จำคุกนักธุรกิจดัง จ.กระบี่ 3 ปี 6 เดือน หลังบุกรุกเกาะปอดะ มูลค่ากนับพันล้าน!

จากกรณีข้อพิพาทคดีเกาะปอดะ เริ่มมีคดีความตั้งแต่ ปี 2528 ที่กรมอุทยานฯ ฟ้องนายชวน ภูเก้าล้วน นักธุรกิจชื่อดัง จ.กระบี่  ว่าเอกสาร นส.3 ก รวมพื้นที่ 71 ไร่ บนเกาะปอดะออกโดยมิชอบ ต่อมา ปี 2554 ศาลฎีกาตัดสินให้นายชวน แพ้คดีบังคับ คดีให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากเกาะ ต่อมา ปี 2558 นายชวน ได้ฟ้องคดีแพ่งกรมอุทยานฯ และให้รื้อสิ่งปลูกสร้างที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานเกาะปอดะออกจากเกาะ และมีการเรียกค่าเสียหาย โดยอ้างว่าเอกสาร สค.1 เลขที่ 1 ว่ามีการครอบครองมาก่อน ต่อมาเดือนกรกฎาคม 2560 ศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้นายชวนชนะคดี และกรมอุทยานฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560

ป้ายประกาศกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ของนายชวน ภูเก้าล้วน

วันนี้ (1 พ.ค.) ศาลจังหวัดกระบี่ ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฟ้องนายชวน ภูเก้าล้วน นักธุรกิจชื่อดัง จ.กระบี่ คดีบุกรุกสร้างรั้วลวดหนามที่เกาะปอดะ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เมื่อปี 2559 ล่าสุดศาลจึงตัดสินจำคุกนายชวน 3 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งนายชวนได้ยื่นประกันตัวด้วยวงเงิน 2 แสนบาท ก่อนเตรียมยื่นฎีกาเพื่อจะสู้คดีต่อไป

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่เกาะปอดะ ที่เกิดข้อพิพาท

ขณะที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า หลังจากคณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และแผนที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่เกาะปอดะ เพื่อหาหลักฐานใหม่กรณีพิพาทระหว่างเอกชนกับกรมอุทยานฯ พบว่า กรณีที่นายชวน อ้างว่าได้ทำประโยชน์บนเกาะปอดะเมื่อปี พ.ศ. 2495 โดยมีหลักฐาน สค.1 เลขที่ 1 ใช้ยืนยันในการทำประโยชน์ แต่เมื่อผู้เชี่ยวชาญจากดีเอสไอตรวจสอบ จากการแปรภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ออก สค.1 เลขที่ 1 พบว่า สภาพพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์

นักวิชาการจากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมส่งเสริมการเกษตร ตรวจสอบอายุของต้นมะพร้าว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบอายุของต้นมะพร้าว ของนักวิชาการจากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมส่งเสริมการเกษตร พบว่า มีอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งน้อยกว่าที่เอกชนอ้างว่าปลูกมากว่า 65 ปี เป็นข้อมูลของกรมอุทยานฯ ที่ใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์คดีนี้แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขอศาลอุทธรณ์

แผนที่เกาะปอดะ

ทั้งนี้ ยังพบเอกสารครอบครองสิทธิ์ที่ดิน สค.1 หมายเลข 2 ฉบับจริง ซึ่งเคยถูกคัดสำเนาไปใช้ขอยื่นออก นส.3 บนเกาะปอดะ และศาลฎีกาพิพากษาแล้วเมื่อปี 2554 ว่า สค.1 ฉบับดังกล่าว ขอออกโฉนดไม่ตรงกับแปลง คือไม่ใช่ที่ดินบนเกาะปอดะ และขณะนี้ สค.1 หมายเลข 2 ฉบับเดียวกันนี้ที่เป็นฉบับจริง กำลังถูกขอออกโฉนดที่พื้นที่บนฝั่งที่อ่าวไร่เลย์ หาก สค.1 เลขที่ 2 ฉบับนี้ อยู่อ่าวไร่เลย์จริง ก็เป็นไปได้ว่า สค.1 เลขที่ 1 ซึ่งกำลังพิพาทกับกรมอุทยานฯ ที่เกาะปอดะขณะนี้ น่าจะอยู่บริเวณเดียวกัน โดยข้อมูลนี้เป็นหนึ่งในประเด็นการยื่นอุทธรณ์ โดยเชื่อว่ากรมอุทยานฯ จะกลับมาชนะคดีอีกครั้ง

keyboard_arrow_up