แฟนเหยื่อ แฉ อาสาตร. ดักถีบรถล้มปล่อยตาย สิบล้อหวิดขยี้ – แม่ ช็อกเพิ่งเห็นคลิป (คลิป)

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปบนสื่อออนไลน์ ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะที่หนุ่มรายหนึ่งถูกอาสาตำรวจถีบระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์ จนเสียหลักล้มลงและได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้านเพื่อนของผู้เสียชีวิต มองว่าอาสาตำรวจนั้นทำเกินกว่าเหตุ (อ่าน : เพื่อนคนตาย โวย อาสา ตร. ทำเกินเหตุ แค่ซิ่งหนีด่านถีบรถล้มดับ รับผิดชอบยังไง?)

ย้ายผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ พร้อมนายตำรวจอีก 2 นาย

ซึ่งต่อมา ได้มีคำสั่งย้ายผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ พร้อมนายตำรวจอีก 2 นายตามที่ได้นำเสนอไปแล้ว (อ่าน : เด้ง! 3 ตร.สำโรงเหนือ เซ่นคดีอาสาฯ ตร. ดักถีบรถจยย. ล้มคว่ำ – คนขี่ดับ คนซ้อนบาดเจ็บ)

บรรยากาศงานรดน้ำศพนายธนกร

ล่าสุด วันนี้ (27 เม.ย.) ที่วัดด่านสำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งจัดงานรดน้ำและสวดพระอภิธรรมศพ นายธนกร สีชาติ อายุ 26 ปี มีเพื่อนและญาติเดินทางมาร่วมงาน โดยอยู่ในอาการโศกเศร้า

พ.ต.อ.เดโช พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ เดินทางร่วมพิธี

ขณะที่เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.เดโช และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือเดินทางมาร่วมพิธี พร้อมมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อร่วมทำบุญกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดย พ.ต.อ.เดโช ไม่ขอให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

ชณานิศ มั่นเจริญ มารดาผู้ตาย

ด้าน นางชณานิศ มั่นเจริญ อายุ 63 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจมากหลังเสียลูกชายไป ผู้ตายเป็นลูกชายคนเล็ก จากพี่น้อง 3 คน ปกติลูกชายจะมาหาตนทุกวัน ถึงแม้จะมีครอบครัวใหม่แล้วก็ตาม ทั้งนี้ ตนได้พบกับลูกชายตอนเช้าวันเกิดเหตุเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนขับรถออกจากบ้านไป ตนจึงโทรศัพท์ไปสอบถาม ลูกบอกเพียงว่าจะไปซื้ออาหาร จากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย และก่อนเกิดเหตุก็ไม่ได้มีอะไรที่บ่งบอกว่าลูกจะจากไป เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

นางชณานิศ มั่นเจริญ มารดาผู้ตาย พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ขณะที่ตนทราบว่า ลูกประสบอุบัติเหตุ แฟนของลูกชายโทรศัพท์มาบอกตน ตอนนั้นไม่คิดว่าลูกจะเจ็บหนัก เมื่อตนไปเห็นสภาพลูกชาย รู้สึกรับไม่ได้ หน้าตาลูกชายบวมไปหมด ตนสงสารลูกมาก ส่วนตัวคิดว่าตำรวจอาสารายดังกล่าวทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งวานนี้ (26 เม.ย.) นายธนพล ได้เข้ามาขอโทษตนแล้ว แต่มาเพียงครู่เดียวก็กลับ ด้วยเหตุตอนนั้นตนยังไม่ได้เห็นคลิปเหตุการณ์ ตนเพิ่งมาเห็นคลิปเมื่อช่วงเย็นวานนี้ และตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ น่าจะใช้วิธีอื่นในการหยุดรถ กรณีแบบนี้มันเป็นเรื่องที่สามารถพูดคุยกันได้

