เจ้าของบ้านโต้ ผู้เช่าแฉภาพที่พักไม่ตรงปก สคบ.ตรวจยันโครงยังดี – เหยื่อยันเจอสภาพพัง (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้ใช้เซฟบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายลงในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ตนและครอบครัวซึ่งมีเด็กและผู้สูงวัยเดินทางไปด้วย โดยได้จองบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยบ้านพักหลังดังกล่าวมี 2ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 1 คัน ตกลงเช่าบ้านผ่านทางเอเจนซี่ในราคา 9,000 บาท รวมค่ามัดจำอีก 3,000 บาท รวมเป็น 12,000 บาท

ข้อความที่ผู้เสียหายโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

แต่สิ่งที่ได้กลับกลายเป็นบ้านพักที่ไม่ได้เป็นไปตามภาพโฆษณา สภาพเครื่องนอนมีกลิ่นเหม็นเหมือนไม่ได้ซัก ห้องน้ำใช้เชือกผูกแทนราวตากผ้า ชักโครกชำรุด แชมพู ยาสระผมไม่มีบริการ เครื่องครัวเก่าและสกปรก สภาพรอบบ้านมีแต่ขยะ และน้ำในห้องน้ำยังมีสีดำ ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาพที่มีหารโฆษณาในอินเตอร์เน็ต

นายเอ ผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์

วันนี้ ( 2 พ.ค.) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายเอ (นามสมมุติ ) ผู้เสียหายที่จองบ้านพักหลังดังกล่าว ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการที่มีคนรู้จักได้แนะนำเอเจนซี่ให้ โดยให้จองผ่านทางเอเจนซี่ เพราะเห็นว่าตนต้องการไปพักผ่อนกับครอบครัว โดยทางเอเจนซี่ได้ให้ข้อมูลต่างๆผ่านทางไลน์ ทั้งรูปภาพจากหน้าเฟซบุ๊กบ้านพัก รวมถึงรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่ามัดจำ โดยกำหนดเข้าพักเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน ซึ่งจะเข้าพักในวันที่ 28-29 เม.ย.61 แล้วจะเช็คเอ้าท์ออกในวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา

คุณเอ เล่าต่อว่า หลังจากที่ได้ทำการจองที่พักผ่านเอเจนซี่ โดยไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านพักโดยตรง จากนั้นตนได้เดินทางไปเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา โดนเดินทางไปด้วยกัน 16 คน เมื่อเดินทางไปถึงก็รู้สึกตกใจ เพราะสภาพบ้านไม่ตรงกับในภาพในเพจเฟซบุ๊ก ตนจึงได้สอบถามกับคนที่ดูแลบ้านว่าจะขอย้ายออกในคืนนั้นได้หรือไม่ แต่ด้วยขณะนั้นฝนตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับคนในครอบครัวตนมีทั้งเด็กและคนชรา เลยขอเจรจากับทางบ้านพัก โดยต่อรองให้ลดค่าห้องลงครึ่งหนึ่งได้หรือไม่ เนื่องจากสภาพบ้านไม่ตรงกับภาพถ่ายและไม่สมกับราคา โดยจะขอจ่ายเพียง 4,000 บาท

นายเอ พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ซึ่งทางเจ้าของบ้านพัก ได้แจ้งผ่านมาทางคนดูแลบ้านว่า ต้องให้จ่าย 4,500 บาท เท่านั้น ซึ่งเป็นการลดให้ครึ่งหนึ่งของราคาบ้านพักแล้ว โดยราคาบ้านพักแห่งนี้เดิมจะอยู่ที่ราคา 9,000 บาท และจ่ายมัดจำไป 60% เท่ากับต้องจ่ายที่ 5,400 บาท แล้วมาเก็บส่วนที่เหลือตอนเข้ามาพักอีก 3,600 บาท จากนั้นก็เก็บค่าประกันค่าเสียหายอีก 3,000 บาท รวมเบ็ดเสร็จจ่ายตนจ่ายเงินไป 12,000 บาท

