ลุงเผยชีวิตวัยเด็ก “เอ็ม ชัยชนะ” เคยติดกาว โตมานิสัยดี กตัญญู พลั้งซ้อม “นีต้า” ปมมือที่ 3 (คลิป)

จากกรณี นายชัยชนะ ศิริชาติ หรือ เอ็ม ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ขณะที่กำลังลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.กุลดารา ยีสนับ หรือนีต้า แฟนสาว ในคอนโดฯ ย่านนวมินทร์ เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานที่ผ่านมา (22 เม.ย.)

พะเยาห์ สิงห์โห ลุงของนายเอ็ม

วันนี้ (23 เม.ย.) ทีมข่าวเดินทางมาพบ นายพะเยาห์ สิงห์โห คุณลุงของเอ็ม ซึ่งทำงานในซอยนวมินทร์ 24 โดยเปิดเผยว่า ตนเคยเลี้ยงดูนายเอ็มมาตั้งแต่เล็ก นายเอ็มเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก โดยได้ทิ้งนายเอ็มให้ยายดูแล ซึ่งก็มีตนที่คอยช่วยเหลือเลี้ยงดู ซึ่งนิสัยของนายเอ็มปกติเป็นคนพูดจาเรียบร้อย จากนั้นนายเอ็มอายุประมาณ 10 ขวบ มีองค์กรของศาสนาคริสต์ เข้ามาในชุมชนเพืี่อขอรับนายเอ็มไปอุปการะ ส่งเสียให้เรียนหนังสือต่อ

หลังจากนั้น นายเอ็ม ออกจากบ้านไป และกลับมาหาตนอีกครั้ง ช่วงที่เติบโตและเริ่มทำงานแล้ว ก่อนหน้านี้ ตนทราบว่านายเอ็มทำงานขายของ เมื่อเริ่มมีเงิน ก็จะมารับตนไปทานอาหารนอกบ้าน ประมาณ 2 ครั้ง จนมาทราบข่าวเมื่อวานที่ผ่านมา

พะเยาห์ สิงห์โห ลุงของนายเอ็ม พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ ตนเองไม่เคยเจอฝ่ายหญิง และไม่ทราบว่าทำไมนายเอ็มจึงก่อเหตุ ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าหลานชาย เคยติดสารระเหย แต่ได้เลิกไปแล้ว หลังเข้าองค์กรคริสต์ คาดว่าน่าจะได้รับการบำบัด โดยไม่ทราบว่านายเอ็มกลับไปใช้สารเสพติดอีกหรือไม่

ส่วนเหตุการณืที่เกิดขึ้น ตนคิดว่า อาจจะเป็นเรื่องปัญหามือที่สาม ซึ่งเกิดจากฝ่ายหญิง จนทำให้หลายชายตนต้องลงมือก่อเหตุ ส่วนตัวยังไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมหลาน เพราะทราบข่าวตอนดึกแล้ว และยังรู้สึกโกรธเอ็มทำร้ายผู้หญิง แต่หลังจากนี้ ตนก็จะเดินทางไปเยี่ยมหลาน

นางหมวย เพื่อนบ้านนายเอ็ม

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปยัง ซอยนวมินทร์ 26 ซึ่งเป็นชุมชนที่นายเอ็ม เคยอาศัยตั้งแต่เด็ก โดยได้พูดคุยกับ นางหมวย เพื่อนบ้าน เล่าว่า ตอนเด็กนายเอ็มเป็นเด็กเรียบร้อย ก่อนที่องค์กรคริสต์มารับไปดูแล แล้วหายไปนาน ตนเองก็เคยเห็นนายเอ็มกลับมาอีกครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา โดยนายเอ็ม ขับรถเก๋งกลับมาในชุมชน ดูภูมิฐานมากกว่าเดิม ซึ่งตนก็ได้ทราบมาว่า นายเอ็มทำธุรกิจส่วนตัว และลงทุนเกี่ยวกับหุ้น

โดยก่อนหน้านี้ นายเอ็มเคยติดสารเสพติด แต่เมื่อกลับมา เจ้าตัวบอกว่าเลิกใช้ยาแล้ว ทั้งยังมาแนะนำให้เพื่อนๆ ในชุมชนเลิกเล่นยา พร้อมชักชวนให้ไปทำงานด้วยกัน ซึ่งตนก็ยังชื่มชมว่านายเอ็มมีความคิดที่ดีขึ้น โดยนายเอ็มมักเข้ามาหาญาติในชุมชน และรับคุณลุงไปทานข้าวด้วย ซึ่งตนมองว่า นายเอ็มมีความกตัญญู รู้จักตอบแทนบุญคุณ ทั้งยังเป็นเด็กดีพูดจาไพเราะ และไม่ถือตัว แม้จะมีฐานะมากกว่าคนในชุมชน

จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายเอ็มได้มาซื้อคอนโดฯ ที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชน เพราะอยากอยู่ใกล้ญาติๆ และล่าสุด เมื่อวันที่ 21 เม.ย. คืนก่อนวันเกิดเหตุ ตนเห็นนายเอ็ม พาน้องนีต้าเข้ามาในชุมชน เพื่อเข้าไปเยี่ยมญาติของตัวเอง โดยดูท่าทางนายเอ็ม มีความเป็นห่วงและรักแฟนคนนี้มาก จึงไม่น่าเชื่อว่าจะก่อเหตุแบบนี้ขึ้นได้

ทั้งนี้ เมื่อตนทราบข่าวที่นายเอ็มทำร้ายแฟน ก็ตกใจมาก เพราะไม่คิดว่านายเอ็มจะกล้าทำ คาดว่าน่าจะเครียดเรื่องธุรกิจ จึงกลับมาใช้สารเสพติดอีกครั้ง รวมถึงน่าจะแค้นแฟนสาวเรื่องปัญหามือที่ 3 เพราะทราบมาจากเพื่อนนายเอ็มว่า แฟนของเอ็มหลอกเงินไปให้แฟนเก่า โดยนายเอ็มเป็นคนซื่อและหลงผู้หญิง จนเพื่อนก็เริ่มเตือนจึงได้สติ แต่ส่วนตัวก็คิดว่านายเอ็มทำเกินกว่าเหตุ

keyboard_arrow_up