นัฐยา ครามสำโรง แฟนผู้ตาย ผู้อยู่ในเหตุการณ์

น.ส.นัฐยา ครามสำโรง อายุ 22 ปี แฟนสาวของผู้ตาย ซึ่งซ้อนท้ายรถมาขณะเกิดเหตุ ยังอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะนั้นตนเดินทางจากซอยลาซาน มุ่งหน้าเพื่อไปอิมพิเรียล สำโรง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีด่านตำรวจตั้งอยู่ จึงตัดสินใจวนรถกลับ เนื่องจากขณะนั้นทั้งคู่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อก แฟนตนก็ยังไม่มีใบขับขี่ อีกทั้งรถก็ยังไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน

น.ส.นัฐยา ครามสำโรง แฟนผู้ตาย ผู้อยู่ในเหตุการณ์

จากนั้น พบว่ามีตำรวจที่ด่านพยายามวิ่งตามรถตนเพื่อคว้าตัวไว้ แต่ไม่ทัน ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่อาสาออกมาจากหลังเสาไฟฟ้า แล้วยืนดักรอ ตนก็เห็นแล้วแต่ไม่คิดว่าเขาจะใช้วิธีถีบรถให้ล้ม หลังจากนั้น แฟนตนเสียหลักหัวไปฟาดกับเหลี่ยมเสากำแพง ส่วนตนกระเด็นไปอยู่บริเวณรถบรรทุก แต่โชคดีที่รถบรรทุกไม่ได้ขยับ ตนจึงไม่เป็นอะไรมาก หลังเกิดเรื่อง ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใด เดินเข้ามาช่วยเหลือตนและแฟน เพียงแต่ตนได้ยินเจ้าหน้าที่โทรศัพท์บอกให้เรียกรถเท่านั้น ตนจึงลุกขึ้นมาดูแฟน และเห็นแฟนตนนอนขดตัว จากนั้นมีเลือดออกมาจากร่างกาย ตนพยายามเรียกชื่อแฟนตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ

น.ส.นัฐยา ครามสำโรง แฟนผู้ตาย ผู้อยู่ในเหตุการณ์ พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

น.ส.นัฐยา เล่าต่อว่า คืนก่อนเกิดเหตุ (24 เม.ย.) คล้ายว่ามีลางบอกเหตุ เนื่องจากขณะที่แฟนตนอาบน้ำ ตะกรุดที่แขวนคอมาขาด ตนเองก็มีพระที่ห้อยคอหลุด แต่แฟนได้ซ่อมแซมพระของตนให้ และทักตนก่อนออกจากบ้านในวันเกิดเหตุว่าให้สวมพระด้วย ส่วนตะกรุดของแฟนไม่ได้สวมใส่ เนื่องจากยังขาดอยู่ ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

อย่างไรก็ตาม เหตุที่แฟนตนตัดสินใจวนรถกลับ เนื่องจากเป็นสัณชาตญาณของคนขี้ตกใจ แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำนั้นก็เกินกว่าเหตุ ตนมองว่าควรหาวิธีอื่นมากกว่าการหยุดรถด้วยวิธีการถีบ ทั้งนี้ ยอมรับว่ายังโกรธเจ้าหน้าที่อาสาตำรวจอยู่ แต่ตนก็ยังไม่มีโอกาสได้คุย หลังจากนี้ ขอให้กฎหมายเป็นผู้ดำเนินการ ตนเพียงขอความยุติธรรมให้กับแฟนตนเท่านั้น

นายศิรุจน์ นกพานิช เพื่อนของผู้ตาย

ด้านนายศิรุจน์ นกพานิช อายุ 23 ปี เพื่อนของผู้ตาย เปิดเผยว่า ส่วนตัวรับไม่ได้ที่เกิดเรื่องแบบนี้กับเพื่อนตน มองว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินไป เพราะเจ้าหน้าที่อยู่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ควรมาถีบรถประชาชนเช่นนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องทราบอยู่แล้วว่า หากรถล้มจะเกิดอันตราย ส่วนตัวขอให้คนก่อเหตุได้รับผลกรรมที่ทำไว้

keyboard_arrow_up