ซึ่งคืนนั้นตนก็ยอมจ่ายค่าห้องไปเป็นจำนวน 4,500 บาท เพราะทางเจ้าของบ้านพักไม่ยอม นอกจากนี้อุปกรณ์ต่างๆก็ชำรุดเสียหาย เช่น ราวตากผ้าในห้องน้ำใช้เชือกฟางยึดติดกับผนัง สภาพในห้องครัว มีคราบสกปรก ขณะที่สระว่ายน้ำ มีไฟหลุดออกมา หากลงไปเล่นน้ำแล้วเกิดไฟช็อตจะทำอย่างไร และบริเวณโดยรอบบ้าน พบว่ามีสัตว์มีพิษ เช่นตะขาบ อยู่ด้วย โดยน้าชายของตนยังถูกแตนต่อยเพราะในบ้านพักมีรังแตนอยู่ด้วย

ภาพที่ผู้เสียหายโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

จากนั้นในวันรุ่งขึ้น ตนได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าของบ้านพักแต่โทรไม่ติด จึงได้โทรศัพท์ไปหาเอเจนซี่ เพื่อขอเงิน 7,500 บาท ซึ่งประกอบไปด้วย เงินค่าประกัน 3,000 บาท ค่าห้องที่ลดให้ครึ่งหนึ่ง 4,500 บาท จากนั้นทางเอเจนซี่ ได้ทำการประสานเจ้าของบ้านพักให้ โดยทราบว่าทางเจ้าของบ้านพยายามเฉไฉ ไม่อยากคืนเงินให้

นอกจากนี้ตนยังได้ฝากเอเจนซี่ ถามไปยังเจ้าของบ้านว่าเหตุใดภาพที่นำมาโพสต์ไว้ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งได้รับคำตอบว่า เป็นภาพถ่ายตอนที่เพิ่งสร้างบ้านพักเสร็จใหม่ๆ ซึ่งตนมองว่าเป็นการตอบแบบกำปั้นทุบดิน และทางเจ้าของบ้านพัก ก็ไม่ยอมรับสายเพื่อพูดคุยกับตน แล้วกลับโยนให้คุยกับเอเจนซี่เอง คล้ายกับจะโยนความผิดให้กับเอเจนซี่รับผิดชอบทั้งหมด โดยทางเจ้าของบ้านพักยังระบุอีกว่า เขามีหน้าที่รับส่วนแบ่ง 5,000 บาท จากเอเจนซี่เท่านั้น อย่างไรก็ตามคุณเอ ได้เปิดเผยข้อมูลที่คุยกันกับทางเอเจนซี่ให้ทีมข่าวดู ซึี่งเป็นข้อความทางแชทไลน์ โดยในการสนทนาดังกล่าว เป็นการพูดคุยตกลงกันในเรื่องค่าที่พัก รวมถึงสลิปการโอนเงินค่ามัดจำบ้านพักเป็นเงิน 5,400 บาท

สภาพเครื่องใช้ภายในบ้านเช่าหลังดังกล่าว

นอกจากนี้คุณเอ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวต่อว่า บ้านพักหลังดังกล่าวมีสภาพเก่ามาก ขนาดที่น้ำในห้องน้ำยังใช้อาบไม่ได้เนื่องจากมีสีดำคล้ายมีโคลนผสมอยู่ ซึ่งครอบครัวของตนต้องมาอาบน้ำที่ อ.ชะอำ โดยต้องขับรถเป็นระยะทางไกลเพื่อไปกลับเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร

โดยตนได้เช็คเอ้าท์ออกจากบ้านหลังดังกล่าวในเวลา 07.00 น. ของวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยตนได้ประสานไปยังเจ้าของบ้านผ่านเอเจนซี่ว่าให้โอนเงินคืนภายใน 10 นาที พร้อมกับบอกไปว่าหากตนไม่ได้รับเงินคืน ตนจะดำเนินคดีเพราะถือว่าถูกเอาเปรียบ หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที ตนก็ได้รับเงินคืน 7,500 บาท หลังเกิดเรื่องตนก็ไม่ได้ติด ต่อกับเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวอีก

คุณเอ ยังกล่าวถึงจุดประสงค์ที่โพสต์เรื่องราว เพื่อไม่อยากให้คนที่ีทำธุรกิจเอาเปรียบคน เหมือนเป็นหลุมดำที่แฝงอยู่ในวงการแหล่งท่องเที่ยว เพราะจะทำให้ดูแย่และไม่น่าเชื่อถือ จึงอยากฝากให้ทาง สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบให้เด็ดขาด

นายยุทธ (นามสมมติ) ผู้เสียหายอีกราย

ด้าน นายยุทธ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งครอบครัว ที่ได้เข้าไปเช่าบ้านพักหลังดังกล่าว ในวันที่ 12 – 13 เมษยายน ที่ผ่านมา นายยุทธ กล่าวว่า ตนได้ติดต่อเพื่อหาที่พักจากเพจๆหนึ่ง โดยได้ตกลงราคาที่ 9,000 บาท ซึ่งทางเจ้าของได้ลดให้เหลือ 4,500 เพราะเหลือบ้านเป็นหลังสุดท้าย เลยตกลงในราคานี้ เพราะเห็นว่าราคาถูก

แต่เมื่อไปถึง ก็ได้เจอกับสภาพที่ไม่เหมือนกับภาพในเพจ เพราะมีความเสียหายเยอะมาก และมีสภาพเก่า ทั้งราวตากผ้าเป็นเชือกฟาง ชักโครกชำรุดกดไม่ได้ สภาพในบ้านก็สกปรก ไม่เหมือนกับภาพที่ลงไว้แม้แต่อย่างเดียว

ตนจึงสอบถามผู้ดูแลบ้าน แต่ไม่ได้รับคำตอบเพราะเขารีบมาเปิดประตูให้แล้วก็รีบกลับออกไป ไม่ได้มาดูลายละเอียดห้องว่าเป็นอย่างไร อีกทั้งตนยังโดนตัวต่อต่อยอีกด้วย

ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแค่อยากจะได้เงินค่าที่พักคืนเท่านั้น และอยากจะฝากให้ทางเจ้าของบ้านเช่า ปรับปรุงสถานที่ให้เหมือนกับที่ได้โพสต์ไว้ในเพจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงผู้เช่า เหมือนที่ตนได้เจอมา คิดว่าวันหยุดจะได้เที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวอย่างมีความสุข แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เสียความรู้สึกมาก ส่วนตัวคิดว่าอาจจะต้องมีการไปร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพื่อให้มีการตรวจสอบ และไม่ให้เป็นแบบอย่างต่อไป

ภาพที่ถูกนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

ด้าน คุณเอมี่ เจ้าของบ้านพักหลังดังกล่าว เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้เดินทางมายังบ้านพักที่หัวหิน ซึ่งวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากเทศบาล และเจ้าหน้าที่ สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักหลังดังกล่าวแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บรายละเอียดทั้งหมดของตัวบ้าน ซึ่งพบว่าโครงสร้างตัวบ้านยังคงแข็งแรงดี และอีกอย่างเมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาทำการตรวจสอบต่างบอกว่าไม่ได้มีสภาพแย่เหมือนกับที่แชร์ในโลกโซเชี่ยล แต่อย่างใด

คุณเอมี่ เล่าว่า กรณีที่เกิดขึ้นทางเอเจนซี่ได้ประสานกับทางลูกค้าโดยตรง ซึ่งตนไม่ทราบราคาที่ตกลงกันเพราะตนแจ้งราคาบ้านพักที่ 5,000 บาท เป็นบ้านหลังเดี่ยว มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ อีกทั้งทางลูกค้าก็ไม่ได้แจ้งจำนวนที่เข้าพักว่ามีถึง 16 คน เพราะตนทราบดีว่าบ้านพักที่เปิดให้เช่ารองรับคนได้เต็มที่ประมาณ 12 คน เท่านั้น จึงอาจจะทำให้เรื่องน้ำประปาที่ต้องปั้มมาใส่เพิ่มเกิดปั้มไม่ทัน ประกอบกับก่อนที่ลูกค้ารายนี้พร้อมครอบครัวจะเดินทางเข้าพัก บ้านหลังดังกล่าวก็ติดลูกค้าอีกกรุ๊ปหนึ่ง ที่เพิ่งเช็คเอ้าท์ออกช่วงบ่าย ก่อนที่ลูกค้ารายนี้จะเข้ามาช่วงค่ำ

