอะไรก็ทำ เอาที่สบายใจ ตนไม่โกรธหากจะปล่อยคลิปออกมา ตนมีอาชีพการงานต้องค้าขาย ส่วนใครว่างก็ทำไปเถอะ แต่ตนไม่เคยเสนอตัวว่าจะเป็นภรรยาใคร ส่วนจะเป็นการพูดล้อกันเล่นหรือไม่นั้น ยอมรับว่าต้องมีบ้าง เพราะเป็นลูกค้ากับแม่ค้า ส่วนใครจะเก็บคำพูดที่ล้อเล่นกันมาจริงจังก็เรื่องของเขา เขาคงว่าง “คันตรงไหนก็ไปเกาเอาเอง” ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ถูกโจมตี เพราะคนดีๆเขาก็คิดแต่เรื่องที่ดี ถ้าคนไม่ดีก็คิดสิ่งชั่วร้ายออกมา ส่วนที่จะหาว่าพวกแม่ค้า และครูปรีชา มโนกันไปเอง ตนยืนยันว่า หวยมันมีหลักฐาน มีที่มาที่ ไป ใครจะพูดอย่างไรก็ปล่อยเขาไป

ลุงส้ม (นามสมมติ) ผู้อ้างตัวเป็นพยาน

นอกจากนี้ ทีมข่าวเดินทางมาพูดคุยกับ ลุงส้ม (นามสมมติ) ซึ่งทีมข่าวได้นำคลิปเสียงคล้ายครูปรีชาให้ลุงส้มฟัง โดยลุงส้ม กล่าวว่า คนที่ชื่อแผนนั้น ในจ.กาญจนบุรี มีคนชื่อแผนถึง 5 คน หนึ่งในนั้นมีนายแผน ที่เป็นตำรวจแล้วย้ายไปทำงานอยู่ที่ราชบุรี, นายแผนขับรถสองแถว, นายแผนขับรถตู้ แต่คนที่ครูปรีชาสนิทคือนายแผนที่เป็นตำรวจ จ.ราชบุรี เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับครูปรีชา แต่บุคคลนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เสียงนายแผน ฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม อีกทั้งตนคิดว่าการที่อีกฝ่ายปล่อยคลิปออกมาเพราะเกรงว่าจะแพ้คดี จึงปล่อยคลิปออกมาเพื่อทำให้ประชาชนสับสน ซึ่งตนก็คิดว่าอีกฝ่ายแพ้อยู่แล้ว จึงเอาโซเชียลมาสนับสนุนตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตนยังยืนยันว่าตัวเองสามารถไปเป็นพยานได้ หากมีหมายเรียกก็จะไป ในฐานะพยานที่เห็นว่าในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 เกิดอะไรขึ้น

keyboard_arrow_up