ษิทรา โต้ ปลอมตัวล้วงความลับ ย้อนปรีชาไปคิด 31 ต.ค.เกิดอะไร-ทนายครู จ่อฟ้องกลับอีก (คลิป)

ความคืบหน้าคดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท วันนี้ (27 เม.ย.) นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา เปิดเผยว่า หลังจากที่ครูปรีชาบอกว่ามีหมายศาลคำฟ้องส่งมา ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการไต่สวนในคดีแพ่ง ที่ทนายษิทรา และ ร.ต.ท.จรูญ เดินทางไปฟ้องนั้น ตนได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า คำฟ้องที่ส่งมาเป็นเท็จ จึงได้มีการร่างฟ้องข้อหาฟ้องเท็จ โดยผู้ที่ตกเป็นจำเลยคือ ร.ต.ท.จรูญ และทนายษิทรา

นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา

ทนายวรยุทธ กล่าวว่า ความจริงแล้วทาง ร.ต.ท.จรูญ รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้ซื้อสลาก แต่ครูปรีชาเป็นผู้ซื้อสลากดังกล่าวไป และด้านทนายษิทราทราบข้อเท็จจริงดี เพราะก่อนหน้าที่ทนายษิทราจะเข้ามารับคดีของ ร.ต.ท.จรูญ ทนายษิทรา ได้เข้าไปหาครูปรีชามาก่อนแล้ว พร้อมกับอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยครูปรีชาได้เล่าข้อเท็จจริงให้ฟังว่าเป็นผู้ซื้อสลาก พร้อมกับแสดงพยานหลักฐานบางส่วนให้กับทนายษิทรารับทราบแล้ว ส่วนที่ครูปรีชาไม่เล่าข้อมูลทั้งหมดให้ทนายษิทราทราบ เพราะครูปรีชาสงสัยว่า เจ้าหน้าที่ยุติธรรมทำไมถึงดูเด็กขนาดนี้ พร้อมกับไม่แสดงหลักฐานของหน่วยงานที่แอบอ้าง

ซึ่งการที่ทนายษิทรามาร่างฟ้องว่าฝ่ายตนเบิกความเท็จนั้น ตนมองว่าเป็นการนำความเท็จไปฟ้องผู้อื่นต่อศาล ตนจึงเตรียมยื่นฟ้องศาลแพ่งในวันที่ 1 พ.ค.นี้ และบอกให้ทางคู่กรณีรอรับหมายในวันดังกล่าวได้เลย

นายวรยุทธ ให้สัมภาษณ์นักข่าว

ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งครูปรีชามักเล่าเรื่องตัวเองให้นักเรียนในห้องฟัง ว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้องจนกลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากนั้น ตนได้มีการตรวจสอบข้อมูลจนพบว่า ผู้ที่กล่าวอ้างเป็นผู้ปกครองโรงเรียนนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง ถ้าจะอ้างว่ามีตัวตนจริงก็อยากให้แสดงตัวออกมา เพื่อจะได้ดำเนินคดีได้ถูกต้อง ตนคาดว่า ผู้ที่กระทำเช่นนี้หวังดิสเครดิตและใส่ร้ายครูปรีชา พร้อมกับสื่อให้เห็นถึงเจตนาร้าย

อย่างไรก็ตาม ทนายวรยุทธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สภาพจิตใจของครูปรีชานั้นดีขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมขึ้นศาลทุกเมื่อ พร้อมกับนับวันขึ้นสู่ศาล เพื่อจะได้แสดงพยานหลักฐานข้อเท็จจริงให้ศาลพิจารณา

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ

ด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ ทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในคดีหวย 30 ล้าน ยอมรับว่าเคยเข้าไปหาครูปรีชามาจริง เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 60 เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงคดีหวย 30 ล้าน และได้พูดคุยกับครูปรีชาในเรื่องดังกล่าวด้วย

โดยในวันนั้น ครูปรีชา บอกกับตนว่า ได้ยื่นข้อเสนอขอแบ่งเงินรางวัลกับ ร.ต.ท.จรูญ คนละ 15 ล้านบาท พร้อมทั้งอ้างว่ามีข้อความที่แชทในไลน์กับแม่ค้า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 60 แต่เมื่อตนขอดู ครูปรีชากลับอ้างว่าข้อความดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ลบทิ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว

ขณะเดียวกัน ทนายษิทรายืนยันอีกว่า ไม่เคยแอบอ้างตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรม ตนได้บอกครูปรีชา ว่าตนมาในนามของเลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ ไม่เคยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด ซึ่งการพูดคุยในวันนั้น ตนได้เก็บหลักฐานเอาไว้หมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นหลักฐานชนิดใด ซึ่งคำพูดของครูปรีชา ไม่ตรงกับความเป็นจริง

ทนายษิทรา บอกอีกว่า ถ้าหากทนายวรยุทธอยากจะฟ้องอะไรอีก ก็ขอให้ฟ้องไป แต่ถ้าหากแพ้คดีแล้วก็ว่าใครไม่ได้ ขณะนี้ก็ใกล้ถึงวันสืบพยานแล้ว ควรตั้งใจทำงานทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี

สำหรับประเด็นที่ทนายวรยุทธ เคยถามว่าวันที่ไปศาล ตนจะมาในฐานะอะไร ทนายษิทรา ชี้แจงว่าตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ ว่าความไม่ได้ ทนายวรยุทธรู้ดีอยู่แล้วว่าตนต้องมาในฐานะทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งตนอยากฝากถึงครูปรีชาว่า วันขึ้นศาล ให้ครูปรีชานึกถึงเหตุการณ์วันที่ 31 ต.ค. 60 ให้ดี ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

keyboard_arrow_up