เมื่อมาถึงทางลูกค้าก็อยากจะขอเปลี่ยนที่พัก ตนก็ได้แจ้งว่าได้เตรียมจะหาที่ใหม่ให้ แต่เนื่องด้วยทางลูกค้าเปลี่ยนใจ เพราะเห็นว่าค่ำมืดแล้วอีกทั้งมีเด็กและคนชรามาด้วย จากนั้นก็มีการต่อรองราคาลดลงครึ่งหนึ่ง จากเอเจนซี่ที่ขายไปที่ 9,000 บาท ก็เหลือ 4,500 บาท ซึ่งตนก็ได้ลดให้ หลังจากนั้นลูกค้าจะขอจ่าย 4,000 บาท ตนจึงบอกว่าลดให้ไม่ได้ เพราะเมื่อเข้าพักก็ย่อมมีค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ในห้องมีแอร์ 3 เครื่อง และยังมีค่าแรงแม่บ้านอีก ตนจึงยืนยันที่ราคา 4,500 บาท

อย่างไรก็ตาม คุณเอมี่ เผยอีกว่า หากตนขายบ้านพักเองก็จะกำหนดราคาตามสภาพบ้านอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ผ่านเอเจนซี่จึงอาจทำให้ราคาแพงไม่สมกับสภาพบ้าน ยอมรับว่าบ้านเช่าเปิดมาระยะหนึ่งแล้วไม่ใช่บ้านใหม่ ภาพก็อาจจะไม่ได้สวยเช่นในเพจ แต่ยืนยันว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเหมือนอย่างที่โพสต์เอาไว้ หลังลูกค้าเช็คเอ้าท์ก็ได้คืนเงินให้ครบทั้งหมด พร้อมได้ส่งข้อความไปขอโทษไปลูกค้าแล้ว และตนยังได้บอกว่าหากมาอีกครั้งหน้า พร้อมจะลดราคาให้เป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าทางผู้เช่าจะนำภาพถ่ายที่โฟกัสเฉพาะจุดไปลงในโซเชียล

นอกจากนี้ คุณเอมี่ กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ปรึกษาทนายความแล้ว เพราะไม่ทราบว่าฝ่ายลูกค้าจะดำเนินการอะไรกับตนในเรื่องนี้หรือไม่ จึงไม่อยากจะให้สัมภาษณ์ออกสื่อเพราะเกรงว่าอาจจะส่งผลเสียหายหากต้องมีคดีความเกิดขึ้น

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ให้สัมภาษณ์

ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ต้องดูพฤติการณ์ของเจ้าของบ้านพัก ว่ามีเจตนาในการปรับแต่งรูปของห้องพักหรือไม่ หรือเขาให้บริการแบบนั้นจริงแต่ผู้บริโภคเข้าไปถึงแล้ว ข้อมูลที่เสนอไม่ตรงกับภาพในอินเตอร์เน็ต แล้วลูกค้าขอเงินค่าบริการคืน ถ้าเจ้าของบ้านเช่าไม่ให้คืนก็จะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีความตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 อนุ 1 ระบุว่า ผู้ใดนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่คอมพิวเตอร์โดยประการใดที่ผู้คนเข้าถึงได้ ซึ่งในมาตรานี้จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งถือเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้

ส่วนของผู้เสียหายนั้น สามารถดำเนินการได้ 2 วิธี คือ 1. แจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ ที่ได้มีการโอนเงินการมัดจำครั้งแรกว่าบัญชีที่โอนอยู่ในพื้นที่ไหน 2. สามารถเข้าแจ้งกับ สคบ.ได้โดยตรง ในข้อหา นำเสนอข้อมูลเท็จ

keyboard_arrow_up